• แสนสิริ เปิดตัว “SANSIRI GROWTH INCUBATOR” หน่วยธุรกิจใหม่เชิงกลยุทธ์พร้อมเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท
• ลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตเสริมแกร่งผู้ประกอบการด้วยกลยุทธ์ Invest, Scale, Grow ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด 5-10 เท่าภายใน 3-5 ปี
• ปักหมุดผลักดันผู้ประกอบการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดได้อย่างยั่งยืน ตั้งเป้าสูงสุดเตรียมพร้อม โกอินเตอร์ขยายฐานสู่ต่างประเทศ
แสนสิริ ผู้นำเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย รุกต่อ เดินหน้ากลยุทธ์ปั้น New S-curve เปิดตัวหน่วยธุรกิจใหม่เชิงกลยุทธ์ “SANSIRI GROWTH INCUBATOR” พร้อมเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท เน้นลงทุนกับ SME ในกลุ่ม Real Sector ที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตประจำวันเพื่อเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาเพียง “โครงการที่พักอาศัย” ไปสู่การสร้าง “ชุมชนแห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ” พร้อมปลดล็อกขีดจำกัด เติบโตก้าวกระโดด 5-10 เท่าภายใน 3-5 ปี และผลักดันให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่เวทีโลก
ณภัทร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริวางโรดแมป 3 ปี (2569-2571) ในการใช้ SANSIRI GROWTH INCUBATOR เป็นฟันเฟืองหลักเพื่อลงทุนในธุรกิจกลุ่ม Real Sector เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตแบบครบวงจร ประกอบด้วยกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (F&B), ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle), โรงแรม (Hospitality), สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และการศึกษา (Education) โดยการลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้าง Integrated Living Environment หรือสภาพแวดล้อมแห่งการใช้ชีวิตแบบครบวงจร ที่ผู้คนสามารถอยู่อาศัย ทำงาน พักผ่อน และดูแลสุขภาพ ได้ในที่เดียว
“เรามุ่งมั่นใจการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาโครงการ’ (Project) ไปสู่การพัฒนา ‘ชุมชน’ (Community) แทนที่จะสร้างเพียงที่พักอาศัยแบบแยกส่วน เราต้องการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่มีการคัดสรรบริการระดับพรีเมียมเข้ามาอยู่ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความน่าดึงดูดใจและสร้างความแตกต่างให้กับโครงการของแสนสิริ ซึ่งในระยะยาว สิ่งนี้จะสร้างการยกระดับมูลค่าที่ยั่งยืน และมูลค่าแบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้น” ณภัทร กล่าว
แสนสิริยึดถือปรัชญา “Constructing Life, Not Just Building” โดยมองเห็นว่า SME ไทยในกลุ่ม Real Sector คือ “Hidden Gem” ที่มีศักยภาพสูงและมีอัตลักษณ์ชัดเจน แต่อาจติดกับดักด้านการขยายสเกลและเงินทุน ดังนั้น Sansiri Growth Incubator หน่วยธุรกิจใหม่เชิงกลยุทธ์นี้จึงเปรียบเสมือนเครื่องยนต์เร่งสปีดที่จะเข้าไปเอ็มพาวเวอร์ ให้แบรนด์ท้องถิ่นกลายเป็น Global Brand ผ่านการช่วยเหลือทางธุรกิจการช่วยเหลือเชิงกลยุทธ์การขยายตลาดผ่านฐานลูกค้าคุณภาพสูงของแสนสิริซึ่งจะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียน
ด้านศุภกร คงสมจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่าย Special Projects & Investment บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมถึงโมเดลความสำเร็จว่า แสนสิริตั้งเป้าคัดเลือกธุรกิจที่มีเอกลักษณ์ (Unique Brand) ซึ่งแสนสิริจะเข้าทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิดผ่านกลยุทธ์ ISG Framework (Invest, Scale, Grow) ประกอบไปด้วย
