ไทยกำลังเข้าสู่ยุค ‘เกิดน้อยถาวร’ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนประเทศ แล้วทำไมคนไทยมีลูกน้อยลง

Bnomic by Bangkok Bank ได้พูดถึงว่า ไทยกำลังเข้าสู่ยุค ‘เกิดน้อยถาวร’ โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเฉลี่ยปีละประมาณ 3.3% โดยปี 2568 ไทยมีเด็กเกิดใหม่เพียงประมาณ 4.2 แสนคน ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ และลดลงเกือบ 10% จากปีก่อน

 

คำถามคือ ใครจะเป็นแรงงาน? ใครจะจ่ายภาษี? ใครจะดูแลระบบสุขภาพและบำนาญ? ใครจะเป็นคนขับเคลื่อนประเทศ?”

 

ทำไมคนไทยมีลูกน้อยลง

 

1.การมีลูก = ภาระระยะยาว

 

ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่สู้ดี งานไม่มั่นคง และค่าครองชีพสูง คนจำนวนมากจึงเลื่อนการตัดสินใจที่ผูกมัดระยะยาวและย้อนกลับไม่ได้อย่างเช่นการมีลูกออกไปก่อน และให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางชีวิตก่อนการสร้างครอบครัว

 

อีกปัจจัยสำคัญคือ ที่อยู่อาศัย เพราะ ‘การมีบ้านที่เหมาะสม’ เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญก่อนมีลูก โดยการศึกษาจาก UN พบว่า หากการซื้อหรือเช่าบ้านทำได้ยาก ครอบครัวจำนวนมากมักเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการมีลูก ตัวอย่างเช่น ประเทศที่การเข้าถึงที่อยู่อาศัยยากอย่างฮ่องกง และเกาหลีใต้ ล้วนมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลก

 

ขณะที่ ‘ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา’ ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญคือ เมื่อระบบการศึกษาแข่งขันสูง และสังคมให้ความสำคัญกับการเรียนมาก พ่อแม่จำนวนมากจึงรู้สึกว่าต้อง “ลงทุนกับลูก” ตั้งแต่เล็ก ทั้งค่าเรียน กิจกรรมเสริม ภาษา และทักษะต่าง ๆ

 

ผลที่ตามมาคือ ครอบครัวจำนวนมากเลือกมีลูกน้อยลง เพื่อทุ่มทรัพยากรให้ลูกแต่ละคนเต็มที่ สิ่งนี้เรียกว่า quality–quantity trade-off

 

2.รูปแบบครอบครัวกำลังเปลี่ยน

ครอบครัวที่อยู่คนเดียว SINK (Single Income No Kid)  และครอบครัวที่ไม่มีบุตร DINK (Double Income No Kidกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนค่านิยมในสังคม โดยผู้คนให้ความสำคัญกับเสรีภาพส่วนบุคคล ความเป็นปัจเจก และการเติมเต็มชีวิตของตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่ยึดครอบครัว หน้าที่ และบรรทัดฐานทางสถาบัน

 

3.การมีบุตร = ค่าเสียโอกาส

 

ปัจจุบันผู้หญิงมีโอกาสทางการศึกษาและงานมากขึ้น แต่ในหลายครอบครัว ภาระดูแลบ้านและลูกยังตกอยู่กับผู้หญิงเป็นหลัก เกิดสิ่งที่เรียกว่า Incomplete gender revolution

ผลลัพธ์คือ ผู้หญิงทำงานนอกบ้าน + ทำงานบ้าน = ภาระสองเท่า

อีกทั้งนโยบายในที่ทำงาน ยังไม่เอื้อต่อการมีบุตร หรืออาจฉุดรั้งความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการมีลูกสูงขึ้น และนำไปสู่การมีลูกน้อยลง

 

4.โลกที่ไม่แน่นอน

โรคระบาด ภัยพิบัติ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้บางครอบครัวรู้สึกว่า ‘อนาคตไม่นิ่งพอที่จะพาเด็กคนหนึ่งมาเริ่มชีวิต’

 

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

 

ในอีก 10 ปีข้างหน้า สัดส่วนประชากรวัยแรงงานของไทย (ช่วงอายุ 15-59 ปี) จะลดลงจาก 62% เหลือเพียง 57% หรือหายไปประมาณ 3.6 ล้านคน ทำให้เศรษฐกิจอาจเผชิญแรงกดดันหลายด้านทั้ง

-การขาดแคลนแรงงาน

-การบริโภคและการลงทุนที่ชะลอลง

-ภาระงบประมาณสวัสดิการผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น

-รายได้รัฐลด จากฐานภาษีแคบลง

 

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจฉุดรั้งศักยภาพการเติบโตระยะยาวของเศรษฐกิจไทย

 

ภาวะเด็กเกิดน้อยไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากคน ‘ไม่อยากมีลูก’ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสภาพสังคมทำให้พวกเขา ‘มีลูกไม่ได้’ ทางออกระดับชาติจึงไม่ใช่การรบเร้าให้คนมีลูก แต่คือการ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ตั้งแต่การสร้างงานที่มั่นคง ที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงได้ การลดภาระค่าการศึกษา ไปจนถึงนโยบายที่ทำงานที่สนับสนุนพ่อแม่มือใหม่ เพื่อให้คนไทยกลับมามีความกล้ามีลูกและกลับมาสร้างครอบครัวมากขึ้น