เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเคลื่อนไหวขึ้นลงอยู่ในช่วง 1.27-1.28 ดอลลาร์/ยูโร และ 109-111 เยน/ดอลลาร์ เนื่องจากความผันผวนของราคาโลหะมีค่าและความไม่แน่ใจเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ประกอบกับความเข้มแข็งของค่าเงินยูโรและค่าเงินเยน มีอิทธิพลต่อการซื้อขายเงินดอลลาร์ด้วย ส่วนเงินปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ มีค่ามั่นคงสวนทิศทางกับความอ่อนแอของค่าเงินดอลลาร์ อีกทั้ง ท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษที่มีแนวโน้มว่าอาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอังกฤษ ก็สนับสนุนค่าเงินปอนด์เช่นกัน สำหรับราคาทองคำต่างประเทศ ผันผวนตามแรงซื้อและขายอย่างหนัก หลังจากที่นักเก็งกำไรมีการเทขายเพื่อทำกำไร และกลับมากว้านซื้อเมื่อค่าเงินดอลลาร์ยังคงอึมครึม
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่ากระเตื้องขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากที่มีค่าตกต่ำลงอย่างรุนแรงในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้นักค้าเงินบางส่วนเข้าช้อนซื้อเมื่อเห็นว่าค่าเงินอเมริกันลดลงมากแล้ว ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ขยับสูงขึ้นในช่วงวันแรกของสัปดาห์ ยิ่งไปกว่านั้น การที่ราคาทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างพากันลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว เพราะตลาดไม่ค่อยมั่นใจในสถานการณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสินค้าโลหะมีค่า ทำให้มีการเทขายออกมาเป็นจำนวนมาก และกลับไปซื้อสกุลเงินดอลลาร์แทน โดยเฉพาะการที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ในตอนต้นสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์กลับมีค่าทรุดต่ำลงในเวลาถัดมา เป็นผลจากรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงยอดสร้างบ้านในเดือนเดียวกันที่มีจำนวนต่ำกว่ายอดประมาณการ กลายเป็นชนวนให้ตลาดเงินคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจยุติการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพราะตัวเลขเศรษฐกิจลดความร้อนแรงลงแล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่า เงินดอลลาร์มีค่าลดลงเมื่อเทียบกับเงินเยนด้วย สาเหตุมาจากท่าทีของธนาคารกลางจีนที่กำหนดอัตรากลางของเงินหยวนอยู่ในเกณฑ์ที่เข้มแข็ง จึงเป็นสัญญาณให้ตลาดเชื่อว่าค่าเงินหยวนมีแนวโน้มสูงขึ้น และจะส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งตามไปด้วย เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังอ่อนตัวเมื่อเทียบกับเงินยูโร หลังจากที่ค่าเงินยูโรได้รับแรงสนับสนุนจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเวเนซูเอล่าที่ว่าอาจใช้เงินยูโรเป็นสกุลเงินซื้อขายน้ำมันของประเทศ แทนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่าอิหร่านกำลังพิจารณาที่จะใช้เงินยูโรเป็นสกุลเงินซื้อขายน้ำมันเช่นกัน ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่จูงใจให้ซื้อเงินยูโร ได้แก่ การแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงของธนาคารกลางยุโรปที่ว่าธนาคารอาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนนี้ และเจ้าหน้าที่บางคนยังเห็นว่าระดับอัตราดอกเบี้ยยุโรปยังต่ำและเพิ่มน้อยเกินไป รวมถึงความเข้มแข็งของค่าเงินยูโรไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจของประเทศกลุ่มยูโรแต่อย่างใด ซึ่งล้วนเป็นแรงกระตุ้นให้มีการซื้อเงินยูโรอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงกลางสัปดาห์ เงินดอลลาร์มีค่าฟื้นตัวเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักต่างๆ เนื่องจากรัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสแสดงความคิดเห็นแย้งกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มยูโรรายอื่นๆ โดยไม่พอใจที่เห็นค่าเงินยูโรสูงเกินไป และถึงแม้ว่าเศรษฐกิจกลุ่มยูโรยังไม่ได้รับผลกระทบจากความเข้มแข็งของค่าเงินยูโร แต่การที่ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มสูงขึ้น นับเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าพอใจ
