อินเทลนำเสนอโครงการใหม่มุ่งมั่นพัฒนาสมาชิกธุรกิจรีเซลเลอร์

กรุงเทพฯ 20 เมษายน 2549 – อินเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการใหม่ๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อเสริมสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจให้กับบริษัทที่เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อินเทล การเปิดเผยครั้งนี้มีขึ้นในงาน อินเทล โซลูชั่น ซัมมิท ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (APAC Intel Solutions Summit) ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีครั้งใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้นสำหรับตัวแทนจำหน่ายของอินเทลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยจัดขึ้นที่เกาะซานย่า เมืองไหหนาน ประเทศจีน ทั้งนี้ ผู้บริหารอินเทลหลายท่านได้เปิดเผยในงานนี้ว่า อินเทลได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ขึ้นเพื่อช่วยให้ธุรกิจของสมาชิกที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของตลาดโมบายล์และแพลตฟอร์มดูอัลคอร์ของอินเทล นอกจากนี้ อินเทล ยังเปิดเผยโครงการที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับสมาชิก เพื่อช่วยให้ตัวแทนจำหน่ายสามารถพัฒนาธุรกิจของตนโดยใช้แบรนด์สัญลักษณ์ใหม่ของอินเทล

วิลเลียม เอ็ม ซุย รองประธานและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มแชนแนลแพลตฟอร์มของอินเทล กล่าวว่า “อินเทลมีความสัมพันธ์ที่ดีและยาวนานกับสมาชิกที่เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายของอินเทล ในปีนี้ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของอินเทลนับว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเมื่อผนวกกับการมุ่งเน้นและความมุ่งมั่นในการริเริ่มโครงการและบริการใหม่ต่างๆ สำหรับสมาชิกของเรา
สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สมาชิกของเราประสบความสำเร็จในธุรกิจได้เป็นอย่างดี”

ประโยชน์ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ตัวแทนจำหน่ายนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น

โครงการ Intel? Channel Partner เป็นโครงการที่อินเทลได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ตรงกับความท้าทายและความต้องการทางธุรกิจสำหรับผู้ค้ารายย่อย โครงการดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยโลโก้ตัวใหม่ จะให้ประโยชน์กับรีเซลเลอร์ทั้งทางด้านเทคโนโลยี การทำธุรกิจและกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งจำเป็นต่อการนำเสนอแพลตฟอร์มที่เป็นโซลูชั่นต่างๆ

อินเทลนำเสนอสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างครบถ้วนเพื่อช่วยให้สมาชิกที่เป็นผู้ค้ารายย่อยประสบความสำเร็จมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ได้แก่ พอทัลเว็บที่ออกแบบใหม่เพื่อทำให้การหาข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเลือกดูเนื้อหาที่เหมาะกับความต้องการของตนเอง การอบรมเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านเทคนิคและความรู้ทางธุรกิจแบบตัวต่อตัวหรือผ่านทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงโลโก้ใหม่ที่จะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นพันธมิตรกับอินเทล และยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อินเทลจัดหาให้ได้อีกด้วย การจัดบุคลากรดูแลจะขึ้นอยู่กับระดับของการเป็นสมาชิก โดยจะมีการปรับให้เข้ากับความต้องการธุรกิจของสมาชิกแต่ละราย นอกจากนั้นอินเทลยังปรับปรุงส่วนต่างๆ ของโครงการ เช่น การเข้าถึงแบรนด์อินเทลได้สะดวกและง่ายดายมากขึ้นผ่านโครงการ Intel? Inside Program และข้อมูลเทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบออนไลน์ โครงการ Intel? Channel Partner ที่ปรับปรุงขึ้นนี้จะเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2549

มาร์คัส โลว์ ผู้อำนวยการฝ่าย รีเซลเลอร์ แชนแนล โอเปอเรชั่น ในเอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริมว่า “อินเทลได้ลงทุนเป็นจำนวนมากในการช่วยเหลือสมาชิกผู้ค้ารายย่อย เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีโซลูชั่นในการทำธุรกิจให้ได้ผลกำไรสูงสุด โครงการฯ นี้เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้สมาชิกผู้ค้ารายย่อยได้รับความรู้ เครื่องมือและทรัพยากรที่สำคัญ เพื่อการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ โดยใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มในการจับตลาด”

มร.โลว์ กล่าวเสริมว่า “อินเทลมีสมาชิกคู่ค้ารายย่อยกว่า 43,000 ราย ในเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิก การขยายโครงการสำหรับสมาชิกผู้ค้ารายย่อยครั้งนี้มีพื้นฐานจากความสำเร็จในปี 2548 ซึ่งจำนวนสมาชิกและรายได้ของอินเทลเพิ่มขึ้นอย่างมาก “ในปี 2548 สมาชิกผู้ค้ารายย่อยของอินเทล ได้เห็นประโยชน์ที่โดดเด่นของการนำเสนอสินค้าแบบแพลตฟอร์มเพื่อการตอบสนองความต้องการต่างๆ ที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเพิ่มผลประโยชน์ให้กับลูกค้าที่มีอยู่ของตน และยังสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย”

