Insight

มาไวไปไว! ย้อนรอย ‘5 แอปพลิเคชัน’ กระแสแรงแต่แผ่วปลาย

หากพูดถึงแพลตฟอร์มหลัก ๆ ที่เรา ๆ ใช้กันอยู่ประจำทุกวันคงหนีไม่พ้น Facebook, Instagram, Twitter, LINE แม้ว่าในช่วง 3-4 ปีจะมีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย คงจะมีแค่แพลตฟอร์มเดียวที่อยู่รอดและกลายเป็นคู่แข่งที่หลายคนกลัวก็คือ TikTok ดังนั้น ไปย้อนดูกันว่ามีแพลตฟอร์มหรือแอปฯ ไหนบ…

APPSTOP
หากพูดถึงแพลตฟอร์มหลัก ๆ ที่เรา ๆ ใช้กันอยู่ประจำทุกวันคงหนีไม่พ้น Facebook, Instagram, Twitter, LINE แม้ว่าในช่วง 3-4 ปีจะมีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย คงจะมีแค่แพลตฟอร์มเดียวที่อยู่รอดและกลายเป็นคู่แข่งที่หลายคนกลัวก็คือ TikTok ดังนั้น ไปย้อนดูกันว่ามีแพลตฟอร์มหรือแอปฯ ไหนบ้างที่มาแรงในช่วงแรก แต่ก็ค่อย ๆ แผ่วปลาย ไป

Clubhouse

ในช่วงปี 2020 ที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ถือเป็นปีที่แจ้งเกิดแพลตฟอร์มใหม่ ๆ โดยเฉพาะ Clubhouse แพลตฟอร์มแนวคอมมูนิตี้ที่เน้นการสื่อสารผ่าน เสียงและการสนทนา โดยจุดที่ทำให้แพลตฟอร์มดังเปรี้ยงปร้างก็เพราะมี คนดัง คนมา พูด เล่า แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ขณะที่ผู้ฟังอื่น ๆ ก็สามารถตอบโต้ได้ด้วยการยกมือ นอกจากนี้ ไม่ใช่ใครจะใช้ก็ได้ เพราะในตอนแรกนั้นจำเป็นต้อง ถูกเชิญ ถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปฟังในห้องนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ในภายหลังจะมีการลบข้อจำกัดในการใช้ โดยเปิดระบบเป็น สาธารณะ ทุกคนสมัครแล้วเข้าใช้ได้เลย แต่เพราะสถานการณ์การระบาดที่คลี่คลาย คนใช้ชีวิตตามปกติ ทำให้ ไม่มีเวลาฟัง เหมือนช่วงแรก ๆ หรือเหล่าคนดัง ที่เคยเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนฟังก็ไม่ได้มาใช้งานเหมือนเดิม นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกอื่น ๆ ที่เกิดจากแพลตฟอร์มโซเชียลฯ เจ้าตลาด อาทิ Twitter ที่เปิดตัวฟีเจอร์ Spaces เพื่อให้ผู้ใช้สามารถคลิกจากทวีตเพื่อเข้าสู่แชทสดได้ ทำให้สุดท้ายกระแส Clubhouse ก็เริ่มตกลง

Clubhouse Photo Illustrations

(Photo illustration by Jakub Porzycki/NurPhoto via Getty Images)

Telegram

แอปแชทสัญชาติ รัสเซีย ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย และมีฟีเจอร์ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความแบบเดี่ยว แบบกลุ่ม ส่งรูปภาพ ส่งวิดีโอ ส่งไฟล์ อัดเสียง ส่งสติกเกอร์ โทร หรือวิดีโอคอลได้ โดยกระแสของ Telegram เริ่มมาแรงในไทยตอนช่วงปี 2020 ที่มีการ ชุมนุมประท้วง เพราะว่ามีฟีเจอร์อย่างการซ่อนแอดมินกลุ่มเป็นแบบไม่ระบุตัวตน นอกจากนี้ ยังเป็นตัวแทนของ Facebook ตอนที่ล่มในปี 2021 อีกด้วย

แน่นอนว่าด้วยจุดแข็งด้านความปลอดภัยยังทำให้การใช้งาน Telegram นั้นยังมีอยู่แต่จะเป็นในลักษณะ เฉพาะกลุ่ม มากกว่าที่จะมีการใช้งานแพร่หลายเหมือนเมื่อก่อน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะสถานการณ์การเมืองที่ลดความร้อนแรงลงไป หรือการรับสารผ่าน Twitter ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลัก อย่างไรก็ตาม อาจต้องรอดูในช่วงนี้ว่า Telegram จะกลับมาฮิตอีกครั้งไหม ในช่วงที่การเมืองไทยเริ่มจะมีประเด็นการโหวตนายกให้จับตามอง

Telegram-1

ZEPETO

ย้อนไปปี 2018 กระแสการสร้าง อวาตาร์ กำลังมาแรงอย่างมาก เนื่องจากสมาร์ทโฟนตัวท็อป ๆ ในตอนนั้นมีฟีเจอร์ให้สร้างอวาตาร์ได้ อาทิ AR Emoji จาก ซัมซุง หรืออย่างฝั่ง iOS ที่สามารถให้ผู้ใช้สร้าง Memoji ทำให้ในช่วงนั้นแพลตฟอร์มสัญชาติเกาหลีที่ใช้สำหรับสร้างอวาตาร์อย่าง ZEPETO เลยดังเป็นพลุแตก ทำยอดดาวน์โหลดมากที่สุดในจีน ไทย และหลายประเทศในช่วงปีนั้น

