Digital

ในรอบ 20 ปี! 'SoftBank' ผงาดแซง 'Toyota' ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในญี่ปุ่น จากอานิสงส์ AI บูม

SoftBank
สำนักงานใหญ่ SoftBank ในกรุงโตเกียว (Photo: Shutterstock)

ซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป (SoftBank Group) ทำผลงานแซงหน้า โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหลักไมล์สำคัญของยุคตื่นตัวในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก และเป็นการเขย่าโครงสร้างอันดับองค์กรธุรกิจครั้งใหญ่ของประเทศ

หุ้นของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีที่นำโดย มาซาโยชิ ซัน (Masayoshi Son) พุ่งทะยานขึ้นถึง 14% ในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียว ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) แซงหน้าโตโยต้าได้เป็น ครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี 

การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นในครั้งนี้ส่งผลให้หุ้นของ SoftBank ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 90% แล้วในปีนี้ ผลักดันให้มูลค่าตลาดของบริษัททะลุ 48 ล้านล้านเยน ซึ่งสูงกว่าโตโยต้าซึ่งอยู่ที่ประมาณ 46 ล้านล้านเยน ในทางกลับกัน หุ้นของโตโยต้าร่วงลงไปมากกว่า 10% ในปีนี้

โดยหุ้น SoftBank ถือเป็นเป็นแรงขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดให้กับ ดัชนี Topix (Tokyo Stock Price Index) ในขณะที่โตโยต้ากลับเป็นตัวฉุดดัชนีอ้างอิงดังกล่าวมากที่สุด 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ความสนใจของนักลงทุนได้เปลี่ยนทิศทางไปสู่บริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างรวดเร็วเพียงใด

อีกทั้งยังสะท้อนถึงทิศทางตลาดที่แยกไปคนละทางของสองยักษ์ใหญ่แห่งภาคธุรกิจญี่ปุ่น เนื่องจากมรสุมทางเศรษฐกิจมหภาคและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังสร้างแรงกดดันต่อภาคยานยนต์ แต่กระแสความคลั่งไคล้ใน AI กลับกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

โทโมะ คิโนชิตะ (Tomo Kinoshita) นักยุทธศาสตร์การตลาดระดับโลกจาก Invesco Asset Management Japan กล่าวว่า

"SoftBank ได้ทุ่มเททรัพยากรการบริหารจัดการไปกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และประสบความสำเร็จในการเกาะกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีทั่วโลกในวงกว้าง ในขณะเดียวกัน โตโยต้าได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากสงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้ต้นทุนในการขับเคลื่อนยานพาหนะสูงขึ้นและเป็นแรงกดดันต่อความต้องการรถยนต์ทั่วโลก"

อย่างไรก็ตาม คิโนชิตะ มองว่า มูลค่าบริษัทอาจพลิกผันกลับมาได้ในช่วงปลายปีนี้หากราคาน้ำมันดิบลดลงและช่วยพยุงความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่แนวโน้มในระยะยาวนั้นยังคงเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มเทคโนโลยี

"ในระยะยาว บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI มีแนวโน้มที่จะครองมูลค่าที่สูงกว่า" คิโนชิตะกล่าวเสริม "และการมีตัวตนของพวกเขาในตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็จะมีแต่เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ"