ในเดือนมีนาคมนี้ ถือเป็นการครบรอบ 3 ปีเต็มในการ ควบรวมทรู-ดีแทค สู่บริษัทใหม่ในชื่อ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยในปีที่ผ่านมา ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็ได้ยกเครื่องใหม่ โดยดึงเอา ซิกเว เบรกเก ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของดีแทค มาเป็นประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ดูแลบริหารงานขับเคลื่อนด้านยุทธศาสตร์ภาพรวมของบริษัท ล่าสุด ซิกเว ก็ได้มาเล่าถึงกลยุทธ์ของทรูในช่วง 3 ปีจากนี้ที่จะเป็น Big Move สำคัญขององค์กร
กลยุทธ์ที่ดีต้องง่ายเหมือนเพลงที่ร้องตามได้
ภายในงาน ซิกเว เปิดเวทีด้วยวิดีโอที่เขาและ พนักงานร้องและเต้น ไปด้วยกัน แม้จะดูเป็นกิจกรรมสังสรรค์ภายในองค์กรที่ใคร ๆ ก็น่าจะมีไม่ต่างกัน แต่จริง ๆ มันมีความลึกซึ้งกว่านั้น โดย ซิกเว เริ่มเล่าว่า เขามีความเชื่อที่ว่า “กลยุทธ์ที่ดีคือกลยุทธ์ที่ทุกคนรู้จัก และถ้าอยากให้ทุกคนจำได้จริง ๆ มันต้องง่ายพอที่จะร้องได้ เต้นได้ และรู้สึกได้” นี่จึงเป็นที่มาของวิดีโอเปิดตัวในงานนี้
นอกจากนี้ ซิกเว มองว่า กลยุทธ์ไม่ใช่ ความลับในห้องประชุม แต่ควรเปิดเผยให้ลูกค้า พาร์ทเนอร์ และพนักงานรับรู้ เพราะเขาเชื่อว่าเมื่อลูกค้ารู้ พาร์ทเนอร์รู้ และพนักงานถูกย้ำเตือนตลอดเวลา นั่นแหละคือ พลังที่แท้จริง
ไม่ใช่แข่งแค่เครือข่าย แต่คือประสบการณ์ที่ลื่นไหล
ซิกเว เล่าต่อว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวคือ แรงกดดันที่ทำให้ True ต้องเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยลูกค้าของ True ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อวัน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 6 ชั่วโมงครึ่ง และใช้ดาต้าเดือนละ 29 GB หรือเกือบ สองเท่าของค่าเฉลี่ยโลก ที่ 16 GB
และภายในปีเดียว คนไทยหันมาใช้ AI เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า และกว่า 70% เคยลองใช้ AI แล้ว ซึ่งนำหน้าประเทศอื่นในอาเซียนอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน คู่แข่งของ True ไม่ใช่แค่ AIS อีกต่อไป แต่คือ LINE, Netflix, Google หรือก็คือ แพลตฟอร์มที่ครองเวลาและความสนใจของคนทั้งวัน ดังนั้น เป้าหมายที่แท้จริงคือการแข่งขันคือ ประสบการณ์ที่ลื่นไหล แบบที่แพลตฟอร์มระดับโลกสร้างไว้ และต้องทำให้ดีกว่า
“การมีเครือข่ายที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราโดดเด่นอีกต่อไปแล้ว เพราะเครือข่ายที่ดีกลายเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังพื้นฐาน เหมือนร้านอาหารที่ต้องสะอาด ไม่มีใครชมเพราะมันสะอาด แต่ทุกคนจะบ่นถ้าสกปรก”
Big Move 4 เสาหลักเปลี่ยน True
- จากเครือข่ายสู่ความรู้สึก: True เสริมความแข็งแกร่งของเครือข่าย 5G บนคลื่นความถี่ 2300 MHz, 2600 MHz และ 1500 MHz เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านความเร็ว ความจุ และการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ AI กำลังเข้ามาดูแลเครือข่ายแทนมนุษย์ เพื่อให้ AI ตรวจจับปัญหาและซ่อมแซมตัวเอง ก่อนที่ลูกค้าจะรู้สึก
