กระแสรักสุขภาพในไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การวิ่งหรือไปฟิตเนส แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมืองในวงกว้าง สังเกตได้จากการที่คนโพสต์เรื่องการออกกำลังกายในโซเชียลมีเดียมากขึ้น รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์และดาราที่เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ อย่างเปิดเผย ซึ่งช่วยสร้าง social proof และดึงคนกลุ่มใหม่เข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ถึงแม้สถานการณ์ทั่วโลกจะมีความไม่แน่นอน แต่ ซูเปอร์สปอร์ต (Supersports) ยังมองตลาดค้าปลีกกีฬายังสามารถเติบโตได้
ศก. แย่ แต่เชื่อตลาดยังโต +4%
อเล็กซองต์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ตลาดค้าปลีกอุปกรณ์กีฬา และ ซูเปอร์สปอร์ต ต้องเผชิญความท้าทายหลายรูปแบบ ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหว ปัญหาความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา และประเด็นเรื่องสแกมเมอร์ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว รวมไปถึงกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง ส่งผลให้ภาพรวมตลาด 3.6 หมื่นล้านบาท เติบโตเพียง +1%
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซูเปอร์สปอร์ตสามารถเติบโตได้ +5% สูงกว่าตลาด ขณะที่ในปีนี้ ก็มีหลายอุปสรรคที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ซูเปอร์สปอร์ต ยังไม่เห็นผลกระทบจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น เพราะโรงงานผลิตสินค้ากีฬาส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย และสินค้าส่วนใหญ่สั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว แต่ผลกระทบอาจปรากฏชัดขึ้นในปี 2570 โดยโรงงานผลิตสินค้ากีฬาส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย
ในส่วนของ กำลังซื้อ มองว่า ส่งผลกระทบ เพราะผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่ายในหมวดสินค้าที่ไม่ใช่ความจำเป็นพื้นฐาน แม้เทรนด์สุขภาพจะดูดี แต่ภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังกดดันการตัดสินใจซื้อสินค้าราคาสูงอยู่ แต่คาดว่าตลาดจะสามารถเติบโตได้ +4% เพราะยังมีปัจจัยบวก โดยเฉพาะ ปฏิทินกีฬาโลก ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลก หรือการแข่งขันกีฬา Hyrox ที่กำลังเป็นเทรนด์แรงในขณะนี้

ปฏิทินกีฬาโลก แรงส่งสำคัญให้คนจับจ่าย
Hyrox กำลังเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่ทรงพลังที่สุดของปีนี้ โดยสามารถดึงการใช้จ่ายในหลายหมวดสินค้าพร้อมกัน ทั้งรองเท้าเทรนนิ่ง เสื้อผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดี และผลิตภัณฑ์ recovery นอกจากนี้กลุ่มผู้เล่น Hyrox ยังเป็นกลุ่ม high-spend ที่อยู่ใน Top 10% ของฐานลูกค้า และยอดเสิร์ชสินค้าที่เกี่ยวข้องบนแพลตฟอร์มออนไลน์พุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังการแข่งขัน เทรนด์นี้คาดว่าจะอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 1–2 ปี โดยในปีนี้ยังมีการแข่งขันอีกรายการปลายปี
ปี 2569 มีอีเวนต์กีฬาระดับนานาชาติหลายรายการที่จะช่วยกระตุ้นตลาด โดยเฉพาะฟุตบอลโลกที่เป็นแรงส่งใหญ่ที่สุด ควบคู่กับฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2 รายการ และ Asian Cup ต้นปีหน้า กีฬาฟุตบอลเป็นหมวดที่ทำรายได้สูงและมีฐานแฟนกว้างที่สุด การมีอีเวนต์ใหญ่ต่อเนื่องทำให้ความต้องการสินค้าในหมวดนี้ค่อนข้างแน่นอน
