เจาะเทรนด์สายมูยุคใหม่ ‘Harmenstone’ แบรนด์เครื่องประดับ ‘มูมินิมอล’ สัญชาติไทย ผสานศรัทธา-ดีไซน์ ปั้นยอดอีคอมเมิร์ซโตหลักล้านบนลาซาด้า

ความเชื่อและศรัทธาอยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน หลายคนต่างมองหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในรูปแบบที่ต่างกัน วันนี้ ‘สายมู’ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องพิธีกรรมหรือของขลัง แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ไลฟ์สไตล์’ และ ‘การแสดงตัวตน’ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เลือกพกพาความเชื่อในรูปแบบที่สะท้อนความเป็นตัวเอง เพื่อเสริมความมั่นใจและพลังใจได้อย่างกลมกลืนกับสไตล์การใช้ชีวิต

Harmenstone คือหนึ่งในแบรนด์ไทยที่มองเห็นอินไซต์และขับเคลื่อนเทรนด์นี้ ด้วยการยกระดับเครื่องประดับหินแท้สู่ระดับพรีเมียม ผ่านงานดีไซน์ที่ร่วมสมัยและความประณีตในการคัดสรรวัสดุคุณภาพสูง สะท้อนความพิถีพิถันในรายละเอียด แบรนด์ผสานความเชื่อและความศรัทธาเข้ากับความลักชัวรีได้อย่างลงตัว พร้อมถ่ายทอด ‘คุณค่าทางใจ’ ที่ช่วยเสริมความมั่นใจและพลังบวกให้กับผู้สวมใส่ เปลี่ยนเครื่องประดับให้เป็นมากกว่าสิ่งที่สวมใส่ แต่เป็นพลังที่อยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา จนสามารถสร้างการเติบโตและทำยอดขายสูงสุดหลักล้านต่อเดือนบน LazMall Luxury ของลาซาด้า

จากเครื่องประดับสายมู สู่ไอเทมฮีลใจ Gen Z

ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยรอบด้าน ผู้บริโภคยุคใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และผู้หญิงวัยทำงาน หันมาให้ความสำคัญกับ ‘ความสงบของจิตใจ’ มากขึ้น ส่งผลให้เทรนด์ ‘มูเตลู’ ก้าวข้ามความเชื่อเฉพาะกลุ่ม สู่การเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดไลฟ์สไตล์ โดยข้อมูลจาก Transparency Market Research ระบุว่า ตลาดเครื่องประดับสายมูทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตแตะ 22.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574[1] สะท้อนโอกาสการเติบโตของตลาด ‘มูเก็ตติ้ง’ ที่นำความเชื่อมาต่อยอดเป็นสินค้าที่จับต้องได้และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคใหม่

สำหรับประเทศไทย ตลาดมูเตลูมีมูลค่าราว 10,800-15,000 ล้านบาท โดยมีผู้บริโภค Gen Z เป็นแรงขับเคลื่อนหลักด้วยสัดส่วนสูงถึง 73.2% ซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยามตัวเองว่าเป็น ‘สายมู’ อย่างชัดเจน[2] พฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เปลี่ยนผ่านจากการบูชาความเชื่อแบบดั้งเดิม สู่สินค้าเสริมพลังใจที่ผสานวัฒนธรรมป๊อป จนกลายเป็นไอเทมแฟชั่นที่สะท้อนตัวตน แบรนด์ Harmenstone จึงหยิบอินไซต์นี้มาตีโจทย์สร้างความแตกต่างในตลาด ด้วยดีไซน์เครื่องประดับที่ตอบโจทย์สายมูยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด

ตีโจทย์เครื่องประดับ “มูมินิมอล” ผ่านมุมมองของสองวิศวกร

Harmenstone ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 โดย บุ๊ค–หัสวีร์ วิรัลสิริภักดิ์ และ เคน–นันท์ธร พรกุลวัฒน์ สองวิศวกรที่มองเห็นช่องว่างในตลาดเครื่องประดับสายมูที่ยังขาดความโมเดิร์นและไม่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงพัฒนาเครื่องประดับภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘มูมินิมอล’ ที่ผสานพลังจากธรรมชาติและความเชื่อเข้ากับดีไซน์ที่ใส่ได้ทุกวัน ทุกโอกาส โดยยึดมั่นในงานออกแบบและงานฝีมือระดับสูงที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด พร้อมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ดังกล่าวผ่านชื่อแบรนด์ ‘Harmenstone’ ที่สะท้อนความสมดุล (Harmony) และหินธรรมชาติ (Stone) เพื่อส่งต่อพลังให้แก่ผู้สวมใส่