- จากขายซิมสู่มูลค่าบัญชีลูกค้า: จากเดิมที่วัดผลด้วย “รายได้ต่อซิม” (ARPU) มาเป็น “มูลค่าต่อบัญชีลูกค้า” เพราะลูกค้าหนึ่งคนอาจใช้ทั้งมือถือ เน็ตบ้าน และบริการดิจิทัลพร้อมกัน ทั่วโลกมีอุปกรณ์ในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกว่า 3.3 พันล้านชิ้น และโตขึ้น 8% ทุกปี ตู้เย็น ผ้าม่าน แอร์ ทุกอย่างกำลังถูกเชื่อมต่อ ดังนั้น การมองเขาแยกกันจึงทำให้มองไม่เห็นภาพรวมที่แท้จริง ดังนั้น แนวคิดของ True ไม่ใช่การ ชนะใจผู้ใช้รายบุคคล แต่ต้อง ชนะใจทั้งครอบครัว ผ่านประสบการณ์แบบ Convergence ที่ผสานบริการมือถือและบรอดแบนด์เข้าด้วยกัน เช่น TrueID และ TrueVisions NOW เป็นแพลตฟอร์มความบันเทิง TrueX ให้บริการโซลูชัน Home AI เป็นต้น
- AI-First: AI ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือหัวใจของทุกสิ่งที่วางแผนไว้ อาทิ AI สำหรับการทำงานภายใน ทุกกระบวนการที่ย้ายขึ้นคลาวด์ได้จะถูกย้าย และงานรูทีนที่กินเวลาพนักงานโดยไม่จำเป็นจะถูก AI จัดการแทน การใช้ AI เพื่อให้บริการแบบ Hyper-personalization ที่ส่งข้อเสนอที่ใช่ให้คนที่ถูกต้อง ในเวลาที่เหมาะสม โดย True มีเป้าหมายในการพัฒนา พนักงานทั้ง 10,000 คน ต้องมีความรู้ด้าน AI ภายในปีนี้ โดย 60% ต้องมีพื้นฐานที่แน่น 20% เป็นผู้ใช้ระดับสูง และ 10% คือ ผู้เชี่ยวชาญระดับผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ True วางแผนเพิ่มขีดสามารถ AI ให้คนไทย 12 ล้านคนด้วย
- วัฒนธรรมองค์กร สิ่งที่เลียนแบบกันไม่ได้: ไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย ราคา หรือสินค้า เป็นสิ่งที่คู่แข่งอาจเลียนแบบได้ แต่ วัฒนธรรมองค์กร เป็นสิ่งที่ ไม่มีทางเลียนแบบได้ โดย ซิกเว ต้องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่เรียกว่า Culture of Obsession (วัฒนธรรมแห่งความลุ่มหลง) โดยให้มองว่า True เป็น สตาร์ทอัพ ที่มีความ คล่องตัว และ เต็มไปด้วยความกระหาย แบบคนอายุ 25 ปี แต่มีสเกลและทรัพยากรของบริษัทใหญ่ที่มีอยู่แล้ว ในการทำแบบ
“พนักงานทุกคนจะถามตัวเองว่า วันนี้ฉันจะทำอะไรเพื่อให้บริษัทดีขึ้นได้บ้าง? แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ สภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างแท้จริง ที่ที่เขากล้าพูดได้อย่างอิสระ ที่ที่เขาสามารถสร้างนวัตกรรม เติบโต และได้รับการยอมรับไม่ว่าเขาจะทำหน้าที่อะไร ความมั่นใจที่จะพูดสิ่งที่อยู่ในใจกับใครก็ได้ในองค์กรโดยไม่ต้องหวาดกลัว ถ้าเราสร้างวัฒนธรรมนั้นได้ มันจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับคู่แข่งที่จะเลียนแบบ และเรากำลังสร้างมันอย่างตั้งใจ ทีละก้าว ผ่านพนักงานทั้ง 10,000 คน”
ปลายทางสู่ Telco-Tech Company
ซิกเว ทิ้งท้ายว่า ประเทศไทย ไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ แม้ว่า 50% ของ GDP ไทยมาจากกรุงเทพฯ แต่นั่นกำลังเปลี่ยนไป และ True ไม่ได้เป็นแค่บริษัทโทรคมนาคม แต่กำลังกลายเป็น Telco-Tech Company บริษัทที่ใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และ AI เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าอย่างแท้จริงให้กับลูกค้า เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโต เชื่อมต่อบ้าน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นประเทศแห่งดิจิทัล ผ่าน 4 เสาหลักที่เชื่อมโยงกันและกำลังถูกสร้างขึ้นพร้อม ๆ กัน และนี่คือการก้าวเดินครั้งใหญ่ (Big Move) ของ True






