จีอี รั้งอันดับ 1 ในการศึกษา "บริษัทที่ดีที่สุดสำหรับผู้นำ" ประจำปี 2549


by admin
05-01-2007 00:00:00

ฟิลาเดลเฟีย—(บิสิเนส ไวร์)

การชี้ให้เห็นถึงข้อพึงปฏิบัติสำหรับการพัฒนาผู้นำแห่งอนาคต

เจเนอรัล อีเลคทริค (General Electric) ครองอันดับ 1 ในการศึกษาเรื่อง บริษัทที่ดีที่สุดสำหรับผู้นำประจำปีพ.ศ. 2549 (the 2006 Best Companies for Leaders) ที่ดำเนินการโดยเฮย์ กรุ๊ป ร่วมกับนิตยสาร Chief Executive การศึกษานี้เน้นย้ำถึงข้อพึงปฏิบัติเพื่อระบุถึงและสนับสนุนความสามารถในการเป็นผู้นำ

"ลูกจ้างประมาณ 75 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาจะเกษียณอายุในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า(1) ซึ่งรวมถึงซีอีโอ 50% จากบริษัทใหญ่ๆ" แมรี่ ฟอนเทน รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมแมคเคลแลนด์ (McClelland Center for Research and Innovation) ของเฮย์ กรุ๊ป กล่าว "ขณะนี้มีความต้องการผู้บริหารอย่างเร่งด่วน แต่มีลูกจ้างเพียง 45 ล้านคนที่จะสามารถดำรงตำแหน่งเหล่านี้ บางภาคธุรกิจและบางตลาดกำลังแย่งชิงผู้มีความสามารถและผู้นำ และภายในไม่กี่ปี มันจะกลายเป็นสงครามในวงกว้าง บริษัทที่ยังไม่มีความพร้อม กำลังเผชิญกับอนาคตที่เสี่ยง"

ความกังวลนี้ไม่ได้มีอยู่แต่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปตะวันตกที่ซึ่งประชากรสูงอายุพร้อมที่จะเกษียณเท่านั้น ในประเทศเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะจีน ยุโรปตะวันออก บราซิล และประเทศอื่นๆ ก็มีความจำเป็นด้านการจ้างและพัฒนาผู้บริหารให้มีจำนวนมากพอเพื่อรักษาอัตราการเติบโตเอาไว้

ฟอนเทนคาดการณ์ว่า การมุ่งเน้นไปที่การระบุหาและบริหารความสามารถของผู้แข่งขันที่มีศักยภาพสูงจะเพิ่มขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของเกณฑ์มาตรฐาน "องค์กรที่สามารถระบุ พัฒนา และเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารของพวกเขาจากภายในจะทำให้พวกเขามีโอกาสชนะองค์กรอื่นๆในสงครามการแย่งชิงผู้นำ และเพื่อรักษาอนาคตในองค์กรของพวกเขาเอาไว้ ปัจจุบันบริษัทในอันดับต้นๆได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้ว ส่วนบริษัทที่ไม่เตรียมพร้อมก็จะต้องพึ่งพาการจ้างบุคลากรจากภายนอก ซึ่งมักจะมีราคาสูงกว่าและไว้วางใจได้น้อยกว่าการเลื่อนตำแหน่งภายใน"

20 บริษัทที่ดีที่สุดสำหรับผู้นำ ประจำปี พ.ศ. 2549

----------------------------------------------------------------------

1) General Electric 11) Dell

----------------------------------------------------------------------

2) Procter & Gamble 12) Microsoft

----------------------------------------------------------------------

3) PepsiCo 13) Novartis

----------------------------------------------------------------------

4) Citigroup 14) Verizon Communications

----------------------------------------------------------------------

5) Johnson & Johnson 15) Nestle

----------------------------------------------------------------------

6) HSBC Holdings 16) Lockheed Martin

----------------------------------------------------------------------

7) BASF 17) GlaxoSmithKline

----------------------------------------------------------------------

8) Home Depot 18) Amgen

----------------------------------------------------------------------

9) IBM 19) Hewlett-Packard

----------------------------------------------------------------------

10) Coca-Cola 20) BAE Systems

----------------------------------------------------------------------
บริษัทเหล่านี้เป็นกลุ่มเกณฑ์มาตรฐานที่ควรค่าแก่การวิเคราะห์ของเรา ผลตอบแทนเฉลี่ยของผู้ถือหุ้นรวม 5 ปีมากกว่า S&P 500 ในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ 3.53% โดยช่วงดังกล่าวครอบคลุมปีที่มีผลตอบแทนต่ำหลังภาวะเศรษฐกิจถดถอยและเหตุการณ์ 9/11 รวมถึงดัชนี S&P ที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

แล้วพวกเขาทำอย่างไร?
การศึกษานี้ระบุถึงวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่บรรดาบริษัทเหล่านี้ (the Best Companies for Leaders) ได้ปฏิบัติตาม โดยข้อพึงปฏิบัติ 3 อันดับแรกจาก 6 อันดับในปี 2548 ยังคงเป็น 3 อันดับแรกในปี 2549 ขณะที่จำนวนและคุณภาพของผู้นำผันแปร 68% ตามรายงานของแต่ละองค์กร

ข้อพึงปฏิบัติเพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ ประจำปีพ.ศ. 2549
1. มีผู้นำทุกระดับซึ่งมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ช่วยกระตุ้นให้พนักงานแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่
2. สร้างความเชื่อมั่นว่าบริษัทและทีมบริหารอาวุโสให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเป็นผู้นำเป็นอันดับแรก
3. จัดหาการฝึกฝนและฝึกอบรมเพื่อช่วยให้ทีมผู้บริหารและผู้บริหารแต่ละคน สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อพึงปฏิบัติอื่นๆ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเริ่มพัฒนาผู้บริหารระดับกลางและผู้มีศักยภาพสูงตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งได้แก่

4. การมอบหมายงานที่สมเหตุผลให้กับผู้มีศักยภาพสูง
5. โครงการการพัฒนาผู้นำจากภายนอกสำหรับผู้บริหารระดับกลาง
6. มาตรฐานการวัดความเป็นผู้นำด้วยตนเองบนเว็บไซต์สำหรับผู้บริหารระดับกลาง
7. โครงการ Executive MBA สำหรับผู้บริหารระดับกลาง

"บริษัท 20 อันดับแรกมีแนวโน้มว่าจะทำตามข้อพึงปฏิบัติ 3 ข้อแรกมากกว่าบริษัทอื่นๆ" ฟอนเทนกล่าว "และในขณะที่หลายบริษัทที่เราศึกษาทำตามข้อพึงปฏิบัติทั้งหมด แต่บริษัท 20 อันดับแรกปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวในขอบเขตที่กว้างกว่ามาก"
นอกจากชี้ให้เห็นถึงวิธีปฏิบัติที่บริษัทต่างๆ ควรมุ่งเน้นเพื่อพัฒนาผู้นำแห่งยุคอนาคตแล้ว การศึกษานี้ยังเน้นย้ำกิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่าด้วย

วิธีปฏิบัติที่ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากร ได้แก่
-- โครงการที่มีพื้นฐานอยู่บนกิจกรรมนอกสถานที่
-- มาตรฐานการวัดความเป็นผู้นำด้วยตนเองที่ใช้เอกสารที่เป็นกระดาษ
-- การบดบังงานสำหรับผู้บริหารระดับอาวุโส
-- โครงการ Executive MBAs และมาตรฐานการวัดความเป็นผู้นำด้วยตนเองทางเว็บ เลวร้ายลง เนื่องจากเริ่มช้าเกินไป

"วิธีปฏิบัติเหล่านี้อาจทำให้บรรลุวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่น ผลตอบแทนส่วนบุคคล หรือการสร้างทีมงานในระยะสั้น" ฟอนเทนกล่าวต่อ "แต่ไม่ได้ช่วยให้บริษัทต่างๆ พัฒนาผู้นำได้มากขึ้นและดีขึ้น

