Insight

ธุรกิจจัดหาคู่ปี’52 : มูลค่าตลาด 4,700 ล้านบาท…หดตัว 6%

ในสภาพสังคมปัจจุบัน กลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงานในเมืองต่างมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต โดยส่วนใหญ่แล้วจะให้ความสำคัญกับเรื่องงานมาเป็นอันดับแรก จนขาดเวลาสานความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง และคนรู้ใจ รวมทั้งเวลาที่จะพบเจอผู้คนใหม่ๆก็น้อยลง โอกาสในการมีครอบครัวจึงเป็นไปได้ยากขึ้น รวม…

ในสภาพสังคมปัจจุบัน กลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงานในเมืองต่างมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต โดยส่วนใหญ่แล้วจะให้ความสำคัญกับเรื่องงานมาเป็นอันดับแรก จนขาดเวลาสานความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง และคนรู้ใจ รวมทั้งเวลาที่จะพบเจอผู้คนใหม่ๆก็น้อยลง โอกาสในการมีครอบครัวจึงเป็นไปได้ยากขึ้น รวมถึงหนุ่มสาววัยทำงานอีกจำนวนมากที่คิดอยากมีครอบครัว แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา และหน้าที่การงาน อาจทำให้ไม่ได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนมากนัก จนทำให้ต้องครองตัวเป็นโสด รวมทั้งในปัจจุบัน การใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสารและติดต่อกับผู้อื่น ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีความเป็นส่วนตัวสูง และเป็นช่องทางการสื่อสารที่สะดวก รวดเร็ว และมีราคาถูก

ด้วยสาเหตุต่างๆเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจบริการจัดหาคู่ของไทยในหลายปีที่ผ่านมาได้รับความสนใจมากขึ้น และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากคนไทยเริ่มยอมรับการใช้บริการจัดหาคู่มากขึ้น เพราะหนุ่มสาวโสดในยุคปัจจุบันมีโอกาสเจอผู้คนน้อยลง โดยในแต่ละวันก็ต้องทุ่มเทเวลาไปกับการทำงาน และสังคมในปัจจุบัน ให้อิสระแก่หนุ่มสาวในการเลือกคู่มากขึ้น ทำให้มีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ที่ไม่ได้แต่งงานสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งลูกค้าหลักที่ใช้บริการธุรกิจจัดหาคู่ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานอายุ 24 ปีขึ้นไป เป็นชาวไทยสัดส่วนร้อยละ 90 ชาวต่างชาติสัดส่วนร้อยละ 10 โดยในปี 2551 ที่ผ่านมา ธุรกิจบริการจัดหาคู่มีมูลค่าตลาดประมาณ 5,000 ล้านบาท

สำหรับปี 2552 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ธุรกิจบริการจัดหาคู่จะหดตัวลงจากปีที่แล้วร้อยละ 6 หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 4,700 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ธุรกิจบริการจัดหาคู่ในปี 2552 มีมูลค่าลดลงมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้หนุ่มสาวบางส่วนชะลอการมีครอบครัว รวมทั้งหนุ่มสาวที่เป็นลูกค้าใหม่ และลูกค้าเก่าจำนวนหนึ่งลังเลที่จะใช้บริการในธุรกิจบริการหาคู่ เพราะเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย

ธุรกิจจัดหาคู่....3 รูปแบบที่แตกต่าง รูปแบบของธุรกิจบริการจัดหาคู่โดยทั่วไปมีอยู่หลายรูปแบบ แต่สำหรับธุรกิจจัดหาคู่ในไทย สามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 บริษัทจัดหาคู่จะเป็นตัวกลางคอยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่เป็นสมาชิก และมีความเหมาะสมกันให้ได้รู้จักกัน โดยบริษัทจะคัดเลือกสมาชิกจากหนุ่มสาวที่มีคุณสมบัติผ่านตามมาตรฐานของบริษัทเท่านั้น และได้ผ่านการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นข้อมูลจริง ซึ่งสามารถลดการถูกหลอกลวงของสมาชิกจากการหาคู่ได้ รวมทั้งบริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าทุกคนไว้เป็นความลับ จึงทำให้อัตราค่าสมาชิกมีราคาสูง

รูปแบบที่ 2 บริษัทจัดหาคู่เป็นตัวกลางจัดกิจกรรมให้สมาชิกได้รู้จักกัน โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกนั่งจับคู่กันเพื่อพูดคุยทำความรู้จักกันประมาณ 3-5 นาที พอหมดเวลาก็เปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รู้จักกันครบ โดยให้สมาชิกสานสัมพันธ์กันต่อไปเอง ซึ่งมีอัตราค่าสมาชิกไม่สูงมากนัก แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละครั้ง

