“Imagination is more important than knowledge - จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” หลายคนคงมีโอกาสรับรู้วาทะเด็ดของไอน์สไตน์ประโยคนี้มาบ้าง แล้วจริงหรือที่จินตนาการนั้นสำคัญกว่าความรู้!! และจินตนาการนั้นสามารถคิดไปได้กว้างไกลไร้ขีดจำกัดพอที่หนึ่งสมองและสองมือจะทำให้สำเร็จมากน้อยแค่ไหน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ กิจกรรม “phoneOne TV Creative Contest” ที่จัดขึ้นโดยมือถือโฟนวัน ได้ประกาศผลการตัดสินการประกวดหนังโฆษณาฝีมือนิสิต-นักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่ส่งผลงานเข้ามาประกวดกันอย่างมากมาย ภายใต้คอนเซปท์ “โฟนวันมือถือมีดีไซน์” โชว์จินตนาการไร้ขีดจำกัด ผสานความรู้จากการเรียนรู้ในห้องเรียน สร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานโฆษณาชิ้นโบว์แดง ก่อนก้าวสู่สนามการทำงานในชีวิตจริง
โดยผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Dog Film จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คว้าเงินรางวัล 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม 1-2-Sum มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เงินรางวัล 30,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมจุกกู้ มหาวิทยาลัยรังสิต คว้า 20,000 บาท และรางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล คือ ทีม AE Engineering มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ ทีม Condo Film จากมหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับทุนการศึกษาทีมละ 10,000 บาท โดยทุกทีมได้รับโทรศัพท์มือถือโฟนวัน และประกาศนียบัตรจากโฟนวัน
นางสาวชัคคนตา เพ็งอุดม และนางสาวสิรินาถ สุนทรสัตย์ สองสาวจากทีม Dog Film คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เจ้าของไอเดียโฆษณาที่ใช้เทคนิค Stop Motion เข้ามาเป็นเทคนิคในการสื่อสาร ผู้คว้าชัยในการประกวดครั้งนี้ เปิดใจว่า “ผลงานโฆษณาเราใช้คอนเซปท์ว่า “วิวัฒนาการ” โดยสื่อถึงวิวัฒนาการของโทรศัพท์จากเครื่องธรรมดา เรื่อยมาจนกระทั่งมีฟังก์ชั่นมัลติมีเดียครบครัน ซึ่งทีมเราได้ใช้เทคนิคของ Stop Motion ในการถ่ายทำผลงานชิ้นนี้ เพื่อสื่อสารถึงความเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของโทรศัพท์มือถือและยังเป็นความแปลกใหม่ที่เราพยายามจะนำเสนอออกมาในงานโฆษณาด้วยค่ะ...ขอบคุณโฟนวันที่เปิดเวทีให้พวกเราได้มีโอกาสนำจินตนาการของเรามาทำให้เกิดขึ้นจริงค่ะ”
ด้านนายสุชาติ มานะพูลทรัพย์ ตัวแทนจากทีม 1-2-Sum คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ด้วยผลงานโฆษณาชุด Change เผยว่า “โจทย์ของเราคือคำว่าดีไซน์ ซึ่งก็คิดกันว่าดีไซน์มันเป็นอะไรได้บ้าง ทั้งการออกแบบ สีสัน รูปลักษณ์ต่าง ๆ ดังนั้น เราเลยเลือกคำว่าดีไซน์มาใช้กับผู้ที่ใช้โฟนวัน จึงกลายเป็นคอนเซปท์ คนใช้โฟนวันเป็นคนมีดีไซน์ สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้ออกมา...ถือว่าการทำงานในครั้งนี้ของพวกเราได้มากกว่าคำว่าประสบการณ์ครับ ทั้งการทำงานเป็นทีม กระบวนการคิดงานที่กว่าจะออกมาเป็นผลงานโฆษณาหนึ่งชิ้นได้ต้องทำอะไรบ้าง ได้ลงมือทำจริง ๆ ไม่ใช่อยู่แค่ในตำรา คุ้มมาก ๆ ครับ”
นายพฤกษ์ พรหมสุวรรณ จากทีมจุกกู้ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กับผลงาน “แอบคุย” ที่สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ไปครอง ร่วมเปิดใจ “แนวคิดของงานโฆษณาคืออยากทำให้เป็นกระแสโฟนวันฟีเวอร์ โดยใช้วิธีการสื่อสารแบบอ้อม ๆ ให้คนดูคิดตาม...การที่ทำงานเป็นทีมทำให้ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกคน กว่าผลงานจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ ผ่านกระบวนการคิดมาเยอะแยะมากมาย การที่ได้ทำกิจกรรมส่งผลงานเข้าประกวดแบบนี้ ก็ถือเป็นการฝึกฝนความคิด การลงมือทำงานจริง ๆ ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่สนามการทำงานจริง ๆ ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพครับ”
สำหรับการประกวด phoneOne TV Creative Contest ริเริ่มขึ้นเป็นปีแรกภายใต้แนวคิดโฟนวันมือถือมีดีไซน์ ของโฟนวัน ซึ่งตั้งเป้าให้เป็นเวทีการแสดงความคิดสร้างสรรค์ของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ เพื่อให้เยาวชนไทยมีกิจกรรมที่ลงมือทำจริง และนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการทำงานอย่างมืออาชีพในอนาคตต่อไป โดยมีคณะกรรมการเป็นนักสร้างสรรค์งานโฆษณามืออาชีพและนักการตลาดชั้นนำ
“...โฟนวัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมการประกวด phoneOne TV Creative Contest ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้น้อง ๆ เยาวชนไทยไม่หยุดคิด หยุดจินตนาการไอเดียเด็ด ๆ ขึ้นมา เพื่อในวันข้างหน้า เราจะมีนักโฆษณา หรือครีเอทีฟ มือดี ประดับวงการสร้างสรรค์อีกเป็นจำนวนมาก ขอชมเชยในทุก ๆ ความคิด ทุก ๆ ผลงานที่นำเสนอออกมา เรายังคงเดินหน้าสร้างเวทีแห่งโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ เพื่อพัฒนาศักยภาพความคิดสร้างสรรค์นอกกรอบของเด็กไทยต่อไป...” นายศักดิ์ชัย เลิศวานิชกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดโฟนวัน บริษัทไวร์เลส ซัพพลาย จำกัด กล่าวในท้ายสุด
…แล้ววันนี้จินตนาการกับความรู้ ก็ออกมาโลดแล่นผสมผสานกันอย่างลงตัว ด้วยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยที่รอเวทีแห่งโอกาสให้แสดงออกอย่างไร้ขีดจำกัด สมกับเป็นกำลังในการขับเคลื่อนอนาคตของไทยต่อไป
...เด็กไทยยุคใหม่ คิดอย่างมีดีไซน์