การขาดแคลนความสามารถและผู้นำจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องกันไปในส่วนอื่นๆ ของธุรกิจ โดยเฉพาะความกดดันที่เพิ่มขึ้นในเรื่องการขึ้นเงินเดือนและประเด็นความสมดุลของงานและชีวิตส่วนตัว การขาดแคลนดังกล่าวจะส่งผลให้องค์กรต่างๆ จำต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อว่าจ้างผู้มีความสามารถจากภายนอก ซึ่งทำให้ต้องใช้เงินและเวลามาก แต่มักล้มเหลว

ฟอนเทนได้เปรียบเทียบว่า "ลองนึกถึงเกมเก้าอี้ดนตรี บริษัทที่กำลังรับมือกับวิกฤตการณ์นี้อย่างควบคุมสถานการณ์ได้จะสามารถยึดเก้าอี้ (ผู้นำคนเดิม) ได้ ส่วนผู้ที่ช้าเกินไปจะถูกทิ้งให้ยืนดู คุณจะอยู่ที่ไหนล่ะเมื่อดนตรีหยุด"

เกี่ยวกับการศึกษาชิ้นนี้
ในการศึกษาบริษัทที่ดีที่สุดสำหรับผู้นำ เฮย์ กรุ๊ปได้สำรวจบริษัท 564 แห่งที่มีรายได้อย่างน้อย 8 พันล้านดอลลาร์จากทั่วโลก โดยมีการเก็บข้อมูลจากแหล่งต่อไปนี้ คือ แบบสำรวจผู้บริหารภายในบริษัท แบบสำรวจผู้บริหารจากบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกัน และการสัมภาษณ์นักวิชาการและผู้บริหารในบริษัทค้นหาผู้นำที่เกี่ยวข้อง

เฮย์ กรุ๊ป สามารถเข้าใจถึงคุณสมบัติความเป็นผู้นำ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 60 ปีในสาขานี้ ประกอบกับมีฐานข้อมูลที่ประกอบด้วยการประเมินพนักงาน 471,544 คนใน 4,279 องค์กร มากกว่า 4.8 ล้านฉบับ โดยพนักงานมากกว่า 38,000 คนอยู่ในระดับผู้บริหาร

"งานวิจัยของเฮย์ กรุ๊ปแสดงให้เห็นว่า ต้องใช้เวลา 3 ปีจึงชี้ได้ว่าผู้ใดมีศักยภาพสูง และอีก 10 ปีเพื่อเตรียมความพร้อมให้พวกเขากลายเป็นผู้บริหาร" ฟอนเทนตั้งข้อสังเกต "ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการจ้างงานจากภายนอกอาจสูงกว่านี้ แต่จะมีบริษัทใหญ่ๆ สักกี่แห่งที่จะสามารถกำหนดล่วงหน้าได้ 13 ปีสำหรับโครงการการพัฒนาความสามารถของพวกเขา"

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทที่ดีที่สุดสำหรับผู้นำ สามารถดูได้ที่ www.haygroup.com

(1) ข้อมูลจากสำนักสำมะโนประชากรสหรัฐ

เกี่ยวกับเฮย์ กรุ๊ป
เฮย์ กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการระดับโลก โดยทำงานร่วมกับผู้บริหารเพื่อทำให้กลยุทธ์เป็นความจริง เราพัฒนาความสามารถ จัดการกำลังคนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และกระตุ้นให้พวกเขาแสดงศักยภาพที่มีอย่างสุดความสามารถ เรามุ่งเน้นที่การสร้างความเปลี่ยนแปลงและการช่วยให้บุคลากรและองค์กรตระหนักถึงศักยภาพของตน เรามีพนักงาน 2,000 คนประจำสำนักงาน 88 แห่ง ใน 47 ประเทศ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานในท้องถิ่นของคุณผ่านทาง
www.haygroup.com

ติดต่อ: เฮย์ กรุ๊ป
เจฟฟ์ เมเยอร์ส, +1-215-861-2623
Jeff_Meyers@haygroup.com

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter