ไอศกรีมกำลังละลาย! ‘Nestlé’ จ่อขายธุรกิจไอศกรีมทั้งหมด เพื่อลดความซับซ้อนธุรกิจ มุ่งโฟกัส “กาแฟ-สัตว์เลี้ยง” เป็นหลัก

หลายคนน่าจะเป็นแฟนไอศกรีมของบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Nestlé (เนสท์เล่) เพราะนอกจากแบรนด์ตัวเองแล้ว ยังมีแบรนด์ดังอย่าง Häagen-Dazs อยู่ในเครืออีกด้วย แต่ดูเหมือนว่าจะถึงวันที่ไอศกรีมกำลังละลาย เพราะบริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาขั้นสูง เพื่อขายธุรกิจไอศกรีมส่วนที่เหลือทั้งหมดให้กับ Froneri

ย้อนไปในปี 2019 เนสท์เล่ เคยขายหน่วยธุรกิจไอศกรีมในยุโรป และสหรัฐฯ ให้กับ Froneri ซึ่งเป็นพันธมิตรในธุรกิจร่วมทุน (Joint Venture) ระหว่าง Nestlé และ PAI Partners เมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ล่าสุด เนสท์เล่เตรียมขายธุรกิจไอศกรีมส่วนที่เหลือทั้งหมด ประกอบด้วยแคนาดา ชิลี เปรู มาเลเซีย จีน และไทย ให้กับ Froneri ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังอย่าง Häagen-Dazs, Drumstick รวมถึงไอศกรีม KitKat ภายในปีหน้า ซึ่งทำรายได้ประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี อย่างไรก็ตาม เนสท์เล่จะยังคงรักษาสถานะการเป็นหุ้นส่วนในธุรกิจร่วมทุนนี้ต่อไป

เบื้องหลังการขายธุรกิจไอศกรีมในครั้งนี้ มาจาการนำของซีอีโอคนใหม่อย่าง Philipp Navratil ซึ่งเข้ารับตำแหน่งต่อจาก Laurent Freixe เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่ Freixe ถูกไล่ออกอย่างกะทันหันเนื่องจากไม่เปิดเผยความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพนักงานรุ่นน้อง

โดย Philipp Navratil กำลังพยายามกระตุ้นยอดขายและลดความซับซ้อนของโครงสร้างธุรกิจที่ขยายเกินไป โดยเขาให้ความเห็นว่า แบรนด์ไอศกรีมทั้ง 6 แบรนด์ มา แย่งความสนใจจากสินค้าในพอร์ตโฟลิโอหลัก เช่น ซีเรียล ขนมหวาน และอาหารแช่แข็ง ซึ่งจากนี้เนสท์เล่จะหันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่:

  1. กาแฟ (Coffee)
  2. ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง (Pet Care)
  3. โภชนาการ (Nutrition)
  4. อาหารและขนมขบเคี้ยว (Food and Snacks)

“มีบางช่วงเวลาที่เราตัดสินใจว่า การโฟกัส หมายถึงการถอนตัวออกจากบางธุรกิจ และธุรกิจไอศกรีมนั้น ถึงจะแข็งแกร่ง แต่มีขนาดเล็ก และมันกลายเป็นสิ่งที่ดึงความสนใจของเราไป”

อย่างไรก็ตาม เนสท์เล่ไม่ใช่บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่รายเดียวที่ถอนตัวจากธุรกิจไอศกรีม เนื่องจากธุรกิจนี้มีความยุ่งยากเฉพาะตัว เช่น ความต้องการสินค้าที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และความจำเป็นในการมีโซลูชันห่วงโซ่อุปทานที่รองรับสินค้าแช่แข็ง ก่อนหน้านี้ Unilever ก็ได้แยกตัวธุรกิจไอศกรีม (รวมถึงแบรนด์ Magnum) ออกมาเป็นบริษัทอิสระเมื่อเดือนธันวาคม เพื่อมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์จำนวนน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย เนสท์เล่อยู่ในระหว่างกระบวนการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 16,000 ตำแหน่งทั่วโลก โดยเน้นการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) และ AI มาใช้แทนที่

Source