มร. ฮอง โบ ฮาน ประธานบริษัท Bayi Space Computer Technology ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการพันธมิตรนี้ว่า “การที่มีโครงการนี้เกิดขึ้นทำให้พวกเรามองเห็นถึงการสนับสนุนจากอินเทลในด้านการพัฒนาตลาด การขยายขอบเขตอุตสาหกรรม รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นด้วยแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พันธมิตรผู้ค้ารายย่อย เช่น Bayi Space Computer สามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยการขยายธุรกิจและบริการ ซึ่งทำให้มีผลกำไรที่มากขึ้น”

การริเริ่มต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของผลิตภัณฑ์โมบายล์

อินเทลร่วมมืออย่างแข็งขันกับหลายหน่วยงานเช่น บริษัทนานาชาติ ผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค รวมทั้งสมาชิกรายย่อย และหน่วยงานอื่นๆ ในแวดวงคอมพิวเตอร์เพื่อกระตุ้นการเติบโตของผลิตภัณฑ์กลุ่มโมบายล์ สิ่งที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือการพยายามทำให้โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์สามารถแลกใช้ส่วนประกอบต่างๆ ได้ โดยเรียกว่า Common building blocks หรือ (CBBs)

ความพยายามครั้งนี้เป็นการร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ระดับโลก ซึ่งผลิตส่วนประกอบต่างๆ ที่สามารถเปลี่ยนกันได้ (Interchangeable) ในเจ็ดส่วน ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์, ออพติคอล ไดรฟ์, จอแอลซีดี, ชุดแบตเตอรี่, แผงโน้ตบุ๊กที่ปรับได้ตามต้องการ, อุปกรณ์แปลงไฟ, และคีย์บอร์ด ซึ่งผู้จำหน่ายโน้ตบุ๊กสามารถเลือกใช้ส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้ได้ ซึ่งนอกจากประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนอุปกรณ์นี้แล้ว การใช้ CBBs ยังช่วยให้การบริการหลังการขายมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีอะไหล่ที่พอเพียงอีกด้วย

นอกจากการร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อินเทลได้ช่วยบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำสามบริษัท (ได้แก่ Asus, Compal, และ Quanta) ในการนำ CBBs มาใช้กับตัวกรอบแบร์โบนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Barebone) รุ่นใหม่ถึง 11 รุ่นด้วยกัน โดยที่คอมพิวเตอร์เหล่านี้เป็น ODM (ซึ่งไม่ใช้แบรนด์ของ
อินเทล) และพร้อมวางจำหน่ายแล้วภายในเดือนนี้

อินเทลได้เผยถึงโครงการ “Verified by Intel?” (ได้รับการตรวจสอบโดยอินเทล) ซึ่งจะถูกใช้ในการทำตลาดโดยเฉพาะสำหรับผู้ค้ารายย่อยซึ่งวางแผนที่จะจำหน่ายชุดคอมพิวเตอร์แบบแบร์โบนที่มีองค์ประกอบ CBBs ทั้งเจ็ดส่วนเหล่านี้ โดยข้อความนี้จะแสดงให้เห็นว่าอินเทลได้ร่วมมือกับ ODMs และผู้จำหน่ายชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ได้มาตรฐาน กับกลุ่มของอุปกรณ์ที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ ซึ่งจุดประสงค์หลักของความพยายามในครั้งนี้คือการสร้างประสบการณ์ที่นอกเหนือขีดจำกัดแก่รีเซลเลอร์

อินเทลเป็นผู้นำด้านดูอัลคอร์เทคโนโลยี

อินเทลมีความตั้งใจในการช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยในการเปลี่ยนเข้าสู่การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีดูอัลคอร์ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันสามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์หลายอย่างตั้งแต่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจนถึงเซิร์ฟเวอร์

อินเทลได้ประกาศถึงแพลตฟอร์มสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้อินเทล? ซีออน? โปรเซสเซอร์ แบบดูอัลคอร์ (ชื่อรหัสแพลตฟอร์ม Bensley) ที่จะมีวางจำหน่ายในราว 2-3 เดือนนี้ ซึ่งผู้ค้ารายย่อยเตรียมวางจำหน่ายแพลตฟอร์มนี้พร้อมกับซีพียูแบบกล่องรุ่นพิเศษและมีราคาต่ำกว่ารุ่นก่อน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของรีเซลเลอร์ และหลังจากนั้นบริษัทวางแผนที่จะวางจำหน่ายโปรเซสเซอร์ชื่อรหัสWoodcrest ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านสมรรถนะต่อวัตต์ในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2549 และต่อมาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2550 อินเทลจะเริ่มส่งโปรเซสเซอร์แบบสี่แกนหลักหรือควอดคอร์ (ที่มีชื่อรหัสว่า Cloverton) โปรเซสเซอร์ทั้งสองรุ่นนี้จะสามารถรองรับไบออสบนแพลตฟอร์มรุ่น Bensley ได้ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและรอบอายุการใช้งานทางวิศวกรรม ในขณะเดียวกัน ยังเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการในอนาคตได้อีกด้วย

