ดอกเบี้ยสหรัฐฯเพิ่ม & น้ำมันแพง … สะกดดอลลาร์ 1.22 ต่อยูโร

เงินดอลลาร์สหรัฐฯเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบ 1.22 ดอลลาร์/ยูโร แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็นอัตรา 1.50% แต่ตลาดเงินยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากที่ราคาน้ำมันพุ่งแตะ 45.75 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำให้ความต้องการถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังไม่คึกคักเท่าที่ควร ส่วนเงินเยนญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้น จนเกรงว่าจะเหนี่ยวรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น สำหรับเงินปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ อ่อนตัวลงเป็นลำดับ หลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษออกรายงานรายไตรมาสระบุว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศน่าจะอยู่ในเป้าหมายที่ทางการกำหนดไว้ 2% ส่งผลให้ทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยอังกฤษชะลอลง ในขณะที่ราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ ทะยานผ่านแนวต้าน 400 ดอลลาร์/ออนซ์ชั่วขณะ เป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์หวั่นไหวเพราะรายงานเกี่ยวกับการจ้างงานเดือนกรกฎาคม ปัจจัยอื่นที่มีอิทธิพลหนุนราคาทอง ได้แก่ แนวโน้มราคาน้ำมันแพง และความหวาดกลัวต่อภัยก่อการร้ายในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2004

นักค้าเงินตราต่างประเทศซื้อขายเงินดอลลาร์เบาบางในช่วงต้นสัปดาห์ เป็นผลจากตลาดเงินรอผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างอ่อนตัวลงในระยะแรก เพราะอิทธิพลของรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมสร้างความผิดหวังอย่างมาก โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 32,000 ตำแหน่ง จากที่คาดการณ์ไว้ราว 228,000 ตำแหน่ง ทำให้ตลาดเงินไม่ค่อยแน่ใจว่าที่ประชุม FOMC จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ และถึงแม้ในที่ประชุมงวดก่อน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ นาย Alan Greenspan ได้เคยย้ำว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯที่อ่อนแรงลงช่วงเดือนมิถุนายน เป็นเพียงช่วงปรับตัวเท่านั้น แต่สถานการณ์ที่ปรากฏในเวลาต่อมา ก็คือ นักลงทุนยังคงเทขายหุ้นและเงินดอลลาร์เป็นระยะๆ จนนักค้าเงินไม่มั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ

แต่ในที่สุด การประชุม FOMC เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ได้มีมติให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ เพิ่มอัตราดอกเบี้ยจาก 1.25% เป็น 1.50% ซึ่งนับเป็นการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยรอบที่ 2 ภายใน 6 สัปดาห์ ซึ่งตลาดเงินมองว่าเป็นแนวโน้มที่ทางการสหรัฐฯได้เคยระบุไว้แล้วว่าจะใช้มาตรการการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันเงินเฟ้อ ยิ่งไปกว่านั้น นาย Greenspan ได้ออกมาแถลงในครั้งนี้อีกว่าการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯอาจชะลอตัวลงบ้างในช่วงนี้ เป็นผลจากราคาน้ำมันแพง ซึ่งไม่น่าวิตกกังวลนัก โดยคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตัวอย่างแข็งขันต่อไป

ในช่วงกลางสัปดาห์ เงินดอลลาร์ยังคงสามารถยืนหยัดอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 1.22 ดอลลาร์/ยูโรไว้ได้ แม้ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งถึง 45.75 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่เงินดอลลาร์กลับได้รับผลดีจากรายงานตัวเลขค้าปลีกสหรัฐฯเดือนกรกฎาคมและมิถุนายนที่อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ ช่วยปลอบขวัญนักลงทุนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังเข้มแข็ง

เป็นที่น่าสังเกตว่า เงินยูโร ได้รับแรงสนับสนุนในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากมีรายงานว่าธนาคารกลางไต้หวันมีแผนการที่จะเพิ่มสัดส่วนสกุลเงินยูโรในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไต้หวัน และลดสัดส่วนเงินดอลลาร์ลง นอกจากนี้ รายงานตัวเลข GDP ของเยอรมันไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ก็เป็นข่าวดีให้แก่เงินยูโรด้วย

เงินปอนด์อังกฤษ มีค่ามั่นคงในช่วงต้นสัปดาห์ อยู่ที่ระดับเฉลี่ยราว 1.84 ดอลลาร์/ปอนด์ ได้รับแรงสนับสนุนจากบรรดาตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษระลอกแรกที่ชี้ว่าราคาผลผลิตเดือนกรกฎาคมสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี รวมถึงราคาบ้านเดือนมิถุนายนก็เพิ่มขึ้น ทำให้เก็งว่าอังกฤษอาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกในเร็วๆนี้ ถึงแม้อังกฤษจะเป็นประเทศที่มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยบ่อยมาก จากเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มาถึงปัจจุบัน รวม 5 ครั้ง โดยอัตราดอกเบี้ยอังกฤษอยู่ที่ระดับ 4.75%

แต่อย่างไรก็ตาม เงินปอนด์มีค่าลดลงเป็นลำดับในเวลาต่อมา เมื่อตัวเลขราคาผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมลดลง 0.3% ทำให้อังกฤษมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.4% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายทางการที่กำหนดไว้ 2% กระตุ้นให้ตลาดเงินเริ่มไม่มั่นใจว่าอังกฤษจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกหรือไม่ เนื่องจากระดับเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะอยู่ในเกณฑ์ของธนาคารกลางอังกฤษ อีกทั้ง รายงานรายไตรมาสของแบงก์ชาติก็มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับตลาดเงิน จึงทำให้มีการชะลอซื้อเงินปอนด์ในตอนปลายสัปดาห์

ทองคำในตลาดต่างประเทศ พุ่งแตะราคาเฉลี่ย 400 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงต้นสัปดาห์ เป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์หวั่นไหวในรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ แต่น่าเสียดายที่ราคาทองคำปรับลดลงในเวลาต่อมา และเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบ 394 ดอลลาร์/ออนซ์ในช่วงปลายสัปดาห์ เมื่อสหรัฐฯเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ทำให้ความต้องการถือเงินอเมริกันเพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำยังคงได้รับความสนใจ เพราะนักลงทุนยังหวั่นวิตกเกี่ยวกับภัยก่อการร้ายและการรักษาความปลอดภัยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ และการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันในสหรัฐฯ รวมถึงแนวโน้มราคาน้ำมันที่แพงขึ้น

อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2547 เทียบกับวันที่ 12 สิงหาคม 2547 (ตัวเลขในวงเล็บ) มีดังนี้

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเท่ากับ 1.2276 ดอลลาร์/ยูโร (1.2255 ดอลลาร์/ยูโร) 110.64 เยน (110.94 เยน) และ 1.8412 ดอลลาร์/ปอนด์ (1.8226 ดอลลาร์/ปอนด์)

ราคาทองคำในตลาดลอนดอน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2547 เท่ากับ 399.20 ดอลลาร์/ออนซ์ เทียบกับราคา 394.75 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2547