GAYSORN THE ART OF TIME 2009 นวัตกรรมบอกเวลาคอลเลคชั่นประวัติศาสตร์

กลับมาอีกครั้งกับการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเมืองไทย ศูนย์การค้าเกษร ประกาศความพร้อมในการจัดงาน GAYSORN THE ART OF TIME 2009 อีกครั้ง พร้อมสร้างปรากฏการณ์งานแสดงศิลปะนวัตกรรมแห่งกาลเวลาอันทรงคุณค่าคอลเลคชั่นประวัติศาสตร์หาชมได้ยากที่สุดในโลกกว่า 100 เรือน ผนวกกับการแสดงผลงานศิลปะมาสเตอร์พีซ ภายใต้แนวคิด Portrait of Identity รังสรรค์ผ่านมุมมองภาพถ่ายเชิงวิจิตรศิลป์จากศิลปินช่างภาพระดับโลก หลังประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย จากการจัดงานครั้งแรกในปีที่ผ่านมา โดย GAYSORN THE ART OF TIME 2009 จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเกษร ระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นไป

นายชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการ บริษัท เกษรแลนด์ แอสเซท แมนเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “เพื่อเป็นการสานต่อความสำเร็จจากการจัดงาน GAYSORN THE ART OF TIME ครั้งแรกในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้เรายังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรค่ายนาฬิกาทั้งหมดจำนวน 4 ราย ได้แก่ Pendulum, PMT THE HOUR GLASS, TAG Heuer และ The Swatch Group ในการนำนาฬิกาคอลเลคชั่นประวัติศาสตร์ ที่ไม่สามารถหาชมที่ไหนได้มาจัดแสดงที่ศูนย์การค้าเกษร ร่วมกับผลงานศิลปะภาพถ่ายแบบพอร์เทรตบุคคลที่เป็นไอคอนระดับตำนาน จากหลากหลายวงการ โดยนำเสนอผ่านมุมมองของศิลปินช่างภาพระดับโลกที่ผู้คนต่างให้การยอมรับ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอประสบการณ์อันทรงคุณค่าเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้สนใจในงานศิลป์ได้เข้าถึงความงดงามของภาพถ่ายในรูปแบบ Fine Art Photography และความวิจิตรบรรจงของเรือนเวลาได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น”

GAYSORN THE ART OF TIME 2009 – Portrait of Identity ผสาน 2 คุณค่าความงามแห่งศิลปะใน 2 แขนงทั้งศิลปะแห่งเครื่องบอกเวลา จำนวนทั้งสิ้นกว่า 100 เรือน และศิลปะแห่งภาพถ่ายวิจิตรศิลป์ แบบพอร์เทรตบุคคลดังของโลก จำนวน 42 ภาพ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเทคนิค Fine Art Photography อันเป็นการนำเสนอผลงานศิลป์ขั้นสูง ในรูปแบบที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัว โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงล้วนประเมินมูลค่าไม่ได้ ทั้งนี้ ผลงานศิลปะทั้ง 2 แขนงต่างสามารถสะท้อนความเป็น “ตัวตน” ของผู้สวมใส่และผู้เป็นแบบ ในการถ่ายภาพ บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของคน ๆ นั้นได้เป็นอย่างดี

ไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน GAYSORN THE ART OF TIME 2009 – Portrait of Identity ได้แก่ PMT THE HOUR GLASS ที่มาพร้อมความภาคภูมิใจครั้งใหม่นำเสนอผลงานสุดยอดเอ็กซคลูซีฟจากแบรนด์ไฮเอนด์ระดับสูงกว่า 10 แบรนด์ อาทิ Harry Winston นาฬิกาไฮจิวเวลรี่ ที่หลายคนต่างหมายปอง โดยนำผลงานจากคอลเลคชั่น Avenue มาอวดโฉมพร้อมกันถึง 3 รุ่น สำหรับอีกหนึ่งความโดดเด่นจาก แบรนด์ เฮอริเทจอันยาวนานกว่า 160 ปี Ulysse Nardin กับประติมากรรมกลไก FREAK Blue Phantom สะกดทุกสายตาด้วยหน้าปัดเปลือยสีฟ้าแรปโซดี้ และตัวเรือนปราศจากเม็ดมะยม จากนวัตกรรมแห่งกลไก Dual Ulysse Escapement เอกสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียว พร้อมกันนี้ Daniel Roth แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูง โดดเด่นด้วยรูปทรงตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานกับกลไกการทำงานอันสลับซับซ้อนมาพร้อมกับรุ่น “ทูร์บิญอง ลูมิแยร์” (Tourbillon Lumiere) จากลิมิเต็ดอิดิชั่น “Masters Grandes Complications” เน้นการผลิตกลไกอันซับซ้อน พร้อมสั่งการผ่านกลไกไขลานทูร์บิญอง สะกดทุกสายตาด้วยหน้าปัดและฝาหลังเปลือย อวดโฉมกลไกสเกเลตันทำจากทองคำ 18 K ขัดแต่งลวดลายได้อย่างตระการตาจากฝีมือช่างแกะสลักชั้นครูซึ่งผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนทั่วโลก และท้ายสุดกับผลงานจากแบรนด์ Richard Mille ที่มาพร้อมดีไซน์ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรถยนต์ฟอร์มูล่า 1 ผ่านผลงานดีไซน์สุดเท่ห์ผสมผสานความหรู ในรุ่น RM016 สำหรับคุณสุภาพบุรุษ และ RM 007 สำหรับคุณสุภาพสตรี ในเวอร์ชั่น full diamond ที่ประดับเพชรน้ำงามทั้งตัวเรือน ทว่าไม่ทิ้งลูกเล่นกลไกและการออกแบบที่พัฒนา คิดค้น และผลิตชิ้นส่วนขึ้นเอง ตอกย้ำคุณค่าความงามแบบไม่ตามใคร

บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป มาพร้อมผลงานสุดโดดเด่น ตอบรับการกลับมาของ GAYSORN THE ART OF TIME 2009 ด้วย การเฉลิมฉลอง 2 เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ Omega ที่นำเสนอคอลเลคชั่นประวัติศาสตร์ครบรอบ 40 ปีของก้าวสำคัญแห่งมนุษยชาติในการก้าวลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ Omega Speedmaster Professional Moonwatch รุ่นครบรอบ 40 ปีปฏิบัติการ APOLLO 11 ลิมิเต็ดเอดิชั่น พร้อมด้วยวาระครบรอบ 10 ปีของกลไกอัตโนมัติแบบโค-แอ็กเชียล ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของโอเมก้า อันเป็นการขับเคลื่อนเพื่อปฏิวัติวงการผู้ผลิตนาฬิการะบบกลไก โดยมาพร้อมกับจักรกลบอกเวลาในรุ่น De Ville Central Tourbillon ที่บ่งบอกถึงกลไกมาตรฐานสุดเที่ยงตรง ส่วน Glash?tte Original ผู้นำด้านการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาตามแบบฉบับเยอรมัน ขานรับมุมมองของโลกที่แปรเปลี่ยนไปนำเสนอผลงานนวัตกรรมเครื่องบอกเวลาสปอร์ตรุ่นล่าสุด Sport Evolution Impact ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีรองรับการสั่นสะเทือนถึง 60% พร้อมรับไลฟ์สไตล์แอกทีฟทุกรูปแบบ

นอกจากนี้ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป ยังเตรียมไฮไลต์เด็ดจากแบรนด์ดังอื่น ๆ อย่างครบครัน อาทิ Blancpainที่มาพร้อมกับคอลเลคชั่นประวัติศาสตร์ระดับมิวเซียมพีซแบบครบไลน์ของนาฬิกาข้อมือระบบกลไกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก รุ่น Specialites “Ladybird” ที่สามารถย่อส่วนกลไกการทำงานให้มีขนาดเล็กจนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยมีขนาดเพียง 12.5 ถึง 21.50 มม.ครองใจแฟชั่นนิสต้ามาตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 50 นอกจากนี้ Breguet แบรนด์ระดับตำนานจากฝรั่งเศส ขอเสนอ ความงามอย่างสตรีชั้นสูง ด้วย คอลเลคชั่น “Reine de Naples” Cammea (“เรน เดอ เนเพิลล์ส” คามีโอ)ที่ผสานคุณค่าความงามของศิลปะไว้อย่างสูงสุด ผ่านงานแกะสลักอย่างละเอียดประณีต ซึ่งถือเป็นต้นฉบับเรือนแรกของโลก โดยหน้าปัดทำจากเปลือกหอยแกะสลักรูปดอกทานตะวัน ดุจดั่งงานศิลป์ชิ้นเอกบนเรียวข้อมือ