รูปแบบที่ 3 เป็นรูปแบบการให้บริการหาคู่ออนไลน์ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกผ่านเวบไซต์หาคู่โดยเฉพาะ โดยผู้เป็นสมาชิกสามารถเลือกคู่ได้ตามใจชอบ ซึ่งมีสมาชิกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีอัตราค่าสมาชิกราคาถูก และสามารถดูข้อมูลสมาชิกได้ทั้งหมด แต่อาจมีความเสี่ยงในการถูกหลอกลวงได้ง่าย

สำหรับปี 2552 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าธุรกิจจัดหาคู่ในรูปแบบที่ 1 และ 2 จะหดตัวลดลงประมาณร้อยละ 25 เนื่องจากอัตราค่าสมาชิกของบริษัทบริการหาคู่รายใหญ่ที่ได้รับความน่าเชื่อถือมีราคาสูง โดยเฉลี่ย 5,000 -30,000 บาท รวมทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อใช้ในการคบหาดูใจกันก่อนจะแต่งงานต่อคนเฉลี่ยคิดเป็นเงินประมาณ 3,000 – 30,000 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงสำหรับช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แต่สำหรับในรูปแบบที่ 3 ที่เป็นการให้บริการหาคู่ออนไลน์นั้น กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นปัจจุบัน

สำหรับธุรกิจจัดหาคู่นั้น ยังเป็นธุรกิจที่ใหม่สำหรับคนไทย ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นว่าผู้ประกอบการในรูปแบบที่ 1 และ 2 อาจจะต้องเร่งปรับตัวในยามวิกฤตเศรษฐกิจ โดยควรประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้แก่คนทั่วไปว่าการใช้บริการจัดหาคู่เป็นเรื่องธรรมดา และเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สร้างโอกาสให้รู้จักผู้คนมากขึ้น โดยอาจใช้สื่อต่างๆ ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งในด้านสังคม และการงาน เช่น การลงโฆษณาในนิตยสารรายเดือนสำหรับผู้ชาย และผู้หญิง การจัดกิจกรรมทางการตลาด ที่ทำให้หนุ่มสาวที่ยังโสดอยู่เกิดความสนใจ รวมทั้งอาจมีการลดราคาค่าสมาชิกหรือเพิ่มสิทธิพิเศษมากขึ้นเมื่อเป็นสมาชิก ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ต้องการหาเพื่อนหรือคู่ในงบประมาณที่จำกัด และเพื่อรักษากลุ่มลูกค้าเดิมไว้ ทั้งนี้ หากบริษัทใดก็ตาม ที่สามารถทำให้ลูกค้าสานความสัมพันธ์กันจนได้แต่งงานเป็นจำนวนมาก ก็จะเป็นการเพิ่มชื่อเสียงและจำนวนสมาชิกให้บริษัทดังกล่าวอีกด้วย

หาคู่ออนไลน์....เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ในปัจจุบันนี้ การให้บริการหาคู่ออนไลน์มีแนวโน้มการแข่งขันสูงขึ้น และมีเว็บไซต์ของต่างชาติเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเข้มข้น โดยเวบไซต์บริการจัดหาคู่ออนไลน์มีรายรับจากการเก็บค่าสมาชิกเป็นหลัก ซึ่งนอกจากเวบไซต์บริการจัดหาคู่สำหรับหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยแล้ว ยังมีเวบไซต์ที่ให้บริการจัดหาคู่อื่นๆอีก เช่น เวบไซต์สำหรับหญิงไทยที่ต้องการหาคู่เป็นชาวต่างชาติ โดยเวบไซต์มีรายได้มาจากค่านายหน้าในการติดต่อชาวต่างชาติที่ต้องการแต่งงานกับผู้หญิงไทย หรือเวบไซต์อีกประเภทหนึ่งที่ไม่ใช่เว็บไซต์หาคู่โดยเฉพาะ แต่มีหัวข้อหาคู่หรือหาเพื่อนเป็นส่วนประกอบในเวบไซต์ดังกล่าว เพื่อเพิ่มปริมาณคนเข้าชมเว็บไซต์ และมุ่งสร้างรายได้จากค่าโฆษณา เมื่อมีปริมาณคนเข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก ก็จะมีโอกาสทำรายได้จากการขายโฆษณาเพิ่มมากขึ้น

