TFEX จับมือ สโกเทีย โมแคตตา ผู้ค้าทองคำชั้นนำระดับโลก จัดสัมมนาถ่ายทอดประสบการณ์เทรดทองคำและ Gold Futures ให้ความเห็น Gold Futures เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ใช้ในการทำกำไร อาบิทราจ และบริหารความเสี่ยง เชื่อการเปิดเทรด Gold Futures เป็นประโยชน์ทั้งต่อตลาดอนุพันธ์ ผู้ประกอบการร้านค้าทอง และผู้ลงทุน
วันนี้ (14 ส.ค.) บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาพิเศษ “Gold Futures Trading: Learning from Global Experience” โดยวิทยากรรับเชิญ 2 ท่าน จาก ธนาคารโนวาสโกเทีย [Bank of Nova Scotia (Hong Kong)] ได้แก่ นายสุนิล แคชแยป (Mr. Sunil Kashyap) กรรมการผู้จัดการ สโกเทีย โมแคตตา (Scotia Mocatta) ซึ่งรับผิดชอบธุรกิจด้านโลหะมีค่า (Precious Metal) และ FX (Foreign Exchange) ในภูมิภาคเอเชีย และ นางสาวแอนน์ เลา (Ms. Anne Lau) ผู้ช่วยผู้จัดการ สโกเทีย โมแคตตา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการซื้อขายโลหะมีค่ามาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ผู้ลงทุนไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทำความรู้จัก และเข้าใจใน Gold Futures เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่ตลาดอนุพันธ์ไทยจะเปิดเทรดภายในปีนี้
นางสาวแอนน์ เลา ได้กล่าวเกี่ยวกับภาพรวมของตลาดทองคำโลกว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการทองคำ ทั้งเพื่อการผลิตเครื่องประดับ เพื่อการลงทุน และเพื่อการผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนนั้น มีอัตราเติบโตสูงมาก เนื่องจากผู้ลงทุนนิยมลงทุนในทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ทองคำถือได้ว่าเป็นแหล่งหลบภัยชั้นดีของผู้ลงทุน นอกจากนี้ ราคาทองคำที่มีแนวโน้มสูงขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดให้ผู้ลงทุนหันมาลงทุนในทองคำและตราสารที่อ้างอิงกับทองคำ ไม่ว่าจะเป็น Gold Futures หรือ ETF ทองคำ
ทางด้าน นายสุนิล แคชแยป กล่าวถึงการซื้อขาย Gold Futures ในตลาดโลกว่า มีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ (Futures Market) สูงกว่าตลาดทองคำที่ส่งมอบทันที (Spot Market) ปัจจุบัน ตลาดอนุพันธ์ที่สำคัญ ๆ ของโลก ได้แก่ ตลาด COMEX ประเทศสหรัฐอเมริกา, ตลาด TOCOM ประเทศญี่ปุ่น, ตลาด Shanghai Futures Exchange ประเทศจีน และตลาด MCX ประเทศอินเดีย สำหรับลักษณะสำคัญของ
Gold Futures ที่นิยมซื้อขายกันทั่วโลก คือ มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับการซื้อขายใน Spot Market มีอายุสัญญาระหว่าง 3 – 12 เดือน โดยมีทั้งสัญญาที่กำหนดให้ชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) และให้มีการส่งมอบสินค้าจริง (Physical Delivery) ซึ่งในทางปฏิบัติ มีการส่งมอบสินค้ากันจริงน้อยมาก
ทั้งนี้ นายสุนิล ได้ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบของการเปิดซื้อขาย Gold Futures ที่มีต่อร้านค้าทองในไทยว่า “การเปิดซื้อขาย Gold Futures จะส่งผลดีแก่ร้านค้าทอง เนื่องจากจะเป็นเครื่องมือช่วยเสริมให้ร้านค้าทองสามารถบริหารความเสี่ยงจากราคาทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและผู้ลงทุนสามารถใช้ Gold Futures ของ TFEX ที่อ้างอิงกับทองคำที่ความบริสุทธิ์ 96.5% ในการบริหารความเสี่ยงดังกล่าวได้ แม้ว่าราคาทองคำในตลาดต่างประเทศจะอ้างอิงกับระดับความบริสุทธิ์ที่แตกต่างกัน เนื่องจากราคาทองคำจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอย่างมากแม้ว่าระดับความบริสุทธ์จะแตกต่างกันไปบ้าง สำหรับการขยายธุรกิจเข้ามาสู่การเป็น โบรกเกอร์นั้น จุดที่ควรพิจารณาคือ ผู้ลงทุนในตลาดอนุพันธ์มักจะเป็นผู้ลงทุนคนละกลุ่มกับร้านค้าทอง ดังนั้น การขยายธุรกิจของผู้ค้าทองเข้ามาเป็นโบรกเกอร์อนุพันธ์จึงอาจต้องหาลูกค้าใหม่ เนื่องจากจะอ้างอิงกับลูกค้ากลุ่มเดิมไม่ได้มาก”
“Gold Futures ที่กำลังจะมีในประเทศไทย จะเป็นทางเลือกสำหรับบริหารพอร์ตการลงทุน ผู้ลงทุนที่สนใจซื้อขายควรศึกษาลักษณะของสัญญาและกลยุทธ์ต่าง ๆ ก่อนซื้อขายจริง นอกจากนี้ ในการซื้อขายควรกำหนดระดับ ผลกำไรและขาดทุนที่ยอมรับได้ก่อนลงทุน การซื้อขาย Gold Futures จะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ลงทุนได้อย่างมาก หากผู้ลงทุนมีวินัยในการลงทุนและติดตามสถานการณ์ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ” นายสุนิล กล่าวเสริม


