มีรายงานว่า สหภาพแรงงานของบริษัท Micron เรียกร้องสำหรับปีงบประมาณ 2026 คือ โบนัส 83 เดือน แถมตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป พวกเขายังอยากให้เปลี่ยนระบบโบนัสใหม่ โดยขอแบ่ง 15% จากกำไรจากการดำเนินงาน มาจ่ายเป็นโบนัสให้พนักงานทุกๆ ไตรมาส แทนการจ่ายปีละครั้ง
ฟังดูเป็นข้อเรียกร้องที่เวอร์และเป็นไปไม่ได้เลยใช่ไหม? แต่ความจริงคือ ตอนนี้ Micron กำลังกอบโกยกำไรมหาศาลจากกระแส AI จนทำให้บริษัทมีเงินหนาพอที่จะจ่ายตามข้อเรียกร้องนี้ได้สบาย ๆ ด้วยซ้ำ
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาดูไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือ "ถ้าโรงงานหลักในไต้หวันประท้วงหยุดงานขึ้นมาจริง ๆ ชิปหน่วยความจำที่จะป้อนเข้าตลาด AI จะขาดแคลนขนาดไหน?" เพราะตอนนี้หุ้น Micron พุ่งไปอยู่ที่ราวๆ $933 และมูลค่าบริษัททะลุ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว เดิมพันครั้งนี้จึงสูงมาก
ทำไมคนงานถึงกล้าเรียกเยอะขนาดนี้?
สหภาพแรงงานทั้ง 2 แห่งในไต้หวันมีสมาชิกรวมกันราว 10,000 คน ซึ่งผลโพลภายในเมื่อเดือนสิงหาคมพบว่า พนักงานมากกว่า 80% พร้อมใจกันโหวตประท้วงหยุดงาน หากการเจรจาไกล่เกลี่ยล้มเหลว
สาเหตุที่พวกเขากล้าเรียกร้องหนักขนาดนี้ เพราะมี "เคสตัวอย่าง" ให้เห็น อาทิ Samsung & SK Hynix ที่จ่ายโบนัสให้พนักงานสูงถึง 10%-10.5% ของกำไรบริษัท (ซึ่ง Samsung เพิ่งยอมตกลงจ่ายเมื่อเดือนพฤษภาคมเพื่อเลี่ยงการประท้วง)
Micron กลับจ่ายโบนัสในไต้หวันเฉลี่ยแค่ 2.6 เดือน และตั้งเพดานไว้ไม่เกิน 5 เดือนเท่านั้นพนักงานเลยรู้สึกว่าเหลื่อมล้ำและต้องการปิดช่องว่างนี้ แม้ว่าฝั่ง Micron จะออกมาแก้ข่าวว่า โบนัสปีนี้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทแล้วก็ตาม
ถ้าต้องจ่ายจริง Micron จะกระเป๋าฉีกไหม?
โบนัสก้อนแรก (83 เดือน) คำนวณยากเพราะขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนแต่ละคน แต่ถ้ามาดูข้อเรียกร้องระยะยาวที่ขอ 15% ของกำไร น่าจะพอเห็นภาพ โดยไตรมาส 3/2026 ที่ผ่านมา Micron ทำกำไรจากการดำเนินงานได้สูงถึง 3.33 หมื่นล้านดอลลาร์ จากรายได้ 4.15 หมื่นล้าน คิดเป็นอัตรากำไรสูงถึง 80%
ถ้าตัด 15% ไปจ่ายโบนัส จะคิดเป็นเงินประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว ซึ่งมากกว่ากำไรทั้งไตรมาสของปีที่แล้วรวมกันเสียอีก
ดูเหมือนเยอะมาก แต่คำนวณดี ๆ แม้ Micron จะจ่ายโบนัส 15% ไปแล้ว บริษัทก็ยังเหลือส่วนแบ่งกำไรตั้ง 85% ราว ๆ 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เรียกง่าย ๆ ว่า กำไรล้นมือจนมีเงินจ่าย
ทั้งนี้ ไต้หวันคือฐานการผลิตชิป DRAM หลักของ Micron และเป็นสถานที่ตั้งของโรงงานกับเครื่องจักรราคาแพงมูลค่ากว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อส่งออกชิป AI (HBM) ไปทั่วโลก
ในเมื่อบริษัทกำลังทำกำไรสูงถึง 80% ทุก ๆ วันที่โรงงานหยุดทำงาน รายได้ที่หายไปจะกลายเป็นขาดทุนทันที
ปัจจุบัน สถานการณ์ตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ย และการประท้วงยังไม่ได้เกิดขึ้นทันที ท้ายที่สุดแล้ว เชื่อว่าเรื่องนี้คงจบลงด้วยการ "ยอมถอยคนละก้าวและตกลงกันได้" เหมือนกรณีของ Samsung เพราะสำหรับ Micron แล้ว การยอมจ่ายเงินโบนัสเพิ่มขึ้น ยังไงก็คุ้มกว่าการปล่อยให้โรงงานหยุดผลิต จนชิปขาดตลาด