Digital

ค่าย AI กว้านซื้อ ‘หนังสือมือสอง’ นำไปเทรนโมเดลแล้วทำลายทิ้ง นักอ่านกังวล ‘หนังสือหายาก’ เสี่ยงสาบสูญ

SSrWvw59L8MNfbSTrQAePT.jpg

ย้อนกลับไปไม่กี่ปี ก่อนยุคที่ Kindle จะครองเมือง ร้านหนังสือมือสองเคยเป็นสวรรค์ของสายอ่านงบน้อย แม้ช่วงที่ผ่านมาธุรกิจนี้จะซบเซาลงไปบ้าง แต่วันนี้ยอดขายกลับมาพุ่งกระฉูดอีกครั้ง ทว่าลูกค้ารายใหญ่กลับไม่ใช่คนรักการอ่านเหมือนเคย แต่เป็น "บริษัทพัฒนา AI"

เลี่ยงคดีลิขสิทธิ์ ซื้อของจริงมาสแกน

ร้าน Barter Books ในอังกฤษ ซึ่งปกติขายหนังสือได้เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2,000–3,000 เล่ม แต่จู่ ๆ วันหนึ่งกลับมียอดสั่งซื้อแบบเหมายกล็อตจากบริษัทในแคนาดา สั่งทีเดียวเท่ากับยอดขายทั้งสัปดาห์! ร้านอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงก็เจอเหตุการณ์เดียวกัน แม้จะไม่มีใครยืนยันได้ชัวร์ว่าเอาไปทำอะไร แต่คำตัดสินของศาลเมื่อเร็วๆ นี้ก็พอจะทิ้งเบาะแสไว้ให้เห็น และชะตากรรมของหนังสือเหล่านั้นอาจไม่ได้จบสวยสักเท่าไร

ที่ผ่านมา ค่าย AI มักถูกฟ้องเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนัก อย่างกรณี Anthropic ที่เพิ่งยอมจ่ายเงินชดเชยสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ให้ผู้เขียนกว่า 3 แสนราย หรือ OpenAI ที่ยังรับศึกหนักถูกฟ้องจากทั้งสำนักพิมพ์ดังและนักเขียนมากมาย

ทว่าจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อศาลตัดสินว่า "การนำงานมีลิขสิทธิ์มาเทรน AI ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย หากบริษัทจ่ายเงินซื้อหนังสือนั้นมาอย่างถูกต้อง" (Meta ก็ได้อานิสงส์จากคำตัดสินแนวนี้เช่นกัน) หนังสือมือสองจึงกลายเป็นทางออกสุดประหยัดที่ช่วยให้ค่าย AI ได้วัตถุดิบไปใช้ โดยไม่ต้องง้อสำนักพิมพ์ที่อาจปฏิเสธไม่ยอมขายหนังสือใหม่ให้

ในเอกสารชั้นศาล คดีของ Anthropic เคยพูดถึงโปรเจกต์ลับชื่อ "Project Panama" ซึ่งตั้งเป้าสแกนหนังสือทุกเล่มบนโลก โดยใช้วิธีที่เรียกว่า Destructive Scanning หรือ "การสแกนแบบทำลายเล่ม"

  • ขั้นตอน: เล่มหนังสือจะถูกชำแหละ เลาะปก ดึงกระดาษแยกเป็นใบ ๆ แล้วป้อนเข้าเครื่องสแกนความเร็วสูงเพื่อแปลงข้อมูลเข้าโมเดลภาษา (LLM)
  • จุดจบ: เมื่อสแกนเสร็จ เศษกระดาษทั้งหมดจะถูกทิ้ง นำไปรีไซเคิล หรือเข้าเครื่องย่อยทำลายทันที

ความกังวลเรื่อง "หนังสือหายาก"

แม้การทำลายหนังสือปกอ่อนทั่วไปอาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่กลุ่มคนรักหนังสือเริ่มกังวลว่า "หนังสือโบราณหรือหนังสือหายาก" อาจพลอยฟ้าพลอยฝนถูกกว้านซื้อไปทำลายไปด้วย เพราะข้อมูลในหนังสือเก่ามักทรงคุณค่าและไม่มีในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสิ่งที่โมเดล AI โหยหา

แม้ Anthropic จะออกมายืนยันผ่าน BBC ว่า บริษัทมีนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ซื้อหรือทำลายหนังสือโบราณ/หายากเด็ดขาด แต่นักวิเคราะห์มองว่า ค่าย AI เจ้าอื่นอาจไม่ได้มีจริยธรรมหรือข้อจำกัดแบบเดียวกัน ล่าสุดยังพบเบาะแสว่ามีพัสดุหนังสือมือสอง ซึ่งมีหนังสือหายากปะปนอยู่ ถูกส่งตรงไปยังศูนย์เทรน AI ของ Amazon ในลาสเวกัสอีกด้วย

เจ้าของร้านส่วนใหญ่ระบุว่า การสั่งซื้อหลักพันเล่มมักมาจากระบบกลางอย่าง Biblio ที่ซ่อนตัวตนคนซื้อ ทำให้ไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนสั่ง แม้ในใจลึกๆ เจ้าของร้านหลายคนจะรู้สึกย้อนแย้งและสะเทือนใจกับชะตากรรมของหนังสือ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า "เงินก้อนนี้" ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจร้านหนังสือมือสองที่ซบเซามาตั้งแต่ปี 2007 ให้กลับมามีรายได้พยุงร้านต่อไปได้อีกครั้ง

Source