ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569 – 2571) เซ็นทาราวางงบลงทุนใหญ่ 16,000 ล้านบาท (ไม่รวมธุรกิจร้านอาหาร)
ปี 69 ประเดิมลงทุน 6.6 พันล้าน รีโนเวต-ซื้อกิจการโรงแรม
เบื้องต้น ปี 2569 ลงทุนประมาณ 6,600 ล้านบาท แบ่งเป็น
1.งบลงทุนต่อเนื่องจากโครงการรีโนเวตและขยายโรงแรมเดิม กว่า 4,000 ล้านบาท อาทิ
- รีโนเวตและขยายพื้นที่เพิ่มเติม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน หลังได้ต่อสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ระยะ 30 ปี คาดเปิดบริการไตรมาส 2 ปี 2570
- รีโนเวต โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ฯ กระบี่ และรีแบรนด์ไปสู่ “เซ็นทารา รีเซิร์ฟ กระบี่” แทน คาดเปิดบริการในไตรมาส 4 ปี 2569
- เริ่มก่อสร้างส่วนต่อขยายของ โรงแรม เซ็นทารา ดูไบ คาดเปิดทำการภายในปี 2571
2.การลงทุนซื้อกิจการ (M&A) มูลค่า 2,000 ล้านบาท ในธุรกิจโรงแรมทำเลศักยภาพสูง อาทิ ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเมืองเกียวโต โตเกียว ฮอกไกโด ฟุกุโอกะ และประเทศแถบตะวันออกกลางเพิ่มเติม

เปิดตัว 5 โรงแรมใหม่-JV โออาร์ลุย Budget Hotel
นอกจากนี้ ในปี 2569 ได้เตรียมเปิดบริการโรงแรมเพิ่ม 5 แห่ง โดยแบ่งเป็น 4 แห่ง ในต่างประเทศ และ 1 แห่งในไทย ได้แก่
1.หิมาลายัน ไฮด์อะเวย์ รีสอร์ท โพคารา เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น จำนวน 42 ห้อง เป็นโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในเนปาล เปิดให้บริการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
2.เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า จำนวน 300 ห้อง (มีกำหนดเปิดในไตรมาส 2) ถือเป็นโรงแรมแห่งที่สองของเซ็นทาราในญี่ปุ่น
3.เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ วังดอน ที่เวียดนาม จำนวน 481 ห้อง (กำหนดเปิดครึ่งปีหลัง 2569)
4.คริสตัล ฮอลิเดย์ ฮาร์เบอร์ วังดอน ที่เวียดนาม จำนวน 496 ห้อง (กำหนดเปิดครึ่งปีหลัง 2569)
5.เซ็นทารา ไลฟ์ สุราษฎร์ธานี โรงแรมไลฟ์สไตล์ ใจกลางเมือง จำนวน 110 ห้อง (เปิดให้บริการครึ่งปีหลัง 2569)

ขณะเดียวกัน เซ็นทารา ได้ร่วมทุน (JV) กับโออาร์ ลงทุน 700 ล้านบาท รุกธุรกิจ Budget Hotel 6 แห่ง แบ่งเป็น
- โรงแรมในปั๊มน้ำมัน 5 แห่ง ได้แก่ กาญจนบุรี อยุธยา ชลบุรี หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี เฉลี่ย 80 ห้อง/แห่ง ราคาเริ่มต้น 800 บาท/คืน โดยห้องพักมีขนาด 16-18 ตารางเมตร
- โรงแรมนอกปั๊ม 1 แห่ง ใน กทม. มีห้องพักประมาณ 120 ห้อง/แห่ง ราคาเริ่มต้น 1,200-1,300 บาท/คืน
โรงแรมทั้ง 6 แห่งนี้ จะทยอยเปิดตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2570 เป็นต้นไป และตั้งเป้ามีอัตราเช่า 70-80%
ประเมินท่องเที่ยวปี 69 สัญญาณบวก
สำหรับแนวโน้มธุรกิจปี 2569 เซ็นทาราตั้งเป้ารายได้ 15,700 – 15,900 ล้านบาท เติบโต 14% – 15% เทียบปีก่อน (YoY) และอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) 75-78% (จากปีล่าสุด 72%) และผลักดัน RevPAR แตะ 4,600-4,800 บาท/คืน
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตให้เป็นไปตามเป้ามาจาก
1.สถานการณ์ท่องเที่ยวในไทยที่ดีขึ้น
ช่วงต้นปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้ว 6 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นจีน 1 ล้านราย จากอานิสงส์ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น ทำให้คนจีนเปลี่ยนแผนมาเที่ยวตรุษจีนในไทยแทน
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่า ในปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะขยับมาที่ 34-35 ล้านคน จากปีก่อนมีจำนวน 32.9 ล้านคน
2.การเปิดให้บริการโรงแรมใหม่และการปรับโฉมโรงแรมปัจจุบันสู่แบรนด์โรงแรมคอนเซ็ปต์ใหม่ ทั้งในไทยและต่างประเทศ
3.ตลาดต่างประเทศแนวโน้มดี
ในประเทศอื่น ๆ ที่เซ็นทาราดำเนินการอยู่ มีแนวโน้มดี ทั้งญี่ปุ่นที่คาดว่า ปี 2569 นักท่องเที่ยวอยู่ที่ 41.4 ล้านคน และมัลดีฟท์ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 14% (YoY)

เซ็นทารา เดินหน้ารุกตลาดต่อเนื่อง โดยเป้าหมายตลาดใหม่ที่บริษัทจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เนื่องจาก การเปิดตัวโรงแรมใหม่อย่าง เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า พร้อมหนุนกลยุทธ์เสริมทัพตลาดหลักๆ อย่างในประเทศไทย ยุโรป เอเชีย รัสเซีย และตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ แผนด้านการขายของ เซ็นทารา จะเน้นการนำเสนอผ่านการจัดโรดโชว์ใน 18 ประเทศทั่วโลก ควบคู่ไปกับการสร้าง พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล


