ดอลลาร์เมินวิกฤตอิรัก : ทุบเงินยูโร & เงินเยน

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ฝ่ามรสุมวิกฤตในอิรัก ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 4 เดือน เมื่อเทียบกับเงินยูโร แตะที่อัตรา 1.19 ดอลลาร์/ยูโร เป็นผลสำเร็จ ขณะเดียวกัน เงินอเมริกันก็เข้มแข็งในรอบหนึ่งเดือน เมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น โดยซื้อขายในอัตราเฉลี่ยราว 108 เยน/ดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์จับตัวประกันชาวญี่ปุ่นในอิรัก สะเทือนเสถียรภาพทางการเมืองของพรรครัฐบาลญี่ปุ่น ส่วนเงินปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ มีค่าร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.80 ดอลลาร์/ปอนด์ เพราะสหรัฐฯมีแนวโน้มปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น

ตลาดทองคำในต่างประเทศ ค่อนข้างอับเฉา ราคาทองคำหล่นลงต่ำกว่าแนวต้าน 400 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งๆที่เหตุการณ์ในอิรักยังคงรุนแรง มีทหารและพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงการจับตัวประกันชาวต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง มีส่วนช่วยทำให้ราคาทองคำกระเตื้องขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะตกต่ำลงในเวลาต่อมา เมื่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯทะยานสูงอย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนหันไปถือสกุลเงินดอลลาร์ แทนทองคำอีกครั้ง

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับข่าวดีด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากตัวเลขการจ้างงานสดใสในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รายงานตัวเลขต่างๆยังคงทยอยยืนยันความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ดังนี้

– ยอดค้าปลีกเดือนมีนาคมเพิ่ม 1.8%

– ยอดสต็อกของธุรกิจเพิ่มกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยับขึ้น 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์

– ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคมโน้มสูงกว่าที่ประมาณการ

– ยอดขาดดุลการค้าเดือนกุมภาพันธ์ลดลง

บรรดารายงานตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านี้ ล้วนจูงใจให้นักลงทุนหันมาถือสกุลเงินดอลลาร์มากขึ้น เพราะเก็งกันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดกันไว้ เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯส่อเค้าว่าอัตราเงินเฟ้ออาจปะทุขึ้นได้ ประกอบกับตัวเลขการขาดดุลการค้า ซึ่งเป็นเสมือนลูกตุ้มที่คอยถ่วงค่าเงินดอลลาร์ กลับลดลงต่ำกว่าที่ตลาดเงินประมาณ จึงนับเป็นข่าวดี ทำให้นักลงทุนมั่นใจในเศรษฐกิจสหรัฐฯ

เป็นที่น่าสังเกตว่า เงินดอลลาร์อเมริกัน กลับไม่ค่อยได้รับผลกระทบกระเทือนจากสถานการณ์รุนแรงในอิรักเท่าใดนัก อีกทั้ง รายงานเกี่ยวกับยอดขาดดุลงบประมาณเดือนมีนาคมที่ค่อนข้างสูง ก็ไม่ได้รับสนใจจากตลาดเงินเช่นกัน

ส่วนเงินเยนญี่ปุ่น มีค่ามั่นคงในช่วงแรกของสัปดาห์ ซื้อขายที่อัตราเฉลี่ยราว 105 เยน/ดอลลาร์ เพราะนักค้าเงินยังมองว่าปัจจัยด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้มแข็ง รวมถึงตลาดหุ้นโตเกียวเฟื่องฟู แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนได้อ่อนแรงลงในเวลาต่อมา อยู่ที่อัตราเฉลี่ยราว 108 เยน/ดอลลาร์ เป็นผลจากความตึงเครียดในกรณีการจับชาวญี่ปุ่น 3 คนเป็นตัวประกันในอิรัก โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายข่มขู่จะฆ่าตัวประกัน หากญี่ปุ่นไม่ถอนทหารออกจากอิรัก ทำให้การเมืองภายในญี่ปุ่นอึมครึมลง แม้ว่าจะมีรายงานข่าวล่าสุดว่าตัวประกันชาวญี่ปุ่นได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระแล้วก็ตาม

ด้านเงินปอนด์อังกฤษ เคลื่อนไหวในอัตราเฉลี่ย 1.83 ดอลลาร์/ปอนด์ ในช่วงต้นสัปดาห์ เพราะนักลงทุนยังมีความหวังว่าอังกฤษจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนประเทศอื่นๆในกลุ่มอุตสาหกรรม แต่ปรากฏว่า เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯสดใสเกินความคาดหมาย ทำให้ตลาดเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ จึงส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ทำสถิติสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับเงินสำคัญสกุลอื่นๆ รวมถึงเงินปอนด์ด้วย กดดันให้ค่าเงินปอนด์อ่อนตัวอยู่ที่อัตราเฉลี่ยราว 1.79 ดอลลาร์/ปอนด์ ในช่วงท้ายสัปดาห์

อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ ณ วันที่ 12 เมษายน 2547 เทียบกับวันที่ 15 เมษายน 2547 (ตัวเลขในวงเล็บ) มีดังนี้

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเท่ากับ 1.2075 ดอลลาร์/ยูโร (1.1981 ดอลลาร์/ยูโร) 105.42 เยน (108.39 เยน) และ 1.8390 ดอลลาร์/ปอนด์ (1.7916 ดอลลาร์/ปอนด์)

ราคาทองคำในตลาดลอนดอน เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2547 เท่ากับ 408.30 ดอลลาร์/ออนซ์ เทียบกับราคา 398.05 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2547