นอกจากนี้ กีฬากลุ่มแร็กเก็ต ทั้งเทนนิส แบดมินตัน และพิกเกิลบอล เติบโตโดดเด่นถึง 26% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยมีแรงหนุนจากความสำเร็จของนักกีฬาไทยในโอลิมปิก 2024 ซึ่งสร้าง success story ที่จับต้องได้และดึงคนเข้ามาเล่นกีฬากลุ่มนี้มากขึ้น
ปัจจัยบวกมี แต่แข่งกันดุ
แม้จะมีปัจจัยบวกจากปฏิทินกีฬา แต่ เล็น เลิศสุมิตรกุล ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ มองว่า ความท้าทายที่ชัดเจนที่สุดคือแบรนด์กีฬาระดับโลกต่างทยอย เปิดร้านของตัวเอง มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น On Running, Nike หรือแบรนด์อื่น ๆ ที่ต้องการควบคุม brand experience และ margin โดยตรง แนวโน้มนี้ทำให้ตลาดโตขึ้นก็จริง แต่พายที่ซูเปอร์สปอร์ตจะได้ก็อาจไม่ได้โตตาม เพราะลูกค้าที่รู้จักแบรนด์ดีอยู่แล้วมีทางเลือกมากขึ้น
ข้อได้เปรียบหลักของซูเปอร์สปอร์ตคือการที่ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบและเลือกสินค้าจากหลายแบรนด์ในที่เดียว แต่เมื่อแบรนด์ต่าง ๆ เปิดร้านเองมากขึ้นและออนไลน์ทำให้การเปรียบเทียบราคาทำได้ง่ายขึ้น ความได้เปรียบนี้จะยังเพียงพอหรือไม่เป็นคำถามที่ต้องติดตาม โดยบริษัทพยายามตอบโจทย์นี้ด้วยการลงทุนใน store experience และ community มากกว่าแค่การเป็นที่รวมสินค้า
ขณะที่การแข่งขันในมิติของ ราคา ทางซูเปอร์สปอร์ตก็มีในกลุ่มสินค้า private label ที่ปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 5% ของยอดขายรวม โดยปีนี้บริษัทจะขยายสินค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น ในกลุ่ม Out Door และสินค้าเด็ก โดยบริษัทตั้งใจขยายในช่วง 5 ปีข้างหน้า เป็น 10%
“จริง ๆ ในต่างจังหวัด สินค้า private label มีสัดส่วนประมาณ 20% ของยอดขาย ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับการจัดสรรพื้นที่ให้แบรนด์ โดยถ้าเราจัดพื้นที่เพียงพอ ก็ทำให้ยอดเพิ่ม” เล็น เลิศสุมิตรกุล กล่าว

สามแกนกลยุทธ์ปี 2569
โดยในปีนี้ Super Sports วางเป้าเติบโตไว้ที่ +5% ผ่านกลยุทธ์ 3 แกน ได้แก่
- แกนแรก — ขยายและปรับโฉมสาขา บริษัทวางแผนเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่ขอนแก่นและรัตนาธิเบศร์ พร้อมรีโนเวทสาขาต่างจังหวัดอีกกว่า 10 แห่งให้เป็นรูปแบบ Store 3.0 ที่เน้นพื้นที่ทดลองสินค้าและบริการเฉพาะทาง เช่น การวิเคราะห์รูปเท้าเพื่อแนะนำรองเท้า โดยล่าสุดเปิดแฟลกชิพสโตร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นต้นแบบของโมเดลนี้
- แกนที่สอง — ขยายพอร์ตแบรนด์ บริษัทได้สิทธิ์บริหารแบรนด์ HEAD (เทนนิส พิกเกิลบอล พาเดิล) และ FILA อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเตรียมเพิ่มลิขสิทธิ์สโมสรฟุตบอลใหม่รับกระแสฟุตบอลโลก ขณะที่สินค้า Private Label มีแผนขยายไปยังกลุ่ม Outdoor และสินค้าเด็ก
- แกนที่สาม — ปรับการสื่อสารเจาะแรงจูงใจ ไม่ใช่แค่ประเภทกีฬา ที่น่าสนใจคือการปรับ segmentation ใหม่ จากเดิมที่แบ่งตามอายุหรือประเภทกีฬา มาเป็นการแบ่งตาม “แรงจูงใจ” ของผู้บริโภค 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มที่เล่นกีฬาเพื่อสู้ชีวิต กลุ่มที่เล่นเพื่อคลายเครียด กลุ่มที่มุ่งพัฒนาสมรรถภาพ และกลุ่มที่เล่นเพื่อสังคม แนวทางนี้สะท้อนว่าบริษัทต้องการเข้าถึงคนที่ยังไม่ได้เป็นนักกีฬาจริงจัง มากกว่าแค่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเดิม
“แม้เทรนด์กีฬาปีนี้จะดูดี แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจต้องเผชิญทั้งแรงกกดดันจากปัจจัยภายนอก รวมถึงการแข่งขัน และด้วยความที่ฐานตลาดที่ใหญ่มากอยู่แล้ว การเติบโต 5% จึงมีนัยสำคัญมากกว่าแค่ที่ตัวเลขบอก” เล็น เลิศสุมิตรกุล ทิ้งท้าย





