โอมาฮา, เนบราสก้า และ ซานฟรานซิสโก–(บิสิเนสไวร์)— บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์ (NYSE: BRK.A และ BRK.B) ประกาศข้อตกลงขั้นสุดท้ายที่จะซื้อกิจการบริษัทบิสิเนสไวร์ ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการเผยแพร่ข่าวสารองค์กร มัลติมีเดีย และเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ อย่างไรก็ดี เงื่อนไขของธุรกรรมครั้งนี้ไม่ได้รับการเปิดเผยแต่อย่างใด
บิสิเนสไวร์จะดำเนินงานในฐานะบริษัทในเครือโดยสมบูรณ์ของบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์ โดยทีมบริหารของบิสิเนสไวร์จะยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป และการดำเนินงานในแต่ละวันของบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของครั้งนี้ การซื้อกิจการครั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามธรรมเนียมปฏิบัติ ซึ่งรวมถึงการสิ้นสุดระยะเวลาการรอคอยภายใต้กฎหมายฮาร์ท-สก็อต-โรดิโน (Hart-Scott-Rodino Act) และคาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะสิ้นสุดในไตรมาสแรกของปีนี้
นายวอร์เรน บัฟเฟต ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์กล่าวว่า บิสิเนสไวร์มีลักษณะธุรกิจที่คล้ายคลึงอย่างมากกับธุรกิจของบริษัทในเครือของเบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์
“ในการซื้อกิจการบิสิเนสไวร์ครั้งนี้ เราได้ดำเนินการตามแผนที่เราเตรียมการไว้ล่วงหน้าเพื่อซื้อบริษัทที่สามารถทำกำไรได้และเป็นผู้นำภาคอุตสาหกรรม แต่ก็มีศักยภาพที่จะขยายตัวได้มาก” นายบัฟเฟตกล่าว “เงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของเราทุกครั้งคือการประเมินฝ่ายบริหารของบริษัท และทีมบริหารที่มีประสบการณ์ของบิสิเนสไวร์ก็มีความสำคัญต่อการตัดสินใจของเรา”
“เราตระหนักในทันทีว่า บิสิเนสไวร์เป็นเพชรแห่งบริษัท” นายบัฟเฟตกล่าวต่อ “ผมคาดว่า บิสิเนสไวร์จะสานต่อสิ่งที่ดำเนินการมาตลอด และผมจะคอยช่วยเหลือถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้”
“เบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์มีความเหมาะสมอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับบิสิเนสไวร์” นายลอร์รี่ ไอ.โลคีย์ ผู้ก่อตั้งบิสิเนสไวร์ในปี 2504 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัทกล่าว “เบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์มีพันธะสัญญาต่อการมอบสภาวะเกื้อหนุนที่จะทำให้บิสิเนสไวร์สามารถขยายกิจการต่อไปในตลาดต่างประเทศ และฉวยโอกาสที่เกิดขึ้นได้ เราโชคดีมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่น่ายกย่องมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”
นายโลคีย์จะดำรงตำแหน่งประธานบิสิเนสไวร์ต่อไป ขณะเดียวกันก็จะอุทิศตนให้กับการช่วยเหลือคนยากจนด้วย โดยนายโลคีย์ได้บริจาคเงินให้การกุศลคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 160 ล้านดอลลาร์แก่โครงการวิจัยด้านการศึกษาและการแพทย์ทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการต้อนรับเข้ามาอยู่ในครอบครัวของเบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์” แคธี บารอน แทมราซ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบิสิเนสไวร์กล่าว “เรามั่นใจว่า การซื้อกิจการครั้งนี้จะมอบประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์มากมายให้แก่พนักงาน ลูกค้า รวมทั้งบริษัทในเครือและหุ้นส่วนธุรกิจของเราทั่วโลก นี่เป็นธุรกรรมที่ได้ประโยชน์กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”
บิสิเนสไวร์ ซึ่งขยายธุรกิจในยุโรปและเอเชียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยน แปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในด้านความโปร่งใสขององค์กรและข้อกำหนดเรื่องการเปิดเผยข้อมูล โดยบริษัทได้ก่อตั้งเครือข่ายการเปิดเผยข้อมูลตามกฎข้อบังคับขึ้นหลายแห่งในยุโรปเพื่อเตรียมการสำหรับคำสั่งการกำหนดด้านความโปร่งใส (Transparency Obligations Directive หรือ TOD) ของสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนม.ค. 2550 ซึ่งคำสั่ง TOD ดังกล่าวกำหนดให้มีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องกันภายในยุโรปสำหรับบริษัทมหาชนในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 25 ประเทศ
เกี่ยวกับเบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์
เบิร์กเชียร์ แฮธอะเวย์และบริษัทในเครือดำเนินธุรกิจในหลากหลายประเภทด้วยกัน และธุรกิจที่สำคัญที่สุดคือประกันภัยและประกันวินาศภัยที่ดำเนินงานทั้งแบบรับประกันภัยโดยตรงและรับประกันภัยต่อ หุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยใช้สัญลักษณ์ BRK.A และ BRK.B
เกี่ยวกับบิสิเนส ไวร์
บิสิเนสไวร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2504 โดยนายลอร์รี ไอ. โลคีย์ ประธานบริษัท ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวและนักบริหารด้านการประชาสัมพันธ์ที่มีประสบการณ์ช่ำชอง
เครือข่ายในการส่งข้อมูลหลายช่องทางของบริษัท ซึ่งเข้าถึงสำนักข่าวในประเทศและต่างประเทศราว 60 แห่ง รวมถึง ผู้ให้บริการข้อมูลการเงินและบริการข่าวผ่านเว็บไซต์ทั่วอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา จะทำให้ผู้รับสารรายสำคัญซึ่งได้แก่สื่อ นิตยสารประเภทเพื่อการค้า นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ผู้ตัดสินใจในระดับธุรกิจต่อธุรกิจ และผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้พร้อมกัน
บิสิเนสไวร์ เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับสมบูรณ์ประมาณ 1,000 ชิ้นต่อวันผ่านระบบอิเล็คทรอนิคไปยังสื่อ อินเทอร์เน็ต บริการออนไลน์ และฐานข้อมูล ตลอดจนกลุ่มนักลงทุนใน 150 ประเทศทั่วโลก ด้วยภาษาต่างๆ 45 ภาษา บิสิเนสไวร์มีสำนักงาน 24 แห่งในสหรัฐฯ ปารีส แฟรงค์เฟิร์ต ลอนดอน บรัสเซลส์ โตเกียว และซิดนีย์ และยังมีสำนักงานหุ้นส่วนอีกหลายแห่งทั่วโลก