“พวกเราอยากให้ผู้สวมใส่ได้เสริมความมั่นใจ และได้รับพลังงานที่ดี ซึ่งเป็นคุณค่าที่แตกต่างจากแบรนด์เครื่องประดับทั่วไป”

หัวใจสำคัญของแบรนด์คือดีเอนเอ ‘มูมินิมอล’ ที่ผสานศรัทธาจากองค์เทพและหินมงคลเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกันยังขับเคลื่อนด้วยแนวคิดแบบวิทยาศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับข้อมูล ตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ผู้บริโภคไปจนถึงความถูกต้องตามหลักความเชื่อ เพื่อให้ทุกชิ้นงานมอบคุณค่าทั้งในเชิงสัญลักษณ์และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

สมการความสำเร็จจาก ‘ศรัทธา x ดีไซน์’

หนึ่งในคอลเลกชันที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับแบรนด์คือ The Mantra Rings หรือแหวนซ่อนยันต์ ที่ถ่ายทอดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ‘โอม มณี ปัทเม หุม’ ผ่านดีไซน์ร่วมสมัยอย่างประณีต เปลี่ยนเครื่องประดับเพื่อความสวยงาม เป็นเครื่อง รางเตือนใจและพลังในการใช้ชีวิตในทุกวัน ขณะที่คอลเลกชัน แชกงหมิว ได้สะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ที่เดินทางไปประกอบพิธีปลุกเสกถึงวัดแชกงที่ฮ่องกง เพื่อส่งต่อพลังแห่งศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ให้กับผู้สวมใส่

เบื้องหลังความสำเร็จของแต่ละคอลเลกชัน คือกระบวนการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การวิเคราะห์เทรนด์ผู้บริโภค การศึกษาความหมายขององค์เทพ ไปจนถึงการคัดเลือกสถานที่ประกอบพิธีตามหลักความเชื่ออย่างถ่องแท้ ส่งผลให้ทุกชิ้นงานไม่เพียงโดดเด่นด้านดีไซน์ แต่ยังเปี่ยมด้วยความหมายที่จับต้องได้ ความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา Harmenstone สามารถสร้างยอดขาย New High ทะลุ 100 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพและทิศทางการเติบโตของตลาด Spiritual Jewelry ในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน

ขยายฐานลูกค้าพรีเมียมผ่าน ‘LazMall Luxury’

การรุกตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซคือกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตของ Harmenstone โดยเฉพาะบนลาซาด้า ที่แบรนด์ได้รับเลือกให้อยู่บน LazMall Luxury โซนที่รวบรวมแบรนด์พรีเมียมและลักชัวรีระดับโลกเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความพรีเมียมของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ลาซาด้ายังเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีทั้งความสนใจและกำลังซื้อ และเป็นช่องทางที่สร้างยอดขายสูงสุดของแบรนด์ลำดับต้นๆ โดยแบรนด์สามารถสร้างยอดขายเฉลี่ยหลักล้านบาทบนแพลตฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ในแคมเปญใหญ่อย่าง Lazada Birthday Sale ที่ผ่านมา Harmenstone ได้ทุบสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่ขยายตัวไปพร้อมกับความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากเพียงช่องทางการขาย แต่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์ม ทำให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ และต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้าและกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์สู่ตลาดพรีเมียม ซึ่งช่วยสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว

ความสำเร็จของ Harmenstone ไม่ได้เกิดจากโชคหรือกระแสมูเตลูเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง ควบคู่กับการสร้างความแตกต่างผ่านสินค้าที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักความเชื่อ และสามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ผสานศิลปะเข้ากับความศรัทธาอย่างมีชั้นเชิง นอกเหนือจากการเดินหน้าพัฒนาคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่องแล้ว ในก้าวถัดไป Harmenstone ยังวางแผนขยายการเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้านคราฟต์แมนชิพและวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก