นับตั้งแต่เราเห็นความเก่งกาจของ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เชื่อว่าหลายคนก็คงคิดแล้วว่า อาชีพที่ทำอยู่นั้นมั่นคงแค่ไหน และนั่นทำให้เคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา, เยอรมัน, สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ที่พร้อมใจกันเรียนสายงานวิชาชีพช่าง เพื่อความมั่นคงในอาชีพ
จากปริญญา 4 ปี สู่ช่างไฟฟ้า 7 เดือน
"ผมคิดว่าค่านิยมมันกำลังเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนครับ" นีซีเอร์ ลอว์เรนซ์ (Nizier Lawrence) หนุ่มชาวนิวยอร์กวัย 20 ต้น ๆ กล่าว โดยเขาตัดสินใจลาออกกลางคันจากอดีตนักศึกษาวิทยาลัยเอกชนคูคา (Keuka College) เพื่อมาเข้าเรียนที่โรงเรียนเทคนิคเอเพ็กซ์ (Apex Technical School) ในแมนแฮตตันเพื่อฝึกอบรมเป็นช่างไฟฟ้า
"ผมเรียนรู้ในเวลาแค่ 3 สัปดาห์ที่นี่ ได้มากกว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัย 3 ปีเสียอีก" นีซีเอร์ กล่าว
ค่านิยมก่อนวิกฤต COVID-19 ที่มักบอกให้เด็ก ๆ ไปเรียนมหาวิทยาลัยเริ่มสั่นคลอน เมื่อคนรุ่นใหม่ตระหนักถึง ความมั่นคงในอาชีพ โดยรายงาน People at Work 2026 ของกลุ่มบริษัทจัดการเงินเดือน ADP ระบุว่า ในกลุ่มคนอายุ 27-39 ปีที่ใช้ AI บ่อยครั้ง มีเพียง 22% เท่านั้นที่เชื่อว่า งานของตนเองปลอดภัยจากการถูกเลิกจ้าง สวนทางกับการเรียนช่างไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างมากเนื่องจากการบูมของศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับ AI ซึ่งส่งผลให้สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าการจ้างงาน ช่างไฟฟ้า จะเติบโตถึง 9% ตั้งแต่ปี 2024-2034
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้วปัจจัยด้าน ค่าเทอม ก็มีส่วนสำคัญ ค่าเรียนโรงเรียนสายอาชีพเฉลี่ยอยู่ที่ 18,000 ดอลลาร์สหรัฐ (และใช้เวลาเพียง 7 เดือน) ขณะที่ค่าเทอมมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ตามข้อมูลของ Education Data Initiative สูงกว่า 38,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และต้องเรียนยาวนานถึง 4 ปีเป็นอย่างน้อย
ยุคฟื้นฟูช่างฝีมือและการเติบโตของ SMEs
ในฝั่ง สหราชอาณาจักร ข้อมูลจากกลุ่มบริการทรัพยากรบุคคล Employment Hero พบว่า การจ้างงานแรงงาน Gen Z ในภาคธุรกิจก่อสร้างและงานช่างขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พุ่งสูงขึ้นถึง 16.8% แบบปีต่อปี (YoY) ซึ่งเติบโตเร็วกว่าแรงงานกลุ่มอายุอื่นถึง 3 เท่า ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำว่ายุคสมัยแห่ง การมอง ปริญญาเป็นทางเลือกหลัก (Degree-as-default) ได้สิ้นสุดลงแล้ว
โดยคนรุ่นใหม่ในอังกฤษเลือกที่จะเข้าสู่ระบบ Degree Apprenticeship (เรียนสายอาชีพควบคู่การทำงานจริง) มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงหนี้สินจากการเรียนมหาวิทยาลัย และมองหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในโลกความเป็นจริง โดยเฉพาะในสายงานช่างเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนและงานช่างไฟฟ้า
ยุคทองของ "Tradies" ผู้นำเทรนด์อาชีพสุดฮิปและรายได้สูง
สำหรับประเทศออสเตรเลีย กลุ่มคนที่ทำอาชีพช่าง ซึ่งเรียกกันติดปากว่า Tradies (ช่างไม้, ช่างไฟ, ช่างประปา) ได้กลายเป็นกลุ่มอาชีพที่เนื้อหอมที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ ทักษะทางกายภาพของพวกเขาหนีพ้นความเสี่ยงจากการคุกคามของเทคโนโลยี เนื่องจาก พื้นที่งานก่อสร้างจริงมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ AI จะลงมือทำแทนได้
นอกจากนี้ งานเหล่านี้ยังมี รายได้ที่แซงหน้าพนักงานออฟฟิศจบใหม่ไปหลายเท่าตัว แล้วด้วย โซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ยังก่อให้เกิดเทรนด์ "Tradie Tok" ที่ช่างรุ่นใหม่พากันมาแบ่งปันไลฟ์สไตล์การทำงานที่สนุกสนาน มีอิสระ และสร้างรายได้ได้เร็ว ทำให้ภาพจำเดิม ๆ ของงานสายกรรมกรเปลี่ยนกลายเป็น อาชีพที่เท่และมั่งคั่ง ในสายตา Gen Z ของออสเตรเลีย
ยุโรปและเยอรมนี ดึงคนจบป.ตรี วนกลับสู่ระบบช่าง
แม้แต่ในเยอรมนีที่มีระบบการเรียนสายอาชีพควบคู่การทำงาน (Ausbildung) ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบันคือ "โปรไฟล์ของผู้เรียน" สมาคมหัตถกรรมแห่งเยอรมนี (ZDH) ระบุว่า มีสัดส่วนของคนหนุ่มสาวที่เรียนจบระดับมหาวิทยาลัยแล้ว หรือเรียนมหาวิทยาลัยไปได้ครึ่งทาง ตัดสินใจลาออกจากระบบการศึกษาแบบนั่งโต๊ะ เพื่อหันมาสมัครเรียนในสายช่างเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากความกังวลว่า Generative AI จะเข้ามาแทนที่งานเอกสารและงานหน้าจอในระดับเริ่มต้น (Entry-level roles) เช่น งานเขียนโค้ด งานแปล หรือการตลาดแล้ว แรงกระตุ้นสำคัญอีกประการคือภาวะ "Digital Fatigue" หรือ ความเบื่อต่อชีวิตหน้าจอคอมพิวเตอร์ หลังผ่านพ้นช่วงกักตัวในวิกฤตโควิด-19 ทำให้พวกเขาโหยหางานประเภทที่ได้ ลงมือทำจริง (Hands-on) และเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในโลกกายภาพ
42% ของ GenZ มุ่งสายอาชีพ
Resume Builder สำนักวิจัยได้เเผยให้เห็นภาพรวมของ Gen Z ไว้อย่างน่าสนใจว่า 42% ของคนรุ่นใหม่กำลังทำงานหรือเลือกที่จะเดินในเส้นทางสายอาชีพช่าง (Blue-collar) โดย 80% ของคนกลุ่มนี้ระบุตรงกันว่า เหตุผลสำคัญเป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่างานสายช่างฝีมือเหล่านี้ ยากที่จะถูกทดแทนด้วย AI
ปรากฏการณ์ระดับโลกนี้สะท้อนว่า สมการความสำเร็จแบบเดิมที่ฝังหัวกันมานานว่า ต้องจบมหาวทิยาลัย เพื่อทำงานสบาย ๆ ในออฟฟิศ กำลังถูกทำลายลงโดยเทคโนโลยี คนรุ่น Gen Z ทั่วโลกได้เปลี่ยนมาใช้สมการใหม่ที่เป็นรูปธรรมกว่าเดิม นั่นคือ มีทักษะเฉพาะทาง + ลงมือทำจริงในโลกกายภาพ = ความมั่นคงในชีวิตที่ไม่มีใครแย่งไปได้
TheGuardian / employmenthero / Constructiondive / Japantoday