กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยล่าสุดกรุงศรีได้จัด Krungsri Virtual Business Matching งานเจรจาจับคู่ธุรกิจทางออนไลน์ระหว่างผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของกรุงศรีที่เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าชั้นนำของประเทศซึ่งครอบคลุมช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งงานดังกล่าวได้จัดคู่เจรจากว่า 100 คู่ โดยมีผู้ประกอบการ SME เข้าร่วมงานจำนวน 79 บริษัท นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสรีสตาร์ทธุรกิจเพื่อฝ่าวิกฤตโควิด-19 รวมทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงบริการของกรุงศรีผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย ตอกย้ำพันธกิจของกลุ่มลูกค้าธุรกิจของกรุงศรีที่มุ่งสู่การเป็นธนาคารพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ
นายพรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นภาคการเงินสำคัญใน ecosystem ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ที่ให้การสนับสนุนลูกค้าด้วยบริการทางการเงินที่ครบวงจร และบริการด้านข้อมูลความรู้ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ ตลอดจนกิจกรรมเครือข่ายธุรกิจผ่าน Krungsri Business Empowerment ด้วยศักยภาพความแข็งแกร่งและเครือข่ายทางธุรกิจของกรุงศรีและ MUFG เพื่อสร้างความเติบโตของภาคธุรกิจไทยสู่การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ”
“กรุงศรีพร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 นี้เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างมาก กรุงศรีจึงนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงในวิกฤตโควิด-19 และให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้จัดงานเจรจาจับคู่ธุรกิจทางออนไลน์ที่สอดคล้องกับมาตรการ Social Distancing เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา งาน Krungsri Virtual Business Matching เป็นหนึ่งในกิจกรรมพิเศษที่ธนาคารได้นำเทคโนโลยีการประชุมทางออนไลน์มาใช้เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME ได้มีโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์กับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคาร ซึ่งได้รับการตอบรับจากทุกภาคส่วนอย่างดียิ่งส่งผลให้เกิดการเจรจาธุรกิจกว่า...
รายงานข่าวจาก บริษัท ปภาวิน จำกัด ผู้จัดจำหน่ายกระดาษและหมึกพิมพ์ ภายใต้แบรนด์ Hi-jet (ไฮ-เจ็ท) "ที่ 1 เรื่องงานพิมพ์" เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ COVID-19 กำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ผู้บริโภคยังคงดำเนินชีวิตแบบระมัดระวัง และปรับตัวเข้าสู่ “วิถีชีวิตปกติแบบใหม่” หรือที่เรียกว่า “New Normal Life” การซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสบาย บริษัทฯ จึงได้รวบรวมช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ของ ไฮ-เจ็ท มาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าและรับข่าวสาร โปรโมชั่นต่าง ๆ ไว้ดังนี้
Line Official : พิมพ์คำว่า @hi-jet หรือ คลิก https://lin.ee/9ixqmos
Fanpage Facebook: https://www.facebook.com/hijetpaper/
Shopee : https://shopee.co.th/hijet_official_shop
Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/papawin
โดยลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ ไฮ-เจ็ท ไม่ว่าจะเป็น กระดาษอิงค์เจ็ท , กระดาษเลเซอร์ , กระดาษซับลิเมชั่น , กระดาษ Hi-jet fruit Series , กระดาษมัลติฟังก์ชั่น , กระดาษรูปลอกน้ำคุณภาพสูง , กระดาษอิงค์เจ็ทไซด์ม้วนรวมไปถึง หมึกเติมอิงค์เจ็ท ที่แยกใช้ตามยี่ห้อของเครื่องพิมพ์ได้ทั้งรุ่นใหม่และเก่า ซึ่งมีการจัดโปรโมชั่นสุดร้อนแรงรอให้ลูกค้าเข้าไปเลือกซื้อกันได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ บริษัทฯ...
