Anthropic อธิบายว่า สิ่งที่ Alibaba ทำเรียกว่ากระบวนการ Distillation หรือการ กลั่นกรองโมเดล ซึ่งก็คือการแอบเอาผลลัพธ์ (Outputs) จากโมเดล AI ตัวที่เก่งกว่า (ในที่นี้คือ Claude) ไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI ของตัวเองที่มีศักยภาพต่ำกว่าให้เก่งตาม
รายงานระบุว่า ปฏิบัติการนี้ทำโดยทีมงานที่มีความเชื่อมโยงกับ Alibaba และ Alibaba Qwen ซึ่งเป็นแล็บวิจัย AI ของเครือ โดยในขณะนี้ทาง Alibaba ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อข้อกล่าวหานี้
ยื่นจดหมายเตือนสภาคองเกรส
จดหมายฉบับนี้ลงวันที่ 10 มิถุนายน โดยส่งถึง สว. ทิม สก็อตต์ (Tim Scott) และ สว. เอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) ซึ่งเป็นประธานและกรรมการระดับสูงของคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐฯ ก่อนหน้าที่จะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นเรื่อง AI
ซึ่งก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน ทำเนียบขาวเองก็เคยออกมากล่าวหาจีนว่ามีพฤติกรรมขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากแล็บ AI ของสหรัฐฯ เป็นล่ำเป็นสันในระดับอุตสาหกรรมมาแล้ว
ทาง Anthropic ย้ำในจดหมายว่า บริษัทพร้อมสนับสนุนรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ในการรับมือกับการโจมตีเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับบริษัท AI เอกชนรายอื่นๆ เพื่อแชร์ข้อมูลภัยคุกคาม หรือการร่วมมือในรูปแบบต่างๆ
ไม่ใช่รายแรก: เปิดสถิติตัวเลขแล็บจีนรุมทึ้งข้อมูล
ถ้ายังจำกันได้ ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ Anthropic เคยโพสต์แฉไปแล้วรอบหนึ่งว่า พวกเขาเจอแคมเปญลักลอบดูดข้อมูลจาก DeepSeek สตาร์ทอัพ AI จีนมาแรง ที่เพิ่งปล่อยโมเดลราคาประหยัดจนสะเทือนวงการเทคโนโลยีไปเมื่อมกราคม 2025 ร่วมกับแล็บ AI ของจีนอีก 2 แห่ง โดยมีตัวเลขการเข้าดึงข้อมูลแบบผิดสังเกตดังนี้:
• DeepSeek: มีการยิงคำถาม-คำตอบเพื่อดึงข้อมูลไปกว่า 150,000 ครั้ง
• Moonshot AI: ดึงข้อมูลไปมากกว่า 3.4 ล้านครั้ง
• MiniMax: หนักที่สุด ทะลุไปกว่า 13 ล้านครั้ง
Anthropic เตือนตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า แคมเปญพวกนี้เริ่ม "รุนแรงและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ" ซึ่งการจะแก้ปัญหานี้ได้ จำเป็นต้องอาศัยการสั่งการที่รวดเร็วและร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทั้งจากผู้เล่นในอุตสาหกรรม, ผู้กำหนดนโยบาย และชุมชน AI ทั่วโลก
แรงกดดันและมาตรการคว่ำบาตรจากรัฐบาลสหรัฐฯ
ในเดือนนี้เอง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) เพิ่งจะใส่ชื่อ Alibaba เข้าไปในบัญชีรายชื่อบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน ซึ่งตอนนี้ทาง Alibaba กำลังยื่นเรื่องคัดค้านอยู่
แต่ในฝั่งของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กลับยังชะลอการใส่ชื่อ DeepSeek ในบัญชีดำทางการค้า (Trade Blacklist) ตามที่ Reuters ได้รายงานเอ็กซ์คลูซีฟในเดือนนี้ แม้ว่าคณะกรรมการความมั่นคงของรัฐบาลจะมองว่า DeepSeek เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติก็ตาม เหตุผลก็เพราะกระทรวงพาณิชย์พยายามเซฟไม่ให้สถานการณ์ความตึงเครียดกับรัฐบาลปักกิ่งบานปลายไปมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ในมุมกลับกัน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน (เพียง 2 วันหลังจาก Anthropic ส่งจดหมาย) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้สั่งจำกัดการใช้งานโมเดล AI รุ่นล่าสุดของ Anthropic อย่าง Mythos และ Fable จนกลายเป็นประเด็นร้อน เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐกลัวว่าโมเดลสุดล้ำเหล่านี้จะถูกหน่วยข่าวกรองทหารของจีนหรือประเทศกลุ่มเสี่ยงนำไปใช้ประโยชน์ ผลลัพธ์คือ Anthropic เลยต้องแก้ปัญหาด้วยการสั่ง "ปิดกั้นการเข้าถึง" โมเดลดังกล่าวจากทั่วโลกไปโดยปริยาย