มาตรการนี้ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่ไอทีจีนต้องปรับกลยุทธ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ จากเดิมที่เคยคิดจะเทรนโมเดลขนาดยักษ์แข่งตรง ๆ ก็ต้องหันมาโฟกัสที่ โมเดล AI ขนาดเล็กที่ให้ผลลัพธ์เสถียร สม่ำเสมอ และต้นทุนต่ำ เพื่อประยุกต์ใช้ในแอปพลิเคชันเชิงพาณิชย์และโรงงานอุตสาหกรรมแทน
แต่ในขณะที่สหรัฐฯ พยายามบล็อกโครงสร้างพื้นฐานทางฮาร์ดแวร์ ข้อจำกัดด้านนโยบายคนเข้าเมืองที่เข้มงวดและมีความไม่แน่นอนสูงของสหรัฐฯ กลับกลายเป็นใจให้กับฝั่งจีน เมื่อบวกกับการที่รัฐบาลจีนประกาศอัดฉีดงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุน "การวิจัยขั้นพื้นฐาน" (Basic Research) ในอีก 5 ปีข้างหน้า แรงขับเคลื่อนเหล่านี้ได้กลายเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรคอมพิวเตอร์ชาวจีนโปรไฟล์หรูในอเมริกา ยอมทิ้งเงินเดือนสูงลิ่วเพื่อเดินทางกลับไปทำโปรเจกต์ใหญ่ในบ้านเกิด
สภาวะดังกล่าวได้จุดชนวน "สงครามแย่งชิงตัวท็อป" (Talent War) ระหว่างสองมหาอำนาจขึ้นที ล่าสุด บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนพากันกวาดมันสมองระดับหัวกะทิจากซิลิคอนแวลลีย์กลับประเทศเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็น
- Hao Zhou: อดีตนักวิจัยจาก Google DeepMind ย้ายร่วมงานกับ Alibaba เพื่อพัฒนา Qwen AI
- Wu Yonghui: อดีตรองประธานฝ่ายวิจัยของ Google DeepMind บินตรงจากแคลิฟอร์เนียมาคุมทีมวิจัยที่ ByteDance Seed (บริษัทแม่ของ TikTok) เมื่อกุมภาพันธ์ 2025
- Yang Zhilin: อดีตทีมงาน Meta AI และ Google Brain กลับมาตั้งสตาร์ทอัปพันล้านในจีนชื่อ Moonshot เจ้าของโมเดล Kimi AI ที่กำลังมาแรง
ความน่าสนใจที่สุดของปรากฏการณ์สมองไหลครั้งนี้คือ การที่กลุ่มอัจฉริยะเหล่านี้ได้หอบเอา "วิสัยทัศน์แบบสหรัฐฯ" ติดตัวกลับมาด้วย ล่าสุด Yao Shunyu อดีตนักวิจัยจาก OpenAI ที่เพิ่งย้ายข้ามฟากมาปักหลักในฐานะหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ AI ของ Tencent ได้ประกาศกร้าวกลางงานอีเวนต์ใหญ่ที่ปักกิ่งว่า เป้าหมายส่วนตัวของเขาคือการตั้งองค์กรระยะยาวเพื่อ สร้าง AGI (Artificial General Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ ให้สำเร็จในประเทศจีน
โดยเขามองว่าตลาดนี้ยังมีเค้กก้อนโตระดับ หลายล้านล้านดอลลาร์ และไม่เชื่อว่า ChatGPT หรือ Claude จะเป็นซูเปอร์แอปเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งความทะเยอทะยานนี้กำลังหักล้างคำทำนายเดิมของ Robin Li ซีอีโอ Baidu ที่เคยประเมินไว้ว่า ทั้งโลกน่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยจนถึงปี 2034 กว่าจะไปถึงจุดที่เป็น AGI
แต่ในจังหวะที่ฝั่งจีนกำลังเร่งเครื่องปั้น AGI กันอย่างคึกคัก บรรยากาศในสหรัฐฯ กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเริ่มที่จะ แตะเบรก ล่าสุด Anthropic สตาร์ทอัป AI ระดับแถวหน้าของฝั่งอเมริกา ออกโรงเตือนว่า AI กำลังเข้าใกล้จุดที่เรียกว่า "Recursive Self-Improvement" หรือความสามารถในการอัปเกรดและสร้างโมเดลรุ่นต่อไปขึ้นมาได้เองโดยไม่ต้องพึ่งมนุษย์ควบคุม ซึ่งอาจนำไปสู่ภัยพิบัติและความปั่นป่วนในสังคม
ทำให้ Anthropic จึงได้เรียกร้องให้บิ๊กเทคทั่วโลกร่วมมือกัน ชะลอหรือหยุดพัฒนาโมเดลใหม่ ๆ ชั่วคราว เพื่อจัดทำระบบความปลอดภัยที่รัดกุมก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากคู่แข่งบางส่วนว่า คำเตือนนี้อาจเป็นเพียงกลยุทธ์เตะตัดขาเพื่อไม่ให้บริษัทอื่นแซงหน้าในวันที่ฝั่งอเมริกากำลังเริ่มชะลอตัว