• Invest – ลงทุนอย่างมีวิสัยทัศน์:เฟ้นหาธุรกิจที่มี Chemistry และ DNA เดียวกัน (Speed to Market, Attention to Detail, Ownership และ Good Citizen) โดยมุ่งเน้นลงทุนในธุรกิจระยะ Grow Stage ที่มีผลิตภัณฑ์โดดเด่นและมีเป้าหมายการขยายตัวชัดเจน ซึ่งแสนสิริจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 20% เพื่อให้ผู้ก่อตั้งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
• Scale – ขยายด้วยพลัง 4 เสาหลัก:พร้อมสนับสนุนผ่าน 4 เสาหลัก ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ไปจนถึงการใช้ระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่ง (Back-office Empowerment) ทั้งด้านการเงิน การจัดซื้อ และกฎหมาย เพื่อเร่งสปีดการเติบโตด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับทำเลและฐานลูกค้าใน Sansiri Community นอกจากนี้ยังวางแผนสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนเพื่อนำสินค้าและบริการเข้าสู่ Touchpoint ของลูกบ้านโดยตรง
• Grow – เติบโตสู่ความยั่งยืน: พร้อมปักธงแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ “การเจริญเติบโตระยะยาวซึ่งอาจเป็นการร่วมทุนต่อเนื่องการถอนการลงทุน(Exit Pathway) ที่ชัดเจนภายใน 5-7 ปีไม่ว่าจะเป็นการขายกิจการ (Private Sell), การควบรวมกิจการ (M&A) หรือการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO)
ข้อมูลจาก EXIM BANK เผยสถิติที่น่าสนใจว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จำนวน SME ในประเทศไทยที่ส่งออกได้แทบไม่เติบโต และมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกไม่ถึง 10% ของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 2.9 ล้านราย กำลังติดกับดักการแข่งขันในประเทศที่มีข้อจำกัด ประกอบไปด้วยวิกฤตตลาดในประเทศ:ประเทศไทยเข้าสู่ Aging Society อย่างเต็มตัว ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวและเกิดการตัดราคาเพื่อความอยู่รอด, ความเสี่ยงระยะยาว:การเน้นนำเข้าสินค้าราคาถูกมาขายต่ออาจช่วยสภาพคล่องได้สั้นๆ แต่แบรนด์ที่ไม่มีอัตลักษณ์ชัดเจนจะถูกคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่ากลืนหายไปในที่สุด, กำแพงแหล่งเงินทุน:สถาบันการเงินเน้นปล่อยสินเชื่อให้บริษัทใหญ่เป็นหลัก เนื่องจาก SME ส่วนใหญ่ขาดความสม่ำเสมอของออเดอร์และฐานลูกค้าที่แน่นอน ทำให้ถูกประเมินความเสี่ยงสูงจนเข้าถึงเงินทุนได้ยาก
“แสนสิริจึงไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อสนับสนุนเงินทุนแต่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจผ่านความเชี่ยวชาญของเราการสนับสนุนเชิงธุรกิจการบริหารงานการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์และการเปิดตลาดผ่าน Ecosystem ของเราเพื่อปลดล็อกเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สถาบันการเงินยอมรับ SME ไทย ผ่าน SANSIRI GROWTH INCUBATOR เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ที่จะทยอยลงทุน 3 ปี โดยในปี 2569 นี้ แสนสิริพร้อมเดินหน้าปิดดีลและเริ่มปั้นธุรกิจเข้าพอร์ตโฟลิโออย่างน้อย 5 ธุรกิจแรก” ณภัทร กล่าวในตอนท้าย
SANSIRI GROWTH INCUBATOR พร้อมเปิดรับ SME Iconic ในกลุ่ม Real Sector
เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตแบบครบวงจรติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือส่งโปรไฟล์ธุรกิจได้ที่ 1000Venture@Sansiri.com
#Sansiri #Everydaylifeisgood #ทุกวันชีวิตดี#SansiriGrowthIncubator


