"เรน" ฟีเวอร์ สูตร "สำเร็จ" ส่งออก

บริษัท เจวายพี เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ เจวายพีอี (JYP Entertainment) บริษัทธุรกิจบันเทิงรายใหญ่ของเกาหลี ในฐานะต้นสังกัดของ “เรน” กับการกลับมาอีกครั้งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยคอนเสิร์ต “Rainy Day in Bangkok 2006” ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ตกขบวนการส่งออกวัฒนธรรมของเกาหลี

จิมมี่ จอง ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาธุรกิจใหม่ เจวายพี ให้มุมมองในฐานะนักธุรกิจสายเลือดเกาหลี 100 เปอร์เซ็นต์ว่า อุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีเฟื่องฟูถึงจุดสำเร็จอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะผู้ผลิตเกาหลีทั้งในส่วนผลิตภาพยนตร์ และละครเน้นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว ความสัมพันธ์ ระหว่างคน ที่สำคัญคือใช้เงินลงทุนสูงในการผลิต และมีการใช้เงินสูงมากขึ้นเพื่อผลิต และส่งออกไปในประเทศในอาเซียน

“เรานำ “เรน” มาเมืองไทยเมื่อ 3 ปีที่แล้วเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเราไม่ได้คิดว่าเราจะทำโครงการที่ใหญ่ที่เมืองไทยขนาดนี้ เพราะเมืองไทยอยู่ไกลจากเกาหลีมาก เมื่อเทียบกับฮ่องกง และ ญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้เกาหลี เพราะฉะนั้น 3 ปีที่แล้วเราไม่ได้คาดหวังอะไรมากเลย เราไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับตลาดของเมืองไทยว่าตลาดใหญ่แค่ไหน

ตอนนั้นเรามาเมืองไทยเพื่อมาถ่ายทำละครซีรี่ส์ของเกาหลีที่เกาะภูเก็ต เรื่อง “ฟูลเฮาส์” ครั้งนั้นเราเพียงรู้สึกประทับใจมากเกี่ยวกับประเทศไทย ทั้งเรื่องวัฒนธรรม และผู้คน

จนขณะนี้เรารู้แล้วว่าตลาดเมืองไทยนั้นน่าสนใจมาก และเป็นตลาดใหญ่มาก เห็นได้จากเราได้นำศิลปินหลายคนมาเปิดตัวและประสบความสำเร็จ ด้วยการร่วมมือกับค่ายเพลงในเมืองไทย ทั้งอาร์เอส และแกรมมี่

อีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความสำเร็จของธุรกิจบันเทิงของเกาหลี จิมมี่ได้ยกตัวอย่างถึงภาพยนตร์เรื่อง The Promise หรือชื่อในภาษาไทย ”คนม้าบิน” ว่า เป็นเพราะความร่วมมือ (collaboration) ที่จิมมี่เน้นย้ำว่าเป็นคำตอบที่ควรตอบ

เรื่อง The Promise ซึ่งผลิตโดย 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น อเมริกา จีน และเกาหลี เป็นโครงการที่เราสามารถได้เงินจากทุกประเทศ ไม่ใช่เฉพาะจากเกาหลี หรืออย่างเรื่องฟูลเฮาส์ ก็เป็นเรื่องที่ผู้ผลิตเกาหลีร่วมกับบริษัทจีจีบีของไต้หวัน

ความสำเร็จของธุรกิจบันเทิงเกาหลียังมาจากการเตรียมพร้อมตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการผลิต (pre-production) ที่รัฐบาลและคนทำงานเกาหลีจะเตรียมการทุกอย่างอย่างดีก่อนเริ่มต้น

ผลงานที่ออกมาเช่นนี้ จึงทำให้ปัจจุบันนักลงในอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีมองตลาดกว้างกว่าเดิม ที่ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มแฟนๆ ในเกาหลีเท่านั้นไม่

“ปัจจุบันเราคิดโครงการสำหรับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เช่น เราทำละคร ทำเพลง เราก็คิดว่าเราสามามารถสร้างละคร ทำอัลบั้มสำหรับลูกค้านอกประเทศได้หรือไม่ เมื่อเราคิดอย่างนี้ก็เตรียมตัวสำหรับตลาดต่างชาติ สำหรับจีน สำหรับญี่ปุ่น อย่างนี้ เป็นต้น หรือแม้แต่เป้าหมายใหม่ อย่างที่อินเดีย และเวียดนาม ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้สินค้าออกนอกประเทศ เมื่อเราร่วมกับต่างชาติผลิต เราก็ต้องคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ชาวเอเชียชอบ หรือรสนิยมของผู้บริโภคคืออะไร ซึ่งหนังและละครของเกาหลีที่ประสบความสำเร็จ จากการรวบรวมข้อมูลได้ อย่างฟูลเฮาส์ หรือแม้แต่แดจังกึม เราก็พบว่าเนื้อหาพื้นฐานที่ชาวเอเชี่ยนชอบ คือเรื่องของความรัก และวิถีชีวิตของคนทั่วไป”

ความมั่นใจของนักธุรกิจบันเทิงเกาหลีอย่างจิมมี่ยังตอบอย่างมั่นใจว่า คิดว่าอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีที่ส่งออกนอกประเทศจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตในประเทศไทย เพราะค่ายเพลงอย่าง “เจวายพีอี” เองก็พยายามร่วมมือกับค่ายเพลงในไทยเพื่อเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งไม่เพียงการนำศิลปินแดนโสมมากวาดใจของแฟนในไทยไปเท่านั้น แต่ยังเตรียมแผนหาศิลปินสายเลือดไทยไปติวเข้มเป็นศิลปินในสังกัดของเจวายพีอีที่เกาหลีอีกด้วย เพราะเกาหลีเองก็เล็งเห็นว่าหากเจาะตลาดในไทยประสบความสำเร็จก็หมายถึงประตูที่เปิดกว้างสำหรับตลาดในอาเซียนด้วย

สูตรความสำเร็จจากประสบการณ์อย่างนี้ จึงไม่อาจมองข้ามไปได้

*ศิลปินสังกัด JYPE

– J.Y Park
– god
– Rain
– Noel
– Byul
– You Junghyun
– Kim Dongyoon
– Cho Gyucheul
– Lim Jeonghee

* ไฮไลต์ JYPE

ปี 1997 ก่อตั้งบริษัทด้วยชื่อ Tae Hong Planning ทุนจดทะเบียน 50 ล้านวอน Park Jin-young ศิลปินคนแรกของบริษัท
ปี 1998 เปิดตัววงบอยแบนด์ “god” ด้วยอัลบั้มแรก “To my mother”
ปี 1999-2001 เปิดตัวอัลบั้มใหม่ของ Park Jin-young และของ god และในปี 2001 ยังได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “JYP Entertainment Co., Ltd.”
ปี 2002 มีศิลปินเพิ่มในสังกัด Byul อัลบั้ม “December 32” และNoel “Even after holding” รวมถึง Rain ในอัลบั้ม “Bad Man”ร่วมมีส่วนร่วมในการผลิตเพลงสำหรับบอลโลก 2002
ปี 2003 วางตลาดอัลบั้มที่ 6 ของ Park Ji-yoon “DJ” และอัลบั้มที่ 2 ของRain อัลบั้ม “How to hide from the sun”
ปี 2004 Rain ออกอัลบั้มที่ 3 “It’s Raining” และ Noel อัลบั้มที่สองใน “Even hurting, hurting”
ปี 2005 Byul กับอัลบั้มที่ 2 “Regards”