เมื่อตลาดคอมฯ มาถึงทางตัน! ‘Acer’ ขอเดิมพันกับตลาด ‘DIY’ และ ‘เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่’ น่านน้ำใหม่สร้างการเติบโต

เมื่อพูดถึง เอเซอร์ (Acer) สิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือโน้ตบุ๊กและพีซี ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทสร้างชื่อมา 50 ปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Acer Thailand เริ่มส่งสัญญาณชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากำลังมองหาพื้นที่เติบโตใหม่ ทั้งการรุกตลาด DIY PC และการเปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ภายใต้ Acer Pure

เมื่อแหล่งรายได้หลักไม่โตไปกว่านี้แล้ว

ต้องเข้าใจก่อนว่าตลาดไอทีทั่วโลกและไทย อยู่ในภาวะอิ่มตัวมานานแล้ว ตลาดโน้ตบุ๊กและพีซีพีคสูงสุดตั้งแต่ปี 2012 ก่อนจะค่อย ๆ ลดลง แม้จะมีช่วงกระโดดในยุคโควิด แต่ปัจจุบันกลับมาอยู่ในกรอบเติบโตบวกลบ 5% ต่อปีเท่านั้น

ในตลาดที่อิ่มตัวเช่นนี้ นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด (Acer) เล่าว่า ทุกยูนิตที่ขายได้หมายถึงการ แย่งส่วนแบ่งมาจากคู่แข่ง และทุกยูนิตที่เสียไปก็หมายถึงสูญเสียให้คู่แข่งเช่นกัน แม้ Acer จะครองอันดับ 1 ในตลาดคอนซูมเมอร์ไทยด้วยส่วนแบ่งตลาด 27% แต่การเติบโตอย่างยั่งยืนจากตลาดที่แฟลตเช่นนี้คือข้อจำกัดที่ชัดเจน

เจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

DIY PC โอกาสที่ซ่อนอยู่ในบ้านตัวเอง

ตลาด DIY PC คือคำตอบแรกที่ Acer หยิบมาใช้ และที่น่าสนใจคือเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าตลาดแบรนด์สำเร็จรูปด้วยซ้ำ แต่ Acer ไม่เคยแตะตลาดนี้มาก่อน

ด้วยความที่ Acer มีของพร้อมอยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม ทั้ง Warehouse สำหรับประกอบเครื่อง สต็อก Components ครบวงจรทั้งแรมและการ์ดจอ รวมถึงประสบการณ์การประกอบเครื่องคอมเมอร์เชียลให้กับองค์กรที่ทำมาอย่างยาวนาน

ประกอบกับอีกจุดแข็งที่ตลาด DIY ไม่มีก็คือ การรับประกัน 3 ปี On-site Service ทำให้ Acer มั่นใจว่าจะสามารถดึงลูกค้าที่ต้องการความมั่นใจหลังการขาย ออกจากตลาดร้านประกอบ และจากนี้ ทุกยูนิตที่ขายได้ในตลาด DIY คือ รายได้ใหม่ทั้งหมด ทำให้ในที่สุด Acer ก็เริ่มรุกตลาด

เครื่องใช้ไฟฟ้า ตลาดขนาดใหญ่ที่ไม่เคยอิ่มตัว

ถ้า DIY PC คือการต่อยอดจากบ้านตัวเอง การรุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ผ่าน Acer Pure คือการออกไปหาบ้านหลังใหม่ทั้งหมด โดยตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยมีขนาดใหญ่มาก เพียงตลาดแอร์หมวดเดียวก็มีมูลค่าสูงถึง 34,000–40,000 ล้านบาท แล้ว ต่างจากตลาดไอทีที่ทุกบาทต้องมาจากการแย่งกันเอง ดังนั้น Acer จึงมีแผนจะรุกตลาดแอร์ภายในปีนี้ เป็นการประเดิมเข้าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่

โดยตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังมีความต้องการอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นสินค้าจำเป็นที่ทุกครัวเรือนต้องใช้และต้องเปลี่ยนเมื่อเสีย แน่นอนว่าตลาดนี้ไม่ง่าย มีแบรนด์ในตลาดเต็มไปหมด ทั้งญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ นั่นทำให้ Acer เองก็พยายามฉีกโดยตั้งเป้าเจาะกลุ่ม 20% บนของตลาดที่มีกำลังซื้อสูง โดยอาศัยจุดแข็งที่เป็นบริษัทไอที เลือกใส่เทคโนโลยีเข้าไปในสินค้าทุกชิ้นเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อจะไม่ไปแข่งในสงครามราคา

สุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล ผู้อำนวยการฝ่าย Retail Business

พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว เลยกล้าลุย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Acer ได้ลองชิมลางเข้าสู่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กมาก่อน โดยสามารถทำรายได้ผ่านหลัก 100 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กระแส AI ที่กำลังร้อนแรงก็เป็นเครื่องมือที่ Acer วางแผนนำมาใช้เสริมความแตกต่างในทั้งสองตลาด ทั้งในกลุ่ม AI PC ที่กำลังเติบโตในฝั่งองค์กรและดีไซเนอร์ และแผนที่จะนำ AI เข้าไปในสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกหมวดในปี 2026–2027 ซึ่งจะยิ่งทำให้ Acer แยกตัวออกจากแบรนด์จีนที่แข่งกันแค่ด้านราคาได้ชัดขึ้น

ทำให้ปีนี้ Acer ตั้งเป้าว่าจะทำเงินจากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็น 200 ล้านบาท ในปีนี้และถ้ามองไปไกลกว่านั้น การที่บริษัทแม่ในไต้หวันมีธุรกิจ EV Solar Farm และ Smart Home Energy ซึ่งมีโอกาสที่จะเข้ามารุกตลาดไทยในออนาคตด้วย

แต่ความท้าทายใหม่ก็ยังรออยู่เต็ม ๆ

ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2021 Acer เคยส่งสินค้าชื่อ Predator Shot บุกตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่า 30,000 ล้านบาท ในราคากระป๋องละ 20 บาท โดยเจาะกลุ่มเกมเมอร์เป็นหลัก และประกาศชัดเจนว่านี่คือก้าวแรกสู่การเป็น Lifestyle Brand อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน Acer ได้เลิกทำตลาด Predator Shot ในไทยแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในไทยไม่ได้ง่าย แม้ว่าจะจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเกมเมอร์ ซึ่งล้อไปกับแบรนด์ก็ตาม

ดังนั้น ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะแบรนด์จีนอย่าง Xiaomi, Haier และ Midea ไม่ได้แข่งแค่ด้านราคา แต่สร้าง Ecosystem สินค้าเชื่อมกันได้ทั้งบ้านมาก่อน Acer แล้ว ขณะที่ภาพจำของแบรนด์เป็นดาบสองคม ความที่ผู้บริโภครู้จัก Acer ในฐานะแบรนด์คอมพิวเตอร์ช่วยให้เข้าตลาดได้ง่ายขึ้นก็จริง และมีความน่าเชื่อถือ แต่ยังไงก็ต้องใช้เวลากว่าจะทำให้ผู้บริโภคเปิดใจ

เพราะที่ผ่านมา Acer อาจจะขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กได้ผ่านหลัก 100 ล้านบาท แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ  ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ ที่ราคาสูงและใช้ยาว ดังนั้น ลูกค้ากลุ่มนี้จะค่อนข้างมีลอยัลตี้สูงกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก

คงต้องจับตาดูว่า Acer จะสามารถลบภาพจำ แบรนด์คอมพิวเตอร์ แล้วก้าวขึ้นเป็น แบรนด์ตลาดไลฟ์สไตล์เทคโนโลยี ตามที่ตัวเองต้องการเป็นได้ไหม เพราะน่านน้ำใหม่ที่ Acer จะไป มีพี่ใหญ่คุมตลาดเต็มไปหมด