แต่อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์มีค่าโน้มต่ำลงอีกในที่สุด หลังจากที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ นาย John Snow กล่าวแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯเกี่ยวกับการปรับค่าเงินหยวนของจีน ซึ่งทางการสหรัฐฯยังเห็นว่าดำเนินการเชื่องช้า และสหรัฐฯต้องการให้จีนเร่งปรับนโยบายการเงินของประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการปล่อยให้ค่าเงินหยวนยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งถ้อยแถลงของนาย Snow มีผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนแรงลง เมื่อเทียบกับเงินเยน และมีผลต่อเนื่องให้มีค่าลดลง เมื่อเทียบกับเงินยูโรด้วย
เงินปอนด์อังกฤษ มีค่าแข็งแกร่งเป็นลำดับ โดยเคลื่อนไหวสวนทางกับเงินดอลลาร์ เพราะนักลงทุนหันไปถือสกุลเงินปอนด์ในช่วงที่ค่าเงินดอลลาร์ผันผวน ประกอบกับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษส่วนใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์ดี อาทิ ราคาที่อยู่อาศัย และยอดค้าปลีก ส่งผลให้ตลาดเงินมั่นใจว่าธนาคารกลางอังกฤษน่าจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ มากกว่าที่จะปรับลดลง เช่นที่เคยคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้น รายงานของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของแบงก์ชาติอังกฤษครั้งล่าสุดยังได้ระบุว่ากรรมการส่วนมากมีความโน้มเอียงไปในทิศทางที่ต้องการระดับอัตราดอกเบี้ยมั่นคงต่อไป จึงมีส่วนสนับสนุนค่าเงินปอนด์
ราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ สร้างความตื่นเต้นเกือบตลอดเวลาให้แก่นักลงทุนและนักเก็งกำไร เป็นผลจากราคาขึ้นลงอย่างมากและอย่างรวดเร็ว โดยราคาทองคำทะลุ 700 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า แต่กลับมีลดต่ำลงอย่างหนักในช่วงต้นสัปดาห์ หล่นลงต่ำกว่าแนวต้าน 700 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากแรงขายอย่างหนักจากนักเก็งกำไรที่เริ่มไม่มั่นใจว่าราคาโลหะมีค่าสูงเกินไปหรือไม่ จึงต้องการลดความเสี่ยงด้วยการเทขายออกมาทำกำไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงอยู่ในเกณฑ์สดใสในเวลาต่อมา โดยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 691-693 ดอลลาร์/ออนซ์ เพราะตลาดยังไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ตึงเครียดกรณีอิหร่าน ซึ่งสามารถกดดันให้ราคาน้ำมันโลกก้าวสู่ภาวะวิกฤตได้ทุกขณะ ประกอบกับทิศทางค่าเงินดอลลาร์ก็ยังไม่มั่นคง ล้วนมีผลต่อราคาทองคำทั้งสิ้น และทำให้ราคาทองคำยังคงขึ้นๆลงๆ อย่างมากในระยะต่อไป
อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2549 เทียบกับวันที่ 18 พฤษภาคม 2549 (ตัวเลขในวงเล็บ) มีดังนี้
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเท่ากับ 1.2787 ดอลลาร์/ยูโร (1.2827 ดอลลาร์/ยูโร) 110.57 เยน (110.93 เยน) และ 1.8780 ดอลลาร์/ปอนด์ (1.8908 ดอลลาร์/ปอนด์)
ราคาทองคำในตลาดลอนดอน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 เท่ากับ 693.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เทียบกับราคา 691.10 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2549