อินเทล? เซนทริโน? ดูโอ โมบายล์ เทคโนโลยีสำหรับโน้ตบุ๊กยังเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งที่ช่วยให้รีเซลเลอร์สามารถขยายธุรกิจของพวกเขา แพลตฟอร์มไร้สายนี้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในแง่ประสิทธิภาพ คุณภาพด้านกราฟิก อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น และขนาดของเครื่องที่เล็กลงอีกด้วย ในปี 2549 นี้ มีคอมพิวเตอร์จำนวนกว่า 230 รุ่นที่รอการเปิดตัว ซึ่งรวมถึงรุ่นต่างๆ หลายแบบที่สร้างสรรค์โดยผู้ค้ารายย่อย โน้ตบุ๊กที่มีคอร์ดูโอโปรเซสเซอร์จะทำให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับสื่อบันเทิงต่างๆ รวมถึง เพลง เกมส์ และภาพยนตร์คุณภาพสูงแบบไฮ-เดฟฟินิชั่น โทรทัศน์ และวิทยุ สำหรับการใช้งาน คอร์ ดูโอ มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นพร้อมทั้งในระบบรักษาความปลอดภัย และการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้จากที่ต่างๆ ในเวลาใดก็ตามที่พวกเขาต้องการ

อินเทลได้ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยี อินเทล? ไวฟ์? ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเดสก์ท้อป ที่จะทำให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์สามารถขยายบริการให้กับผู้ใช้ตามบ้าน หรือสามารถทำธุรกิจร่วมกับกลุ่มธุรกิจสร้างบ้านเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ผู้ค้ารายย่อยสามารถเพิ่มกำไรให้แก่ธุรกิจของพวกเขา โดยการนำเสนอบริการใหม่หลายแบบ เช่น การเชื่อมต่อแบบไร้สาย เพื่อการค้นข้อมูลทางสื่อต่างๆ จากที่บ้าน หรือการติดตั้งอุปกรณ์ภายในบ้านโดยผ่านโมเดลการติดตั้งสำหรับที่พักอาศัย

ในช่วงหลังของปี 2549 อินเทลจะเปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับเดสก์ท็อปสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงที่มีชื่อรหัสว่า Averill แพลตฟอร์มนี้มีเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่นเพิ่มการป้องกันไวรัส และการบริหาร แพลตฟอร์มนี้คาดว่าจะใช้โปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท้อปที่มีสมรรถนะสูงสุด และมีการประหยัดพลังงานเหนือกว่าโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหลายเท่า

เกี่ยวกับงานอินเทล โซลูชั่น ซัมมิท

งานอินเทล โซลูชั่น ซัมมิทเป็นการประชุมที่จัดขึ้นปีละหนึ่งครั้ง สำหรับรีเซลเลอร์ และผู้จัดหาโซลูชั่น ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความรู้ ความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ และกลยุทธ์สำหรับผู้ค้ารายย่อยของอินเทล โดยมีผู้บริหารของอินเทลหลายท่านที่เข้าร่วมการประชุมในปีนี้ สมาชิกผู้ค้ารายย่อยของอินเทลในปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดในสัดส่วนหนึ่งในสามของหน่วยการขายทั้งหมด มีผู้ค้ารายย่อยในตำแหน่งต่างๆ กว่า 1,300 แห่งทั่วโลก ซึ่งอยู่ภายใต้องค์กรที่มีสมาชิกกว่า 180,000 รายใน 130 ประเทศ ที่เข้าร่วมการขายผ่านช่องทางการขายเหล่านี้

ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมซิลิกอน อินเทลได้พัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และริเริ่ม สิ่งต่างๆ เพื่อสร้างความก้าวหน้าในการทำงานและการดำรงชีวิตของผู้คน ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทอินเทล ได้ที่เว็บไซต์ http://www.intel.com/pressroom

Intel, Intel logo, Centrino, “Intel. Leap ahead.,”, “Intel. Leap ahead.” logo, Intel Viiv และ Intel Inside
เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ อินเทล คอร์ปอเรชั่น หรือสำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ
ขอสงวนสิทธิ์

* ชื่อและยี่ห้ออื่นอาจถูกอ้างอิงถึงโดยถือเป็นทรัพย์สินของชื่อยี่ห้อนั้นๆ