ประเด็นตลาดวันนี้
ดัชนีตลาดหุ้น SET วันพุธปิดลบร้อยละ 0.76 ที่ระดับ 705.29 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 22,542.19 ล้านบาท ซึ่งหนาแน่นขึ้น 2,293.52 ล้านบาท เทียบกับเมื่อวันอังคาร
• เงินบาท เงินเยน และเงินยูโร อ่อนค่าลงในวันนี้ มาอยู่ที่ระดับ 39.390 บาท/ดอลลาร์ 111.27 เยน/ดอลลาร์ และ 1.2300 ดอลลาร์/ยูโร ตามลำดับ
• ดัชนีตลาดหุ้น Hang Sang วันพุธปิดลบร้อยละ 1.37 สู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่ในรอบ 1 เดือน ที่ 13,214.20 จุด
• ดัชนีตลาดหุ้น Nikkei วันพุธอ่อนตัวลงร้อยละ 0.86 สู่ระดับ 11,433.24 จุด ตามการปรับลดลงของดัชนีหุ้น NASDAQ เมื่อวานนี้
• ผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลกรณีพิเศษ
LB111A ประเภทอายุ 7 ปี วงเงิน 3,000 ล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.66% ลดลง ากสัปดาห์ก่อน -0.17
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย ที่สำรวจโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับลดลงจาก 107.5 ในเดือน ม.ค. มาอยู่ที่ระดับ 105.2 ในเดือน ก.พ. แต่ดัชนีที่ยังอยู่เหนือระดับ 100 บ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวการณ์ต่างๆ ยังอยู่ในระดับที่ดี ทั้งนี้ ดัชนีที่ปรับลดลงมาจากปัจจัยลบ ได้แก่ ความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก ความไม่สงบของสถานการณ์ภาคใต้ และปัญหาการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขณะที่มีปัจจัยบวกจากการปรับเพิ่มประมาณการณ์อัตราการเติบโตของประเทศโดยกระทรวงการคลัง
• ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐฯสาขา Richmond ปรับขึ้นจากระดับ 18 ในเดือน ม.ค. มาอยู่ที่ระดับ 19 ในเดือน ก.พ. ซึ่งบ่งชี้ถึงภาคการผลิตที่ยังมีการขยายตัวต่อเนื่อง
• ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมัน ปรับเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน จากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ และการแข็งค่าขึ้นของเงินยูโร
ภาวะตลาดหุ้น
Japan Nikkei-225
ดัชนีตลาดหุ้น Nikkei วันพุธปิดลบ 0.86% ที่ระดับ 11,433.24 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่อ่อนตัวตามการปรับลงดัชนีหุ้น NASDAQ ของสหรัฐฯ สู่ระดับต่ำกว่า 2,000 จุด เมื่อวานนี้ ขณะที่ การปรับลดตัวเลขคาดการณ์ GDP จากทางการญี่ปุ่นนั้น มีผลกดดันหุ้นกลุ่มที่พึ่งพาอุปสงค์ในประเทศ นอกจากนี้ ค่าเงินเยนที่ได้ชะลอการอ่อนค่าลง ก็ส่งผลให้นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นที่ปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
Hong Kong’s Hang Sang
ตลาดหุ้นฮั่งเส็งวันพุธยังคงอยู่ในช่วงของการปรับฐาน โดยปิดลดลง 1.37% สู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่ในรอบ 1 เดือน ที่ 13,214.20 จุด ในขณะที่ ตลาดไม่ตอบสนองต่อการแถลงงบประมาณของรัฐบาล เนื่องด้วยไม่มีมาตราการสำคัญๆ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือผลประกอบการของภาคเอกชนแต่อย่างใด ประกอบกับ การร่วงลงของดัชนีหุ้น NASDAQ เมื่อวานนี้ ยังกดดันบรรนยากาศการลงทุนในตลาดอีกด้วย
Thailand’s SET
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันพุธปรับตัวลง 0.76% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยมาปิดที่ระดับ 705.29 ตามแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ที่ปรับขึ้นหลังจากข่าวการยืดระยะเวลาวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขณะที่ ตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามากระตุ้นการลงทุน
จากการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ดัชนีหุ้นไทยวันพฤหัสบดี คงจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ โดยคาดว่าจะมีแนวรับที่ระดับ 700 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 710 จากที่ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นการลงทุน อย่างไรก็ตาม หุ้นท่าอากาศยานไทย (AOT) ที่จะเริ่มขายในวันพรุ่งนี้ อาจจะช่วยเสริมบรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้บ้าง
สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน
Baht/USD
เงินบาทอ่อนค่าลง ตามทิศทางค่าเงินเยนที่อ่อนลงในช่วงเช้า และค่าเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่อ่อนค่าลง ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงในวันนี้
Yen/USD
เงินเยนค่อนข้างทรงตัว ในขณะที่นักลงทุนมีความกังวลว่า ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินเยน ซึ่งดูเหมือนว่าทางการจะปกป้องไว้ที่ระดับ 110 เยน โดยเงินเยนไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการรายงานตัวเลข GDP ญี่ปุ่น ที่เติบโตขึ้น 1.6% ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2003 ซึ่งลดลงจากประมาณการเบื้องต้นที่ 1.7%
USD/Euro
เงินยูโรอ่อนค่าลงในวันนี้ โดยเงินดอลลาร์มีการปรับตัวแข็งแกร่ง หลังตลาดคาดการณ์การเปิดเผยยอดค้าปลีก และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่น่าจะออกมาดี ในขณะที่ในวันนี้เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย จะมีการเปิดเผยข้อมูลดุลการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่า การขาดดุลสหรัฐฯอาจจะลดลง
จากการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณว่า ค่าเงินบาทในวันพฤหัสบดีนี้ คงจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 39.29-39.39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินบาทอาจมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังตลาดมีการเก็งกำไรตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะออกมาดี ในขณะที่ความกังวลต่อการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนของทางการญี่ปุ่น อาจจำกัดการแข็งค่าของเงินบาทได้
สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้
Thai Gov. Bond 1 Year * : Thai Gov. Bond 5 Years * : Thai Gov. Bond 10 Years * : Thailand Bond Volume (MB)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ปรับลดลงในช่วง –1 ถึง –8 bps. โดยยังคงเป็นการลดลงค่อนข้างมากในพันธบัตรระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งทำให้สเปรดระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 2 และ 10 ปี แคบลงมาอยู่ที่ 2.91% จาก 2.95% เมื่อวันก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ไทย เพิ่มขึ้น 98.75% จากวันก่อน ทั้งนี้ ความชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มอุปทานพันธบัตรในระยะถัดไป ทำให้นักลงทุนกลับเข้ามาลงทุนในตลาดมากขึ้น หลังจากที่ตลาดค่อนข้างเงียบเหงาในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยหนุนตลาดพันธบัตรไทยด้วยเช่นกัน