Advertorial

เจาะกลยุทธ์ ‘AIS’ สู่ ‘Digital Lifestyle Destination’ เมื่อสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องยา แต่คือเทคโนโลยีที่ ‘สวมใส่ได้ทุกวัน’

ถามคนรอบข้างสิบคนว่าปีที่แล้วซื้ออะไรไปบ้างที่เกี่ยวกับสุขภาพ คำตอบที่ได้อาจไม่ใช่ยาหรือวิตามิน แต่อาจเป็น Smart Watch แอปนับแคลอรี หรือที่นอนเพื่อสุขภาพ นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาด Health Tech กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเงียบๆ ไม่ใช่แค่การเพิ่มยอดขายสินค้าห…

653e09d1-513e-4145-8d2c-dfe7457ad20d

ถามคนรอบข้างสิบคนว่าปีที่แล้วซื้ออะไรไปบ้างที่เกี่ยวกับสุขภาพ คำตอบที่ได้อาจไม่ใช่ยาหรือวิตามิน แต่อาจเป็น Smart Watch แอปนับแคลอรี หรือที่นอนเพื่อสุขภาพ นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาด Health Tech กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเงียบๆ ไม่ใช่แค่การเพิ่มยอดขายสินค้าหมวดใหม่ แต่คือการเปลี่ยนนิยามของคำว่า "ดูแลตัวเอง" ให้กลายเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ในทุกวัน 

AIS ก็มองเห็นถึง โอกาส ที่ไม่ใช่แค่สินค้าที่เพิ่มเข้ามา แต่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเป็น Digital Lifestyle Destination อย่างแท้จริง

 สุขภาพไม่ใช่แค่ยา แต่คือเทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ทุกวัน

Global Wellness Institute รายงานว่าเศรษฐกิจสุขภาพโลกแตะระดับ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 เติบโต +7.9% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องไปแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2029

ที่น่าสนใจกว่าตัวเลขรวมคือเซกเมนต์ที่โตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ไม่ใช่ยาหรือฟิตเนส แต่คือ Mental Wellness ซึ่งครอบคลุมการนอนหลับ การจัดการความเครียด และสติ เติบโตเฉลี่ย +12.4% ต่อปี สะท้อนให้เห็นชัดว่าผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ร่างกายที่แข็งแรง แต่ต้องการระบบที่ช่วยให้เข้าใจตัวเองได้ดีขึ้นในทุกวัน

เมื่อเจาะมาที่ Smart Watch เมื่อ 5 ปีก่อน ภาพที่นึกถึงคือนักวิ่งมาราธอนหรือคนที่ไปฟิตเนสทุกวัน แต่วันนี้ภาพนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ลองนึกถึงพนักงานออฟฟิศที่อยากรู้ว่าตัวเองนอนหลับพักผ่อนได้พอไหมในแต่ละคืน คุณแม่วัยทำงานที่อยากติดตามก้าวเดินและแคลอรีระหว่างวันโดยไม่ต้องเปิดแอปเพิ่ม หรือผู้ชายอายุ 50 ที่หมอแนะนำให้ดูแลความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ทั้งสามคนนี้ไม่มีใครเรียกตัวเองว่าคนรักสุขภาพ แต่ทุกคนกำลังมองหา Smart Watch ที่ใช่

image002

การขยายฐานผู้ใช้นี้คือสิ่งที่ทำให้ตลาด Smart Watch น่าจับตาในเชิงธุรกิจ มูลค่าตลาดทั่วโลกแตะกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า สองเท่า ภายในทศวรรษนี้ โดย เอเชียแปซิฟิก ครองสัดส่วนเกือบ 40% ของยอดจำหน่ายทั่วโลก และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง +19.69% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกันฟีเจอร์ก็กำลัง Upgrade ตัวเองจากแกดเจ็ตสู่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งการตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ผ่านการรับรอง FDA การวัดออกซิเจนในเลือด และระบบแจ้งเตือนความดัน ทำให้นักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์เริ่มให้ความสนใจ Smart Watch อย่างจริงจัง ซึ่งหมายความว่าเพดานของตลาดนี้ยังอยู่ไกลกว่าที่เห็น

image003-1

ทำไม AIS ถึงมองว่านี่คือโอกาส ไม่ใช่แค่สินค้าหมวดเพิ่ม

สำหรับ Telco การขาย Smart Watch ฟังดูไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น จะเห็นว่า AIS ไม่ได้มองว่านี่คือการเพิ่มสินค้าใหม่เข้าชั้นวาง แต่มองว่านี่คือจังหวะในการ Reposition ตัวเองจาก Telco Provider สู่ Digital Lifestyle Destination อย่างเป็นรูปธรรม

