ในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 ที่ผ่านมา ภาพรวมนิคมอุตสาหกรรมของไทยยังมีทิศทางการเติบโตที่ดี ซึ่งบริษัทพัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งยังคงมียอดขายพื้นที่ที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยขับเคลื่อนจากการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์ อีกทั้งในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจในการที่จะย้ายฐานการผลิตจากญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ภายหลังจากที่ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนจากประเทศอื่นๆ เช่น จีน สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เป็นต้น ที่ยังเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศจีน ที่แม้ว่าจำนวนโครงการที่เข้ามาขอรับการส่งเสริมจะมีจำนวนที่น้อย แต่หลายโครงการมีมูลค่าการลงทุนที่ค่อนข้างสูง
สำหรับในช่วงที่เหลือของปี 2554 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แนวโน้มของนิคมอุตสาหกรรมน่าจะยังคงมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง ภายใต้ปัจจัยทางเมืองในประเทศที่มีความสงบเรียบร้อย จะสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ดี ทิศทางการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมยังคงเผชิญปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย อาทิ นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ที่อาจมีผลให้ต้นทุนค่าจ้างแรงงานของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม ที่เป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทย นอกจากนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังคงอ่อนแอ ก็อาจส่งผลต่อแนวโน้มการลงทุนด้วยเช่นกัน
- ภาพรวมของนิคมอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 ยังขยายตัวได้
- แนวโน้มนิคมอุตสาหกรรมยังคงสดใส จากการลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากเอเชีย
- จับตาปัจจัยเสี่ยงการชะลอตัวเศรษฐกิจโลก ขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ...ผลต่อนิคมอุตสาหกรรม
- นิคมอุตสาหกรรมปรับตัวเชิงรุกเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันรองรับการเคลื่อนย้ายแหล่งลงทุนเมื่อ AEC มาถึง
- สรุปและข้อเสนอแนะ