สำหรับ TAG Heuer มาพร้อมกับแนวคิด The Motor Racing Heritage นำเสนอ TAG Heuer GRAND Carrera Calibre 17 RS ตัวเรือนทองชมพู และ ตัวเรือน Titanium ซึ่งผลิตออกมาเพียงอย่างละ 1,000 เรือนทั่วโลก สำหรับตัวเรือนทองชมพูมีเพียง 5 เรือนในประเทศไทย และไทเทเนียมมีเพียง 10 เรือนเท่านั้น TAG Heuer GRAND Carrera Calibre 17 RS เป็นนาฬิการะดับพรีเมี่ยม ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำยุคผสานกับ เทคโนโลยีการดีไซน์ที่เยี่ยมยอด ได้แรงบันดาลใจมาจากการขับเคลื่อนที่โฉบเฉี่ยว ดีไซน์สวยงาม และสมรรถนะอันเยี่ยมยอดของ GT Car ความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์ วัสดุทุกชิ้นที่ประกอบขึ้นเป็น Grand CARRERA ล้วนเป็นสิ่งที่ TAG Heuer ได้คัดสรรค์มาอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้เครื่องบอกเวลาเรือนนี้พิเศษที่สุดคือการใช้กลไก Rotating system (ระบบจานหมุน) ซึ่งเป็นกลไกออโตเมติกตัวแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีแบบจานหมุนในการอ่านค่าเวลาทำให้ดูโฉบเฉี่ยวสะดุดตาและช่วยให้การอ่านเวลาสะดวก ชัดเจน และแม่นยำถึงขีดสุด นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาที่เป็นตำนานอยู่เคียงคู่วงการแข่งรถจากอดีตถึงปัจจุบันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาเจ้าตำนาน Carrera Calibre16 Day-Date และ Formula1 (Kimi Limited Edition) อีกด้วย

เพนดูลัม มอบเครื่องบอกเวลาอันมีที่มาสุดอลังการผลิตจากชิ้นส่วนของเรือเดินสมุทร Titanic ที่ทุกคนรู้จัก จากผลงานความคิดสร้างสรรค์ของทีมนักออกแบบจากแบรนด์ Romain Jerome ที่ส่งนาฬิกาสุดพิเศษรุ่น Titanic DNA rusted steel T-oxy III Tourbillon อันมีที่มาจากแรงบันดาลใจอันเกิดจากเรือไททานิก ซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่ครบรอบ 100 ปีที่จมลงในมหาสมุทรในปี ค.ศ.2012

พร้อมกันนี้ ศูนย์การค้าเกษรยังร่วมกับทิโมธี ยาร์เกอร์ ไฟน์ อาร์ต แกลเลอรี่ชื่อดังจากเบเวอร์ลี่ ฮิลส์ สหรัฐอเมริกา นำเสนอผลงานภาพถ่ายวิจิตรศิลป์ ภายในงาน GAYSORN THE ART OF TIME 2009 Portrait of Identity อันประกอบไปด้วยผลงานภาพถ่ายบุคคลชั้นนำระดับโลกจากหลากหลายวงการ ในมุมมองที่สะท้อนความเป็น “ตัวตน” ออกมาได้อย่างที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน อาทิ โคโค่ ชาแนล, ออเดรย์ เฮปเบิร์น, มาริลีน มอนโร, แอนดี้ วอร์ฮอล, ลูซี่ ลิว, เปโดร อัลมอโดว่า เป็นต้น โดยนำมาจัดแสดงอย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับนิทรรศการนวัตกรรมเครื่องบอกเวลาคอลเลคชั่นประวัติศาสตร์สำคัญระดับโลก เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสความงามของศิลปะ 2 แขนงได้อย่างลงตัว

GAYSORN THE ART OF TIME 2009 พร้อมเปิดประตูสู่ประสบการณ์ความเป็นที่สุดแห่งนาฬิกา คอลเลคชั่นประวัติศาสตร์และผลงานศิลป์ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลาสะท้อน “ตัวตน” ไม่ซ้ำใคร ณ บริเวณชั้น จี ศูนย์การค้าเกษร ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นไป คนรักนาฬิกาและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้โดยมิเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