แคมเปญนี้ต้องขยาย

“Stress free with CANON” คือแคมเปญล่าสุดของเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันยักษ์ใหญ่อย่างแคนนอน ซึ่งจะใช้ตลอดปี 2550 โดยเน้นสื่อให้เห็นถึงการแก้ไขความกังวลของผู้ใช้เครื่องถ่ายเอกสารในองค์กรที่เกิดขึ้นจริง 6 ประการ ได้แก่ ประหยัดเนื้อที่ ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย ไร้สารพิษ รักษาความปลอดภัยของข้อมูล และไม่ทิ้งลูกค้าเมื่อมีปัญหา

แคมเปญใหม่นี้นอกจากจะสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้บริโภค ยังเป็นการกระตุ้นยอดขายโดยเฉพาะในประเภทเครื่องถ่ายเอกสารสี หลังจากปีที่แล้วมีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ที่ 125 % และมีส่วนแบ่งการตลาดรวมอยู่ที่ 19 % ซึ่งยังถือเป็นเบอร์สองในวงการ

เป้าหมายของแคนนอนในปีนี้จะขยายถึง 23 % ด้วยการตอบโจทย์กระแส eOffice ที่กำลังมาแรง ที่สุดแล้วปี 2552 แคนอนตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นที่หนึ่งของตลาดรวมทั้งสีและขาวดำ มีส่วนแบ่งการตลาดราว 28% โดยอาศัยช่องทางการจัดจำหน่ายที่ประกอบด้วยส่วนงานขายตรง 60% และขายผ่านตัวแทนจำหน่าย อีก 40%

ธุรกิจ Business Imaging Solution (BIS) ของแคนนอนประกอบไปด้วย เครื่องถ่ายเอกสาร, แฟกซ์, Hi-speed scanner (IMS), และเครื่องพิมพ์ Inkjet หน้ากว้าง (LFP) เหตุที่โฟกัสไปที่ตัวเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันเพราะเป็นสินค้าตัวที่ขายดีที่สุดของแคนนอนในตลาดโลก และในไทยสร้างรายได้ถึง 80% ของรายได้รวมของกลุ่ม BIS อีกทั้งสามารถต่อยอดทางธุรกิจโดยการพัฒนาซอฟต์แวร์ ไปได้อีกมาก

ในไตรมาสที่ 2 นอกจากบริษัทแคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด จะโหมโฆษณาชุด “Stress free with CANON” ควบคู่ไปกับงานประชาสัมพันธ์เป็นพิเศษแล้ว จะมีการสร้างกระแสคำว่า “แคนนอนเอกสาร” ให้กลายเป็นคำฮิตติดปากพอๆ กับสโลแกนหลักอย่าง “Delighting you always” ด้วย เพื่อความจดจำต่อแบรนด์

สำหรับงบประมาณการตลาดรวมของแคนนอนในปี 2550 นี้ตั้งไว้ที่ 90 ล้านบาท โดยมากกว่า 30%จะทุ่มไปที่การสื่อสารการตลาดของเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชัน ได้แก่ โฆษณาทางสื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร บิลบอร์ด จำนวน 6 เวอร์ชัน และสปอตวิทยุ 4 ชิ้น เสริมด้วยการออกงานเทรดแฟร์ต่างๆ

Did you know?

แคนนอนติดอันดับ 1 ใน 3 บริษัทที่มีการจดสิทธิบัตรมากที่สุดในโลก เนื่องจากมีการจัดสรรงบฯ 10% ของรายได้รวมทั่วโลกเพื่อการค้นคว้าและวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกปี