Insight

ดอลลาร์ผงาด … ขวัญใจนักลงทุน ทองคำดิ่งพสุธา

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเข้มแข็ง เมื่อเทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ หลังจากที่เจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯออกมาเตือนกันอย่างต่อเนื่องให้ระมัดระวังภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งกระตุ้นให้ตลาดเงินคาดว่าสหรัฐฯอาจใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป ส่วนเงินปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ ได้รับปัจ…

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเข้มแข็ง เมื่อเทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ หลังจากที่เจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯออกมาเตือนกันอย่างต่อเนื่องให้ระมัดระวังภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งกระตุ้นให้ตลาดเงินคาดว่าสหรัฐฯอาจใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป ส่วนเงินปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวการเข้าซื้อกิจการในอังกฤษ ทำให้ความต้องการเงินปอนด์เพิ่มขึ้น สำหรับราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ทะลุแนวต้าน 600 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นผลจากแรงเทขายจำนวนมาก ทำให้ราคาซื้อขายเฉลี่ยแกว่งอยู่ในช่วง 565-577 ดอลลาร์/ออนซ์

นักลงทุนยังคงสนใจถือเงินดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ นาย Ben Bernanke ได้ย้ำให้ตลาดเงินเห็นว่าแบงก์ชาติยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นเงินเฟ้อ ส่งผลให้นักค้าเงินและนักลงทุนพากันคาดคะเนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนในช่วงการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินตอนปลายเดือนมิถุนายนนี้ ประกอบกับบรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯจากเมืองอื่นๆ อาทิ Cleveland และ Dallas ฯลฯ รวมถึงกรรมการกำหนดนโยบายการเงินบางราย ก็ล้วนห่วงใยในปัญหาเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จนทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เกือบมั่นใจว่าอาจมีการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 17 อีกราว 0.25% เป็น 5.25% ตอนประชุมของ FOMC ในช่วงวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้ความต้องการถือเงินดอลลาร์กลับมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ บางรายการ ได้แก่ ราคาสินค้านำเข้าเดือนพฤษภาคมที่เพิ่มสูงกว่าที่ตลาดเงินคาดการณ์ไว้ ตลอดจนดัชนีราคาผู้ผลิตที่สูงขึ้นในเดือนเดียวกัน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เก็งกันว่าสหรัฐฯน่าจะใช้นโยบายการเงินเข้มงวด เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ได้จูงใจให้ผู้ลงทุนหันมาถือสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน วิกฤตการณ์ปั่นป่วนในตลาดหุ้นและหลักทรัพย์เสี่ยงต่างๆในตลาดเกิดใหม่ ก่อให้เกิดความไม่แน่ใจในกลุ่มผู้ลงทุน และพากันเทขายหลักทรัพย์เสี่ยงเป็นจำนวนมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการขายสินค้าโภคภัณฑ์และโลหะมีค่า โดยนักลงทุนหันกลับไปถือเงินดอลลาร์แทน เพราะเห็นว่ามีสภาพคล่องสูงและผลตอบแทนงดงาม ส่งผลดีแก่ค่าเงินดอลลาร์ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์มีค่าอ่อนตัวลงเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯประกาศตัวเลขเงินทุนไหลเข้าเดือนเมษายนมีมูลค่า 46.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่ายอดขาดดุลที่มีจำนวนสูงถึง 63.4 พันล้านดอลลาร์ ได้ปลุกกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจสหรัฐฯอีกหน โดยเฉพาะปัญหายอดขาดดุลการค้าเรื้อรังและความไร้เสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

เงินปอนด์อังกฤษ ได้รับแรงสนับสนุนจากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษที่ทยอยประกาศออกมา ได้แก่ ราคาที่อยู่อาศัยเดือนเมษายนที่ขยายตัว 5.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นับเป็นอัตราสูงสุดในรอบปี ผนวกกับราคาผลผลิตเดือนพฤษภาคมที่พุ่งถึง 3.0% สูงสุดในรอบ 8 เดือน ยอดค้าปลีกที่ยังขยายตัวอย่างน่าพอใจ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมในระดับ 2.2% ซึ่งสูงกว่าอัตราเป้าหมายทางการที่ระดับ 2.0% บรรดาตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ชี้ว่าธนาคารกลางอังกฤษน่าจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.50% ทั้งนี้เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ข่าวเกี่ยวกับการที่ธุรกิจต่างชาติต้องการเข้าซื้อบริษัทอังกฤษหลายแห่ง ก็ช่วยจูงใจให้ความต้องการซื้อเงินปอนด์เพิ่มมากขึ้นด้วย

ราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เป็นผลจากการเทขายทองคำออกมาเป็นจำนวนมากจากบรรดากองทุนต่างๆ และจากนักเก็งกำไร ซึ่งเริ่มไม่แน่ใจในสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ทำให้ต้องการปรับสัดส่วนการลงทุนของตน ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯและอัตราดอกเบี้ยประเทศต่างๆที่ขยับสูงขึ้นต่อไป ทำให้นักลงทุนหันไปถือสกุลเงินดอลลาร์ที่มีสภาพคล่องสูงสุดไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยง ดังนั้น ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์จึงกระเตื้องสูงขึ้น ในขณะที่ราคาทองคำทรุดต่ำลงอย่างหนัก และมีค่าทะลุแนวต้าน 600 ดอลลาร์/ออนซ์ในที่สุด หลังจากทำสถิติสูงสุดในรอบ 26 ปี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2549 เทียบกับวันที่ 15 มิถุนายน 2549 (ตัวเลขในวงเล็บ) มีดังนี้

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเท่ากับ 1.2591 ดอลลาร์/ยูโร (1.2625 ดอลลาร์/ยูโร) 114.37 เยน (114.82 เยน) และ 1.8432 ดอลลาร์/ปอนด์ (1.8487 ดอลลาร์/ปอนด์)

ราคาทองคำในตลาดลอนดอน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2549 เท่ากับ 609.70 ดอลลาร์/ออนซ์ เทียบกับราคา 574.30 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2549