แม้ว่ากระแสจะซาลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบัน ZEPETO ก็ทำตลาดในไทยอย่างเต็มรูปแบบในฐานะ Metaverse แพลตฟอร์มที่ไม่ได้มีไว้แค่สร้างอวาตาร์อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ZEPETO ในปัจจุบันก็ไม่ได้แมสเหมือนในปี 2018 แต่อาจต้องรอดูว่าถ้ากระแส Metaverse ฮิตกว่านี้ ZEPETO อาจจะกลับมาเป็นกระแสเหมือนปี 2018 ก็ได้

zepeto-BP

Bondee

แพลตฟอร์มสัญชาติสิงคโปร์ที่มีส่วนผสมของ Game Metaverse และโซเชียลมีเดีย โดย Bondee ทำสถิติมียอดดาวน์โหลดอันดับ 1 ในไทยช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้สามารถสร้างอวตาร์ของตัวเอง สามารถแต่งตัว แต่งห้อง และแชท กับเพื่อนได้

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดในการเพิ่มเพื่อนได้แค่ 50 คน และแสดงฟีดของเพื่อนเท่านั้น นี่จึงเป็นพื้นที่ที่เน้นพูดคุยกับเพื่อนจึงปราศจากความ toxic แต่ด้วยข้อจำกัดนี้ ก็ทำให้กระแส Bondee เริ่มแผ่วไป เพราะไม่มีอะไรให้จนทำให้คนอาจเริ่มเบื่อ

bondee-1@2000x1270

Snow

ช่วงเดือนที่ผ่านมา เลื่อนฟีดไปตรงไหนก็น่าจะเห็นเพื่อน ๆ หรือคนดังโพสต์ภาพโปรไฟล์ในสไตล์ เกาหลี โดยใช้แอปฯ Snow ในการแปลงโฉมให้เรากลายเป็นสาวเกาหลีภายในเวลาแค่ 1 ชั่วโมงด้วย AI และด้วยความนิยมมหาศาลในช่วงข้ามคืนแม้จะไม่ได้ให้บริการฟรีก็ตาม (แบบ Standard 79 บาท แบบ Express (รอภาพ 1 ชั่วโมง) ราคา 199 บาท) จึงเกิดการจัดสรรคิวโดยเปิดเป็นรอบ ๆ ทำให้หลายคนไม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ จนเกิดเป็นบริการรับจ้างทำจาก Snow ให้เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม Snow ก็คล้าย ๆ กับแพลตฟอร์มแต่งรูปด้วย AI ในอดีตที่เคยฮิตเป็นไวรัล อาทิ FaceApp แอปพลิเคชันเปลี่ยนหน้าตาที่สามารถเปลี่ยนหน้าตัวเองให้แก่ลง เด็กขึ้น หรือเปลี่ยนเป็นเพศตรงข้ามก็ได้ หรือแอปฯ ToonMe ที่สามารถนำภาพถ่ายของตัวเองไปเปลี่ยนเป็นภาพการ์ตูนได้ ที่ตอนนี้ไม่ได้มีคนใช้แล้ว แต่สำหรับ Snow แม้จะไม่ได้เป็นไวรัลเหมือนเดือนก่อน แต่เชื่อว่าจะยังถูกใช้ในฐานะ แอปกล้องสำหรับเซลฟี่

Snow

Threads?

หลังจากที่ Threads แพลตฟอร์มล่าสุดจากเจ้าพ่อโซเชียลมีเดีย Meta ได้เปิดตัวในวันที่ 6 กรกฎาคม เพียง 4 วันเท่านั้นก็มียอดผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านคน โดยหลายคนมองว่า Threads นี่แหละจะมาฆ่า Twitter อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แพลตฟอร์มไม่ยังไม่มีหัวข้อการสนทนาที่แรงพอจะช่วยขับเคลื่อนการใช้งาน ไม่มีฟังก์ชันแฮชแท็กและการค้นหาคำหลัก ทำให้ไม่สามารถค้นหาหัวข้อการสนทนาได้เหมือน Twitter

นั่นจึงทำให้จำนวน Engagement หรือการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มกลับลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนผู้ใช้วันที่ 11 – 12 กรกฎาคม ลดลง 20% เมื่อเทียบกับวันที่ 8 และเวลาที่ใช้งานบนแพลตฟอร์มได้ลดลง 50% จากเดิม 20 นาที เหลือแค่ 10 นาที

อย่างไรก็ตาม อาจยังตัดสินไม่ได้ว่า Threads จะแผ่วปลายไหมเพราะยังเป็นแค่ช่วง เริ่มต้น เท่านั้น คงต้องดูกันไปยาว ๆ ว่าจากนี้ Threads จะมีฟังก์ชันหรือฟีเจอร์อะไรใหม่ ๆ มาดึงเวลาผู้ใช้ในอนาคตบ้าง

threads