ผ่านความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Apple, Huawei, Samsung, OPPO และ Xiaomi โดย AIS Shop คัดสรร Smart Watch ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงในทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสายสุขภาพ สายออกกำลังกาย สายทำงาน และคนที่ต้องการความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน

ประพัฒน์ เสียงจันทร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจค้าปลีก AIS อธิบายมุมมองนี้ว่า "ลูกค้าไม่ได้มองหาแค่อุปกรณ์เทคโนโลยี แต่กำลังมองหาไอเท็มที่ช่วยให้ทุกวันดีขึ้น ง่ายขึ้น และเป็นตัวเองมากขึ้น AIS จึงยกระดับ AIS Shop ให้เป็น Hub ด้าน Digital Lifestyle Destination ที่รวบรวมอุปกรณ์ แพ็กเกจ สิทธิพิเศษ บริการ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไว้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด Customer Centricity ที่มุ่งเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง"

image004

5 BEST Experiences — วัดกันที่ Execution ไม่ใช่แค่ Positioning

การประกาศตัวเป็น Digital Lifestyle Destination เป็นเรื่องของ Positioning แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าทำได้จริงหรือไม่คือ Execution ในทุก Touchpoint AIS วางกรอบการทำงานนี้ไว้ภายใต้แนวคิด 5 BEST Experiences

  • Best Product: ไม่ใช่แค่มีสินค้าครบ แต่คือการที่เครือข่าย 5G Advanced รองรับให้ Smart Watch เชื่อมต่อและซิงค์ข้อมูลสุขภาพได้อย่างไร้รอยต่อ ควบคู่กับการคัดสรรอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่สเปคบนกระดาษ
  • Best People: จุดที่แยก Lifestyle Destination ออกจากร้านค้าทั่วไปคือคนที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ทีมงาน AIS Shop ถูก Train มาเพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่พนักงานปิดการขาย เพื่อให้ลูกค้าได้อุปกรณ์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์จริง ๆ ของตัวเอง
  • Best Process: ลูกค้าสามารถเลือกซื้อ เปรียบเทียบ และเข้าถึงบริการได้อย่างไร้รอยต่อทั้งผ่าน AIS Shop และ AIS Online Store พร้อมบริการจัดส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงหากสินค้าที่สาขาหมด — ลด Friction ในทุกขั้นตอนที่อาจทำให้ลูกค้าออกจาก Funnel
  • Best Package: แพ็กเกจที่ออกแบบมาให้การเป็นเจ้าของ Smart Watch เป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้น เหมาะทั้งคนที่เพิ่งเริ่มจริงจังกับสุขภาพ และคนที่มองหาอุปกรณ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว
  • Best Privilege: สิทธิประโยชน์จาก AIS Points คะแนนสะสม และโปรโมชันเฉพาะลูกค้า AIS ทำให้ Ecosystem ของ AIS มีมูลค่าในตัวเอง และสร้าง Switching Cost ที่ทำให้ลูกค้าอยากอยู่กับ AIS ในระยะยาว
image005-1

มองไปข้างหน้า ในตลาด Health Tech ที่กำลังเติบโต

เมื่อวิเคราะห์ภาพรวม จะเห็นว่าตลาด Smart Watch ในเอเชียแปซิฟิกยังอยู่ในช่วง Early Growth ผู้บริโภคจำนวนมากยังไม่มีอุปกรณ์ และยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นที่ไหน นั่นหมายความว่าโอกาสยังเปิดอยู่สำหรับผู้เล่นที่สามารถสร้างความเชื่อถือและ Ecosystem ที่ครบรอบด้านได้ก่อน ซึ่งจุดแข็งของ AIS ในเกมนี้คือ สิ่งที่มีอยู่แล้ว ทั้งฐานลูกค้าขนาดใหญ่กว่า 46.9 ล้านเลขหมาย เครือข่าย AIS Shop ทั่วประเทศ และความสัมพันธ์กับแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก

สุดท้ายแล้ว การที่ AIS รุกเข้าสู่ตลาด Health Tech อย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่เพื่อเพิ่มตัวเลขยอดขายในเซกเมนต์ใหม่ แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า AIS Digital Lifestyle Destination ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Positioning ทางการตลาด แต่คือความตั้งใจที่จะเปลี่ยนทุกนวัตกรรมให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย และส่งมอบเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างเป็นรูปธรรมในทุกวินาที