ทำบุญวันสงกรานต์…สืบสานประเพณีไทย

ประเพณีในวันสงกรานต์ที่ไม่ได้มีการกล่าวถึงกันมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่จะเน้นกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องการสาดน้ำและการท่องเที่ยวมากกว่า ประเพณีที่จะกล่าวถึงคือการทำบุญ ซึ่งมีตั้งแต่การตักบาตร การบังสุกุลกระดูกญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้ว การสรงน้ำพระโดยนำดอกไม้และธูปเทียนไปบูชา แล้วเอาน้ำอบไปปะพรมที่องค์พระ การขนทรายเข้าวัดโดยการก่อเจดีย์ทราย หรือก่อกองข้าวสาร/ข้าวเปลือกเพื่อถวายวัด ฯลฯ ซึ่งนับว่าเทศกาลสงกรานต์เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่ส่งเสริมให้คนไทยเข้าวัด และมีความใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนามากขึ้น แนวความคิดที่เป็นกลอุบายของบรรพบุรุษที่ต้องการสืบทอดวัฒนธรรมอันดีไว้ ประเพณีวันสงกรานต์ได้ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนรุ่นลูกหลานมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ สอนให้รู้จักการตอบแทนบุญคุณ โดยใช้หลักทางศาสนาเป็นรูปแบบของขนบธรรมเนียมประเพณี

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สำรวจ “การร่วมงานประเพณีสงกรานต์ของคนกรุงเทพฯ” ซึ่งดำเนินการสำรวจอย่างต่อเนื่องหลายปีพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วในช่วงเทศกาลสงกรานต์คนกรุงเทพฯถึงร้อยละ 40 ที่เข้าร่วมงานประเพณีสงกรานต์นั้นเข้าร่วมในส่วนของกิจกรรมทางศาสนาด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในกิจกรรมทางศาสนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์เฉลี่ย 1,140 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งประเมินเป็นเม็ดเงินที่สะพัดในหลากหลายธุรกิจประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท โดยธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ ได้แก่ ร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ ร้านจำหน่ายอาหารแห้งและเครื่องกระป๋อง ร้านจำหน่ายดอกไม้และพวงมาลัย ร้านจำหน่ายน้ำอบ/น้ำปรุง/ดินสอพอง อย่างไรก็ตามคนกรุงเทพฯที่เข้าร่วมในกิจกรรมทางศาสนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการไปร่วมกิจกรรมในต่างจังหวัด ทั้งในภูมิลำเนาของตนเอง และในแหล่งท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยว ดังนั้นเม็ดเงินที่สะพัดในหลากหลายธุรกิจนั้นส่วนใหญ่จึงอยู่ในต่างจังหวัดกล่าวคือ จากการสำรวจพบว่าคนกรุงเทพฯจะไปร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ในต่างจังหวัดถึงร้อยละ 60 ส่วนประชาชนที่ยังคงอยู่ในกรุงเทพฯอีกร้อยละ 40 นั้นส่วนใหญ่ก็เข้าร่วมในกิจกรรมทางศาสนาด้วยเช่นกัน

สำหรับกิจกรรมศาสนาต่างๆในวัดนั้น ทางบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เคยมีการสำรวจ“คนกรุงเทพฯกับการไปวัด” ซึ่งในการสำรวจนั้นไม่รวมการไปวัดเพื่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานศพ ประเด็นสำคัญที่สำรวจพบคือ ค่าใช้จ่ายในการไปวัดในแต่ละครั้งของคนกรุงเทพฯ โดยแยกตามประเภทของกิจกรรมทางศาสนาในวัดแบ่งออกได้เป็น

– ค่าใช้จ่ายในการไปวัดในกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเดินทางประมาณ 98 บาท ถวายปัจจัยครั้งละ 189 บาท ถวายสังฆทาน/ภัตตาหารครั้งละ 277 บาท เช่าพระและวัตถุมงคลครั้งละ 492 บาท ทำบุญอื่นๆ(การถวายค่าน้ำค่าไฟ การปล่อยนก/ปลา ฯลฯ) ครั้งละ 187 บาท และมีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอีก 150 บาท อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าคนกรุงเทพฯที่ไปวัดในกรุงเทพฯร้อยละ 25.6 นิยมทำสังฆทาน ร้อยละ 24.7 นิยมทำบุญอื่นๆ และร้อยละ 21.5 นิยมการถวายปัจจัยมีเพียงร้อยละ 5.2 เท่านั้นที่เมื่อไปวัดแล้วนิยมการเช่าพระ/วัตถุมงคล ดังนั้นค่าใช้จ่ายหลักในการไปวัดในกรุงเทพฯจึงเป็นการทำสังฆทานและการซื้ออาหารสด/อาหารแห้งไปถวายพระ

– การไปวัดในต่างจังหวัด ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของคนกรุงเทพฯเมื่อเดินทางไปวัดในต่างจังหวัด จำแนกได้เป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเดินทาง 621 บาท ถวายปัจจัยครั้งละ 382 บาท ถวายสังฆทาน/ภัตตาหารครั้งละ 340 บาท เช่าพระ/วัตถุมงคล 297 บาท ทำบุญอื่นๆ 192 บาท และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 495 บาท อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายหลักถึงร้อยละ 24.0 จะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งกิจกรรมยอดฮิตในการไปวัดในต่างจังหวัดยังคงเป็นการทำสังฆทานเช่นกัน

กิจกรรมต่างๆในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นยังมีกิจกรรมดีๆที่ควรจะกล่าวถึง โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เนื่องจากมีหลากหลายกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งนับว่าเทศกาลสงกรานต์ก็เป็นอีกเทศกาลหนึ่งซึ่งส่งเสริมให้คนไทยได้มีโอกาสเข้าวัดและได้ใกล้ชิดกับศาสนามากขึ้น กิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ควรจะมีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เห็นถึงประเพณีอันงดงามของเทศกาลสงกรานต์ที่ไม่ได้มุ่งแต่ความสนุกสนานรื่นเริงเท่านั้น และประเพณีเหล่านี้เป็นประเพณีที่ควรแก่การอนุรักษ์และส่งเสริมให้มีการสืบทอดต่อๆไป เนื่องจากประเพณีเหล่านี้ถือว่าเป็นกิจกรรมหลักที่สำคัญของช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนควรให้ความสำคัญมากกว่าเป็นเทศกาลแห่งการสาดน้ำ ประแป้งเท่านั้น