รายการ ‘NEW NORMAL, MORE MONEY’ คือซีรี่ส์ไลฟ์สตรีมมิ่งล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในเฟซบุ๊กแฟนเพจฉลาดคิด ฉลาดใช้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญสื่อสารออนไลน์ในโครงการฉลาดคิด ฉลาดใช้ เพื่อให้ความรู้ทางการเงินแก่คนรุ่นใหม่โดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้นำในธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลเพื่อช่วยให้ทุกคนก้าวข้ามผ่านทุกปัญหาทางการเงินในช่วงวิกฤต Covid-19 กับเหล่ากูรูจากแวดวงธุรกิจและยูทูบเบอร์คนดังที่มีไลฟ์สไตล์น่าสนใจจะมาช่วยหาคำตอบกับทุกคำถามการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาสและวางแผนเพื่อสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคง โดยตอนแรกที่เพิ่งออกอากาศไปกับประเด็น‘บริหารเงินให้รอดในยุค New Normal’ กับคุณฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรีคอนซูมเมอร์ และคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ผู้บริหารแบรนด์เครื่องสำอางศรีจันทร์และเจ้าของเพจ Mission to the Moon ดำเนินรายการโดยดีเจโบ-ธนากร ชินกูลพิธีกรชื่อดัง
คุณฐากร ปิยะพันธ์ ได้แนะเคล็ดลับการบริหารการเงินส่วนบุคคลในหลายประเด็นว่า “1.กำเงินสด ลดค่าใช้จ่าย-คือคาถาฝ่าวิกฤตการเงินที่เป็นเคล็ดลับการเอาตัวรอดในยุค New Normal...
ธนาคารไทยพาณิชย์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงทางการเงินให้กับลูกค้าอย่างทั่วถึง ล่าสุดจับมือ บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด ศูนย์รวมผู้ประกอบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์) ออนไลน์อันดับ 1 ของประเทศไทย ร่วมสนับสนุนให้อาชีพฟรีแลนซ์สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น ด้วยระบบ Digital Lending “สินเชื่อมณีทันใจ เพื่อธุรกิจ” วงเงินอนุมัติสูงสุด 300,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 36 เดือน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวจะช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินลงทุนและสภาพคล่อง รวมถึงช่วยให้สามารถขยายธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ สำหรับฟรีแลนซ์มืออาชีพที่อยู่บนแพลตฟอร์ม Fastwork เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และมีการเดินบัญชีผ่านธนาคารไทยพาณิชย์อย่างต่อเนื่องขั้นต่ำ 10,000 บาท ในรอบ 3 เดือนล่าสุด โดยมีนางสาวขวัญใจ สงวนศักดิ์พิชัย ผู้อำนวยการ Business Banking Digital Lending Ecosystem Partnership Management ธนาคารไทยพาณิชย์ และนายเจิด พิชิตกุล CEO และ Co-founder บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด ประกาศความร่วมมือ
ทั้งนี้ฟรีแลนซ์ที่สนใจสามารถสมัคร “สินเชื่อมณีทันใจ เพื่อธุรกิจ” ได้ง่ายๆ เพียง 4 ขั้นตอน ดังนี้
ลงทะเบียนสินเชื่อได้ที่https://fastwork.co/partnership/scb-loan
ธนาคารจะดำเนินการพิจารณาภายใน...
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 โดยมีกำไรสุทธิที่ 5,721 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 1.15 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 20 สิงหาคม 2563 และกำหนดจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 4 กันยายน 2563
นายเอนก พนาอภิชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เนื่องจากอินทัช...
บริษัท อินโฟเฟด จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการ Virtual Live Streaming ในประเทศไทย ลุยดึงศักยภาพจากการจัดอีสปอร์ต นำประสบการณ์จากการทำ Virtual Live Streaming มาปรับใช้เพื่อรองรับการจัด Virtual Event เปิดตัว VOOVAM (วู่วาม) รุกให้บริการ Virtual Live Streaming ครบวงจร ด้วย 2 สตูดิโอ ขนาดเล็กที่ติดตั้งแผ่นอะคูสติกป้องกันเสียงรบกวน และสตูดิโอขนาดใหญ่พร้อมเวทีและจอ LED สำหรับกิจกรรม Virtual Event ผ่านออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี AR ชู 6 บริการหลัก Virtual Live Streaming Event, Webinar, Virtual Press Conference, Virtual Commerce, Virtual Learning และ Internal Conferences ให้บริการได้ทุกแพลตฟอร์มทั้ง Zoom Microsoft Teams Cisco Bluejeans รวมถึงแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ในอนาคต ตอบโจทย์ความต้องการตลาดหลังโควิด-19 รับ New normal โลกได้ก้าวสู่ออนไลน์มากขึ้น เผยที่ผ่านมาพบสถิติงานอีเวนท์ on site ถูกยกเลิกเกือบ 100% มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า แนะธุรกิจใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคปรับเปลี่ยน ชี้ช่วยลดต้นทุนเวลา-ค่าเดินทางผู้เข้าร่วมงาน ช่วยไม่ให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก เมื่อเกิดสถานการณ์ไวรัสระบาดและวิกฤตเกิดใหม่ในอนาคต
นายจิรยศ เทพพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท อินโฟเฟด จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการ Virtual Live Streaming ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิดตัว VOOVAM (วู่วาม) เพื่อให้บริการ Virtual Live Streaming ครบวงจร เป็นการสร้างโอกาสใหม่จากความเชี่ยวชาญและชำนาญของอินโฟเฟด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับบริษัทฯ ในช่วงที่กิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวกับการจัดอีเวนท์ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถจัดได้ โดยพบสถิติงานอีเวนท์ถูกยกเลิกเกือบ 100% เนื่องจากมาตรการป้องการการแพร่ระบาดของไวรัส และปัจจุบันก็ยังไม่สามารถกลับมาจัดงานได้แบบปกติ เมื่อบริษัทหันกลับมามองศักยภาพและประสบการณ์จากการทำ Virtual Live Streaming ซึ่งสามารถนำมาจัดงานอีเวนท์และสัมมนาบนระบบออนไลน์รองรับมิติใหม่ของงานอีเวนท์และสัมมนาผ่านระบบออนไลน์แทนการจัด งาน On Site เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุค New normal ประกอบกับที่ผ่านมาในต่างประเทศ รวมถึงในประเทศมีการจัดงานลักษณะดังกล่าวมากขึ้น อาทิ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์ระดับโลก อย่างการเปิดตัวดีไวซ์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดของหัวเว่ย และซัมซุง เป็นต้น นับเป็นความคุ้นเคยและเห็นถึงข้อดีของการจัดงานออนไลน์ ปัจจุบันแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสจะคลี่คลายไปในทางทีดีขึ้นแล้ว แต่ทุกภาคส่วนยังต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการระบาดรอบสองระหว่างยังไม่มีวัคซีนป้องกันและรักษาโควิด-19 เชื่อว่าการจัดงาน Virtual Event จะยังสามารถเติบโตต่อไปได้
“วิกฤตที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องใช้การจัดงานอีเวนท์หรือสัมมนาจากสถิติงานอีเวนท์...
บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่โดดเด่นด้วยสมดุลของพอร์ตธุรกิจจากทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Thermal Power Business) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Business) รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2563 ที่ยังคงสร้างกำไรต่อเนื่องภายใต้การบริหารของนายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้มีประสบการณ์ การบริหารงานบริษัทในกลุ่มบ้านปูฯ ในหลายประเทศ ก่อนเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 2,829 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานรวม 2,222 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่งที่สามารถรักษาเสถียรภาพในการจ่ายไฟและตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีความท้าทายจากวิกฤติการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเดินหน้าสู่การขยายกำลังผลิตให้ถึงเป้าหมาย 5,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยเน้นกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียน 800 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 ด้วยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในจีนและเวียดนามให้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ได้ตามแผน รวมถึงการลงทุนเพิ่มในโรงไฟฟ้าที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันทีอย่างโรงไฟฟ้าพลังงานลมเอลวินหมุยยิน (El Wind Mui Dinh) ในจังหวัดนินห์ถ่วน ซึ่งมีรายได้แล้ว อีกทั้งยังเป็นทำเลที่เหมาะแก่การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในเวียดนาม ขณะเดียวกัน บ้านปู เพาเวอร์ฯ มุ่งผสานพลังร่วมกับธุรกิจผลิตก๊าซธรรมชาติของบ้านปูฯ เพื่อต่อยอดการพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในอนาคต...
