Digital

เทรนด์ใหม่หรือแค่เห่อ? มือถือปุ่มกดแบบ ‘BB’ คัมแบ็ก! วัยรุ่นยุคใหม่แห่ใช้ ไม่ใช่เพราะ ‘โหยหาอดีต’ แต่อยาก ‘โฟกัส’

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 ตอนที่ Apple เปิดตัว iPhone ครั้งแรก แป้นพิมพ์แบบปุ่มกด (Physical Keyboard) ก็ถูกเบียดตกกระป๋องด้วยหน้าจอสัมผัส และค่อย ๆ เลือนหายไปจากสมาร์ทโฟนกระแสหลักอย่างรวดเร็ว แต่ในวันนี้ คลื่นลูกใหม่ของสตาร์ทอัพอย่าง Clicks Technology จากอังกฤษ และ Unihertz จากจีน …

BB-01_0

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 ตอนที่ Apple เปิดตัว iPhone ครั้งแรก แป้นพิมพ์แบบปุ่มกด (Physical Keyboard) ก็ถูกเบียดตกกระป๋องด้วยหน้าจอสัมผัส และค่อย ๆ เลือนหายไปจากสมาร์ทโฟนกระแสหลักอย่างรวดเร็ว แต่ในวันนี้ คลื่นลูกใหม่ของสตาร์ทอัพอย่าง Clicks Technology จากอังกฤษ และ Unihertz จากจีน กำลังปลุกชีพแป้นพิมพ์เหล่านี้ให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมสร้างตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ให้กับโทรศัพท์ที่ให้สัมผัสของการกดปุ่มจริง

จุดสิ้นสุดที่อาจไม่ถาวร

ครั้งหนึ่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่หน้าจอสัมผัสดูเหมือนจะเป็นจุดจบที่ถาวร แม้แต่ BlackBerry เจ้าพ่อมือถือปุ่มกดก็ต้องประกาศหยุดผลิตฮาร์ดแวร์ในปี 2016 และปิดตำนานบริการซอฟต์แวร์ทั้งหมดในปี 2022

อย่างไรก็ตาม กลุ่มแฟนคลับที่หลงรักมือถือทรงเหลี่ยมและแป้นพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ยังคงเหนียวแน่น เห็นได้จากชุมชน r/Blackberry บน Reddit ที่มีสมาชิกกว่า 25,000 คน ซึ่งยังคงแลกเปลี่ยนเทคนิคการใช้งานและแบ่งปันความทรงจำที่มีต่ออุปกรณ์เหล่านี้เสมอ

blackberry

แฟชั่นหมุนเวียนและการบ่งบอกตัวตน

Jung Younbo ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารจาก Nanyang Technological University (NTU) สิงคโปร์ มองว่าความสนใจที่ฟื้นกลับมานี้สะท้อนถึงรูปแบบพฤติกรรมที่กว้างกว่านั้น โดยเขากล่าวว่า “เรามักใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือในการแสดงออกถึงตัวตน” และเมื่อโทรศัพท์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แฟชั่นของมันจึงหมุนเวียนเป็นวัฏจักรไม่ต่างจากเสื้อผ้า

ที่น่าสนใจคือ สำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม เสน่ห์ของมันไม่ใช่เรื่องของการโหยหาอดีต แต่เป็นเรื่องของ “การควบคุม” โดย Jeff Gadway ผู้ร่วมก่อตั้ง Clicks Technology เผยว่า ลูกค้าเกือบ 45% ไม่เคยสัมผัสมือถือที่มีปุ่มกดจริง ๆ มาก่อนเลยด้วยซ้ำ

“พวกเขามองว่านี่ไม่ใช่เรื่องย้อนยุค แต่มันคือวิธีใหม่ในการใช้โทรศัพท์อย่างมีจุดมุ่งหมาย (Intentional) มากขึ้น” Gadway กล่าว

328527

อาวุธลับในการลดเวลาหน้าจอ

ความรู้สึกของการใช้งานอย่าง “ตั้งใจ” คือแรงดึงดูดสำคัญสำหรับ Chonnie Alfonso คอนเทนต์ครีเอเตอร์วัย 23 ปี เธอบอกว่าการเปลี่ยนมาใช้เครื่องแบบปุ่มกดช่วยสร้าง “แรงเสียดทาน” (Friction) ที่ทำให้เธอต้องหยุดคิดก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ทุกครั้ง

