สมาคมโรงแรมไทย (THA) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และผู้บริหารเครือโรงแรมชั้นนำทั่วประเทศ เปิดเวทีระดมสมองวิเคราะห์วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พบ สัญญาณอันตรายยอดจองล่วงหน้าไตรมาส 2 ชะลอตัว
ปัจจัยสำคัญมาจาก ตั๋วเครื่องบินแพงและการเลี่ยงน่านฟ้าทำนักท่องเที่ยววูบ เตรียมปรับกลยุทธ์เน้นกลุ่ม Luxury ชดเชยปริมาณที่หายไป
Q1 ปิดสวยแต่ Q2 น่าห่วง สงกรานต์เหนือ-กทม. ยังเงียบ
แม้ภาพรวมไตรมาสแรกของปีจะปิดตัวได้ตามเป้า แต่สถานการณ์ในไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) เริ่มส่งสัญญาณลบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะยอดจองช่วงสงกรานต์ที่ยังต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แบ่งเป็น
1.ภาคเหนือ
- สถานการณ์หนักสุด ยอดจองสงกรานต์เหลือเพียง 50-60%
- ผลจากวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งสงครามตะวันออกกลาง ตลาดอิสราเอลหายไป และปัญหาฝุ่น PM 2.5
2.ภาคใต้
- ภาพรวมกระทบหนักจากราคาตั๋วเครื่องบินแพง บางเส้นทางราคาพุ่ง 200% เนื่องจาก สายการบินต้องเลี่ยงน่านฟ้าและจำกัดเที่ยวบินต่อเครื่อง
- ตลาดอิสราเอลหายไป เช่น เกาะพะงัน
3.ภาคตะวันออก
- ยอดจอง Q2 ลดลงประมาณ 10-15%
- กังวลราคาน้ำมัน กระทบการตัดสินใจเดินทางของคนไทยช่วงสงกรานต์
- พัทยาได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวรัสเซียที่มาจากภูเก็ต
4.กรุงเทพฯ
- ยอดจองสงกรานต์ยังตามหลังปีที่แล้ว
- กลุ่มประชุมสัมมนา (Mice) ชะลอตัดสินใจช่วงครึ่งปีหลัง
5.ภาคตะวันตก
- ผลกระทบจากตะวันออกกลางไม่รุนแรงเท่าภาคอื่น
- กังวลเรื่องพฤติกรรมการจองแบบนาทีสุดท้าย (Last minute) และราคาน้ำมันที่กระทบตลาดในประเทศ
6.ภาคกลาง (นครนายก)
- ตลาดประชุมและสัมมนา จากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด จากการเลื่อน หรือยกเลิกการใช้งบประมาณ
ททท. กางแผนรับมือ ยุโรปยังไหว อเมริกาแข็งแกร่ง
ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า แม้ตลาดตะวันออกกลางจะสูญเสียศักยภาพการขนส่ง (Flight Capacity) ไปเกือบ 50% หรือราว 1.2 แสนที่นั่ง แต่ยังมีข่าวดีในตลาดอื่น เช่น
- อเมริกา ยอดจองแน่น ไม่มีสัญญาณยกเลิก
- ยุโรป รัสเซียยังครองแชมป์อันดับ 1 ขณะที่โปแลนด์เป็นดาวรุ่งดวงใหม่ เตรียมเปิดบินตรงวอร์ซอ-กรุงเทพฯ ปลายปีนี้
ทั้งนี้ ได้ใช้กลยุทธ์ Value over Volume เปลี่ยนเป้าหมายจากเน้นจำนวนคน มาเน้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (Luxury, Wellness, Long Stay) เพื่อประคองรายได้
กาง 8 ข้อเสนอ “ผ่าทางตัน” อุตสาหกรรมโรงแรม
ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เตรียมเสนอ 8 มาตรการต่อรัฐบาล เพื่อพยุงภาคการท่องเที่ยวให้รอดพ้นช่วง Low Season ได้แก่
1.ชะลอเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มต้นทุนนักท่องเที่ยว
2.แก้ปัญหา PM 2.5 เร่งด่วน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ
3.ทบทวนนโยบายวีซ่า เน้นความสมดุลระหว่างความสะดวกและความปลอดภัย
4.ลดราคาพลังงาน กระตุ้นการเดินทางข้ามจังหวัด
5.ฟื้นนโยบาย “ไทยเที่ยวไทย” เสนอโครงการลักษณะ “คนละครึ่ง พลัส” หรืออุดหนุนงบรถบัสท่องเที่ยว
6.อัดฉีดงบสัมมนาภาครัฐ กระตุ้นการจัดงานในประเทศ
7.หนุน Charter Flight เพิ่มศักยภาพการเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวโดยตรง
8.เสริมสภาพคล่อง ช่วยผู้ประกอบการช่วงท่องเที่ยวซบเซา
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังคัดค้านการให้งบประมาณสนับสนุน OTA ต่างชาติ โดยเสนอให้นำงบไปสนับสนุนสายการบินหรือพัฒนาแพลตฟอร์มของคนไทยเองอย่าง “TAGTHAi” เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว



