ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน Allbirds คือดาวรุ่งพุ่งแรงในอุตสาหกรรมแฟชั่น ผลิตภัณฑ์รองเท้า Wool Runner ที่ได้ฉายาว่า รองเท้าที่ใส่สบายที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมอล ใช้วัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ขนแกะ Merino, เยื่อไม้ยูคาลิปตัส และกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาว Silicon Valley จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ได้ในปี 2021 ด้วยมูลค่าบริษัทสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ แต่นับจากนี้ Allbirds ได้เกิดใหม่เป็น NewBird AI
จุดสิ้นสุดของอาณาจักรรองเท้า
แม้จะเริ่มต้นได้สวยงาม แต่ Allbirds กลับไม่เคยทำกำไรได้เลยแม้แต่ปีเดียว ซ้ำร้ายในช่วงปี 2022 ถึง 2025 ยอดขายยังทรุดตัวลงเกือบ 50% จนเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทได้ประกาศยุติบทบาทในอุตสาหกรรมรองเท้าอย่างเป็นทางการ ด้วยการขายชื่อแบรนด์และสินทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดให้กับ American Exchange ในราคาเพียง 39 ล้านดอลลาร์ (ไม่ถึง 1% ของมูลค่าเดิมตอน IPO) พร้อมคำสั่งปิดหน้าร้านที่เหลือทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม Allbirds ไม่ได้เลือนหายไปเฉย ๆ แต่พวกเขากำลังใช้ชื่อของบริษัทที่ยังจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลัก ทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ภายใต้ชื่อใหม่ว่า NewBird AI
การเดิมพันใหม่ บริการเช่าขุมพลัง GPU
Joe Vernachio CEO ของบริษัท ได้ประกาศแผนการใหญ่นั่นคือการระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุนที่ไม่เปิดเผยนาม เพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจเข้าสู่โลกเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายคือ:
- เป็นผู้ให้บริการ GPU-as-a-Service (GPUaaS): นำเงินทุนไปจัดซื้อฮาร์ดแวร์ GPU ประสิทธิภาพสูงเพื่อปล่อยเช่า
- AI-native Cloud Solutions: ให้บริการระบบคลาวด์สำหรับประมวลผล AI โดยเฉพาะ
- แก้ปัญหาคอขวดของตลาด: มุ่งเน้นไปที่การให้บริการลูกค้าที่ต้องการพลังประมวลผลแบบเฉพาะเจาะจง (Dedicated access) ซึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่หรือตลาด Spot ในปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองได้เพียงพอ
บริษัทมองเห็นโอกาสจากสภาวะที่ความต้องการชิปประมวลผลสูงกว่าอุปทานอย่างมหาศาล ทั้งปัญหาการรอคิวสินค้านาน (Lead times) และอัตราว่างของ Data Center ในอเมริกาเหนือที่ต่ำเป็นประวัติการณ์
ฟองสบู่ หรือ การปรับตัว?
คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ บริษัทรองเท้าจะเอาอะไรไปสู้กับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีที่มีทุนหนากว่าหลายพันเท่า?
Gad Allon ศาสตราจารย์จาก Wharton School ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า การเรียกสิ่งนี้ว่าการ Pivot (การปรับทิศทางธุรกิจ) ดูจะเป็นการยกย่อง Allbirds มากเกินไป
“การ Pivot หมายถึงการที่บริษัทนำความสามารถเดิม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี บุคลากร หรือช่องทางการจัดจำหน่าย ไปปรับใช้ในตลาดใหม่ แต่ Allbirds ไม่มีสิ่งเหล่านี้ในโลก AI เลย สิ่งเดียวที่พวกเขามีคือ สถานะบริษัทในตลาด หลักทรัพย์ ซึ่งในตลาดตอนนี้มันกลายเป็นสินทรัพย์เดียวที่มีค่า พวกเขาแค่ใช้ชื่อบริษัทมหาชนไประดมทุนกับกระแสที่กำลังฮิตที่สุดในตอนนี้”
เขายังทิ้งท้ายด้วยมุกตลกสุดคลาสสิกของ Wall Street ว่า เมื่อไหร่ที่คนขัดรองเท้าเริ่มแนะนำหุ้น นั่นคือสัญญาณให้รีบขาย แต่ในยุคนี้อาจต้องเปลี่ยนเป็น “เมื่อบริษัทรองเท้าเริ่มเสนอขายแผนธุรกิจ AI นั่นแหละคือสัญญาณว่าฟองสบู่กำลังบอกอะไรบางอย่างกับคุณ”
ปรากฏการณ์หุ้นพุ่ง แม้ไร้พื้นฐาน
แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ดูเหมือนนักลงทุนในตลาดจะขานรับอย่างรุนแรง หลังการประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น NewBird AI ราคาหุ้น (BIRD) พุ่งทะยานขึ้นไปถึง 24.31 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 721% ภายในวันเดียว จากราคาเปิดเพียง 6.82 ดอลลาร์ และยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เราเคยเห็น Radio Shack พยายามเปลี่ยนตัวเองเป็นบริษัทคริปโต หรือล่าสุดบริษัท Movano ผู้ผลิตแหวนอัจฉริยะที่ควบรวมกับบริษัท AI จนกลายเป็นหุ้นชื่อ “MOVE” โดยที่ไม่มีการพูดถึงสินค้าสุขภาพเดิมอีกเลย