การมี “อุปสรรคของความไม่สะดวกสบายที่เพิ่มขั้นตอนในการคิด” ต่างจาก “แผ่นกระจกที่ลื่นไหลและเข้าถึงง่าย” กลายเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้เธอลดเวลาหน้าจอลงได้จริง นอกจากนี้ พฤติกรรมการไถหน้าจอแบบไม่หยุด (Doomscrolling) ก็ทำได้ยากขึ้นบนมือถือทรง BlackBerry ช่วยให้เธอใช้โซเชียลมีเดียน้อยลงและจัดการตารางชีวิตได้ดีขึ้น

ด้าน Clicks Technology เองก็ชูจุดเด่นเรื่องการเน้นแอปส่งข้อความและฟังก์ชันหลัก เพื่อให้ผู้ใช้จดจ่อกับสิ่งที่ตั้งใจจะทำแต่แรก ไม่ให้หลุดโฟกัสไปทำ “ภารกิจเสริม” (Side Quest) ในแอปอื่น ๆ จนเสียเวลา

“มันคือการทำให้เวลาที่คุณอยู่บนหน้าจอ มีคุณค่าต่อตัวคุณจริง ๆ”

328526

ทางเลือกที่หลากหลาย vs ความซ้ำซาก

นอกจากเรื่องพฤติกรรมแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้ยังนำฟีเจอร์ที่หายไปจากมือถือปัจจุบันกลับมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นแป้นพิมพ์ที่รองรับหลายภาษา, ฝาหลังที่เปลี่ยนได้, ช่องใส่หน่วยความจำ (SD Card) ไปจนถึงช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ที่สมาร์ทโฟนยุคใหม่ตัดออกไปเกือบหมด

สำหรับ Wei Lun Ng หนุ่มวัย 23 ปีที่รักในเครื่องเสียง มองว่าหูฟังมีสายคือทางเลือกที่ใช้งานได้จริงกว่า เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมจนเสียงขาดหาย หายยากกว่า และที่สำคัญคือราคาสบายกระเป๋ากว่าหูฟังไร้สายหลายเท่าตัว

การสื่อสารที่สัมผัสได้จริง

ในมุมที่คาดไม่ถึง แป้นพิมพ์จริงยังตอบโจทย์ด้าน การเข้าถึง (Accessibility) สำหรับผู้ที่มีสายตาเลือนรางหรือมีปัญหาในการควบคุมกล้ามเนื้อ ซึ่งพบว่าการพิมพ์บนปุ่มกดที่สัมผัสได้ช่วยให้พวกเขามั่นใจในการใช้งานมากขึ้น

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ Younbo ยังเสริมว่า ปุ่มกดจริงช่วยลดปัญหาพิมพ์ผิดได้ดีกว่าระบบ Auto-correct ในมือถือปัจจุบันที่บางครั้งก็ชอบเปลี่ยนคำไปเป็นอะไรก็ไม่รู้จนน่ารำคาญ

สมรภูมิตลาดเฉพาะกลุ่มที่เริ่มเดือด

ปัจจุบันตลาด Niche นี้เริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อบริษัทอย่าง Zinwa Technologies และ iKKO เตรียมเปิดตัวมือถือปุ่มกดในปีนี้เพื่อร่วมวงกับเจ้าตลาดเดิม ซึ่งการแข่งขันที่สูงขึ้นหมายถึงคุณภาพสินค้าที่น่าจะดีขึ้นตามไปด้วย

ความต้องการนั้นเห็นได้ชัดจากยอดระดมทุนใน Kickstarter ของ Unihertz Titan รุ่นใหม่ที่กวาดเงินไปกว่า 4.8 ล้านดอลลาร์จากผู้สนับสนุนกว่า 8,200 ราย ส่วน Clicks เองก็ทำยอดพรีออเดอร์ทะลุเป้าหมาย 6 เดือนได้ในเวลาเพียง 30 วันเท่านั้น

แม้จะมีความท้าทายเรื่องต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นจากการแย่งชิงทรัพยากรไปทำ AI แต่ตลาดมือถือปุ่มกดก็ยังคงเดินหน้าต่อ เป็นสัญญาณว่าในโลกที่มีแต่หน้าจอกระจกเรียบ ๆ เหมือนกันไปหมด ยังมีผู้ใช้กลุ่มหนึ่งที่มองหา “ความรู้สึก” ที่สัมผัสได้จากปลายนิ้ว Source