การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2547 มีแนวโน้มคึกคักกว่าปี 2546 ที่เกิดวิกฤตโรคซาร์สมาก โดยนอกจากจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปร่วมฉลองสงกรานต์ตามเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย พระนครศรีอยุธยา นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ รวมทั้งในกรุงเทพฯที่จัดงานสงกรานต์ร่วมกับงานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 222 ปีแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่เลือกจะเดินทางไปพักผ่อนคลายร้อนตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้โรงแรมชายทะเลตามแหล่งท่องเที่ยวหลักๆส่วนใหญ่ต่างมีลูกค้าเข้าพักเต็มในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
โดยทั่วไปแล้วในเดือนเมษายนของทุกปีจะเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวหรือที่นิยมเรียกกันว่า โลว์ซีซั่นหรือกรีนซีซั่น ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศในแถบซีกโลกตะวันตกที่นิยมหลบอากาศที่หนาวจัดในฤดูหนาวมาพักผ่อนตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในแถบเอเชียซึ่งรวมทั้งประเทศไทย แต่สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวแล้ว เดือนเมษายนซึ่งอยู่ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของไทย คือ ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และยังมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นับเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวของตลาดนักท่องเที่ยวคนไทย โดยแต่ละครอบครัวต่างนิยมพาบุตรหลานไปเที่ยวพักผ่อนตามต่างจังหวัด
ดังนั้น นอกจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆในแต่ละภูมิภาคที่มีการจัดงานฉลองเทศกาลสงกรานต์กันอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนเพื่อคลายร้อนในช่วงสงกรานต์ ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมชายทะเลทำให้นอกจากจะได้ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ในภูมิภาคเอเชียเข้ามาชดเชยตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวแล้ว ยังได้ตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยเข้ามาทดแทนอีกส่วนหนึ่ง ทำให้โรงแรมชายทะเลตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่ต่างมีลูกค้าเข้าพักเต็มในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
เมื่อพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางในประเทศซึ่งรวบรวมโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า ในช่วงระหว่างปี 2542-2546 ตลาดท่องเที่ยวในประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยปีละ 4.6 (ดูตารางที่ 1) สำหรับในปี 2547 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า ตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราร้อยละ 6 ทั้งนี้โดยได้รับแรงเกื้อหนุนสำคัญจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่องของภาครัฐบาล และการเข้ามาให้บริการของสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจการบิน ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากค่าโดยสารเครื่องบินที่ลดลง
จากจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยที่คาดว่าจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 70 ล้านคน/ครั้งในปี 2547 ดังกล่าว บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนเมษายนจะมีนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสูงกว่าอัตราเฉลี่ยในช่วงปกติราวร้อยละ 50 คือ ประมาณ 9 ล้านคน/ครั้ง ซึ่งคิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณกว่า 3 ล้านคน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์และวันหยุดต่อเนื่องรวมประมาณ 10 วัน คือ ในช่วงระหว่างวันที่ 9 – 18 เมษายน 2547
การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก่อให้เกิดเม็ดเงินจำนวนมากสะพัดไปสู่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงในระดับประเทศในปัจจุบัน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้ของไทยที่มีคนไทยจำนวนไม่น้อยเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดสงกรานต์
แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 1 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออก ทั้งนี้เนื่องจากระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ทำให้สะดวกในการเดินทางและมีค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ
ชายทะเลในภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่ได้รับความนิยมจาก นักท่องเที่ยวคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้แก่
– จังหวัดชลบุรี อาทิ ชายหาดบางแสน และชายหาดพัทยา
– จังหวัดระยอง อาทิ ชายหาดแม่พิมพ์ ชายหาดแม่รำพึง เกาะเสม็ด
– จังหวัดตราด อาทิ เกาะช้าง เกาะหมาก
ชายทะเลฝั่งอ่าวไทย แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีลงไปถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลยอดนิยม ดังนี้
– จังหวัดเพชรบุรี อาทิ ชายหาดชะอำ
– จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อาทิ ชายหาดหัวหิน ชายหาดปราณบุรี
– จังหวัดสุราษฎร์ธานี อาทิ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะนางยวน
ชายทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามัน แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่ได้รับความนิยม ได้แก่
– จังหวัดภูเก็ต อาทิ ชายหาดป่าตอง ชายหาดกะตะ ชายหาดกะรน ชายหาดราไวย์
– จังหวัดกระบี่ อาทิ ชายหาดอ่าวพระนาง เกาะพีพี
– จังหวัดพังงา อาทิ หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน เกาะปันหยี เขาพิงกัน อ่าวพังงา
– จังหวัดสตูล อาทิ เกาะตะรุเตา อาดัง หลีเปะ
– จังหวัดตรัง อาทิ เกาะเชือก เกาะกระดาน
จากการสำรวจค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า รายได้ด้านการท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่สำคัญของไทยมีสัดส่วนประมาณกว่าร้อยละ 20 ของรายได้ด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวคนไทยทั้งหมด
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด จึงคาดการณ์ว่า การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดไปสู่แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลทั่วประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาทกระจายไปสู่ธุรกิจด้านที่พัก ทั้งในรูปโรงแรม รีสอร์ท และบังกะโลชายทะเล
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวคนไทยใช้จ่ายในด้านค่าที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน กล่าวคือ นักท่องเที่ยวคนไทยใช้จ่ายในด้านค่าที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออกในสัดส่วนเฉลี่ยราวร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายโดยรวม ส่วนค่าที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ชะอำไปถึงสุราษฎร์ธานี และแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลภาคใต้ในฝั่งทะเลอันดามันของนักท่องเที่ยวคนไทยมีสัดส่วนเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30 ของค่าใช้จ่ายโดยรวม