ถึงแม้ว่าธุรกิจบริการหาคู่ในรูปแบบต่างๆ โดยส่วนใหญ่สำหรับปี 2552 มีแนวโน้มจะหดตัวลง แต่สำหรับธุรกิจหาคู่ออนไลน์นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นว่าน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นร้อยละ 10 เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์ให้กับคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันให้ได้พูดคุยใกล้ชิดกันมากขึ้น มีการเปิดเวบไซต์เพื่อให้ผู้คนได้พบปะกันบนโลกอินเทอร์เน็ตมากขึ้น รวมทั้งเป็นความนิยมรูปแบบใหม่ของคนไทยที่นิยมใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการหาคู่ และผู้หญิงส่วนหนึ่งก็ให้การยอมรับกับการใช้บริการหาคู่ผ่านเวบไซต์มากขึ้นนอกจากนี้ ลูกค้าของผู้ประกอบการธุรกิจจัดหาคู่ในรูปแบบที่ 1 และ 2 อาจเพิ่มการใช้บริการหาคู่ออนไลน์เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจหันมาใช้บริการธุรกิจหาออนไลน์แทนรูปแบบเดิมที่มีราคาสูงกว่ามาก

อย่างไรก็ตาม การให้บริการหาคู่ออนไลน์ เป็นวิธีการหาคู่หรือเพื่อนที่มีอันตรายแอบแฝงอยู่หลายรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องการโกหกหลอกลวง ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลบิดเบือนจากความจริงในเรื่องอายุ รูปร่าง หน้าตา และสถานภาพการสมรส ฯลฯ รวมทั้งยังอาจมีพวกมิจฉาชีพ ที่หวังจะหลอกลวงเพื่อให้ได้รับเงินทองจากเหยื่อที่หลงเชื่อ ซึ่งทำให้หลายคนที่เคยเจอประสบการณ์ไม่ดีเหล่านั้น หันไปพึ่งการใช้บริการของบริษัทจัดหาคู่ที่มีการตรวจสอบ และการกลั่นกรองข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากกว่า รวมทั้งยังเก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าเป็นความลับอีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจหาคู่หรือหาเพื่อนนั้น ควรต้องศึกษาข้อมูล รายละเอียดต่างๆ และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของบริษัทหรือเวบไซต์นั้นๆ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง และเพื่อให้ผู้ใช้บริการประสบความสำเร็จตามที่ตนเองคาดหวังเอาไว้

บทสรุป ที่ผ่านมา ธุรกิจจัดหาคู่ในไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากสภาพสังคมของหนุ่มสาววัยทำงานในปัจจุบัน ที่ทุ่มเทเวลาให้กับงานจนไม่มีเวลาในการพบปะหรือรู้จักผู้คน จนต้องพึ่งบริการของธุรกิจจัดหาคู่ แต่ในปี 2552 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าธุรกิจจัดหาคู่จะหดตัวลงร้อยละ 6 จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,700 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการใช้บริการของบริษัทจัดหาคู่มีราคาสูง เป็นค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย รวมทั้งหนุ่มสาวบางส่วนเริ่มกังวลใจในการมีครอบครัวในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แต่สำหรับธุรกิจจัดหาคู่ออนไลน์ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าน่าจะขยายตัวมากขึ้นกว่าปี 2551 เนื่องจากมีค่าบริการราคาถูก และไม่จำเป็นต้องใช้บริการเพื่อหาคู่เพียงอย่างเดียว โดยสมาชิกสามารถหาเพื่อนได้ด้วย รวมทั้งลูกค้าของผู้ประกอบการในธุรกิจจัดหาคู่ที่ผ่านบริษัทจัดหาคู่ อาจใช้บริการหาคู่ออนไลน์เพิ่มขึ้นจากช่องทางเดิมที่เคยใช้บริการอยู่ หรืออาจหันมาใช้บริการจัดหาคู่ออนไลน์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจจัดหาคู่ออนไลน์อาจมีอันตรายจากมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาเป็นสมาชิก ซึ่งสมาชิกจำเป็นต้องใช้การพิจารณาในการสร้างสัมพันธ์กับสมาชิกอื่นๆเป็นอย่างมาก ส่วนผู้ประกอบการในธุรกิจจัดหาคู่ ควรสร้างความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับธุรกิจจัดหาคู่ให้คนทั่วไปทราบถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนโสดในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นในรูปแบบใหม่ ซึ่งก็จะส่งผลให้ธุรกิจจัดหาคู่สามารถเติบโตต่อเนื่องได้ในอนาคต