ระยะหลังเราอาจได้ยินคำว่า “ความยั่งยืน” กันบ่อยมากขึ้นโดยเฉพาะในภาคธุรกิจเพราะนี่คือเทรนด์ที่กำลังมาแรงและดูเหมือนว่าธุรกิจยักษ์ใหญ่ จะมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายดังกล่าวไม่ว่าจะทั้งในไทยและต่างประเทศ หากเอ่ยคำว่า “ความยั่งยืน” ในอดีตเมื่อมองธุรกิจคงจะนึกถึงตัวเลขกำไรเป็นอันดับแรก แต่การดำเนินธุรกิจที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนนั้นต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ควบคู่กับการบริหารงานอย่างมีหลักบรรษัทภิบาล และสร้างผลประกอบการที่ดี เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงสังคมและชุมชน ได้เติบโตไปพร้อมๆ กัน
การดำเนินการต่างๆ นี้ หากได้รับการตรวจสอบ และรับรองจากผู้ประเมินภายนอกองค์กร (3rd Party) หรือผ่านเกณฑ์การประเมินของดัชนีที่มีความน่าเชื่อถือ หรือได้รับการคัดเลือกว่าเป็นบริษัทที่ผ่านเกณฑ์การประเมินในดัชนีชั้นนำ จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ และน่าสนใจของบริษัท ทั้งต่อนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ประเมินการดำเนินงานของบริษัทต่าง ๆ อยู่หลากหลายสาขาในระดับโลกโดยตัวอย่างที่สำคัญคือ ดัชนีความยั่งยืนระดับโลก FTSE4Good Index Series จัดโดยฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) ประเทศอังกฤษ
FTSE4Good Index...
สถาบันประสาทวิทยากรมการแพทย์ ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย เปิดตัว PNI PLUS แอปพลิเคชันทันยุครับชีวิตวิถีใหม่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการการรักษาโรคสมองและระบบประสาทไขสันหลังสำหรับคนไทยทั้งประเทศให้ง่ายขึ้นช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาล ตอบโจทย์การใช้บริการที่สะดวกรวดเร็วขึ้น
นายแพทย์สมศักดิ์อรรฆศิลป์อธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่า PNI PLUS เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยทำให้โรงพยาบาลของรัฐก้าวสู่ความเป็น Smart Hospital ที่แท้จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ระยะห่างระหว่างผู้ให้บริการทางด้านสาธารณสุขกับประชาชนคนไทยผู้รับบริการห่างออกไปตรงกันข้ามแอปพลิเคชัน PNI PLUS จะเป็นตัวกลางที่เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ด้านโรคสมองและระบบประสาทไขสันหลังของประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งสถาบันประสาทวิทยามุ่งเน้นพัฒนาการให้บริการที่ง่ายและสะดวกมากโดยเริ่มต้นจากที่บ้านตั้งแต่การลงทะเบียนผู้ป่วยตรวจสอบสิทธิ์การรักษาซึ่งเป็นแนวทางปกติของโรงพยาบาลภาครัฐสามารถทราบขั้นตอนและจำนวนคิวที่ต้องรอโดยในระหว่างนี้ผู้รับบริการสามารถไปนั่งรับประทานอาหารหรือทำธุระต่างๆได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคิวตรวจและเมื่อใกล้ถึงเวลารับบริการจะมีการแจ้งเตือนจึงค่อยเดินทางมายังจุดรับบริการซึ่งถือเป็นการให้บริการแบบวิถีใหม่หรือนิวนอร์มอล (New Normal) ที่จะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลของรัฐทั้งในช่วงเวลาปกติและในช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเช่นในปัจจุบัน
นายแพทย์ธนินทร์เวชชาภินันท์ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยาเปิดเผยว่าแอปพลิเคชัน PNI PLUS ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อนเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ของสถาบันประสาทวิทยาเป็นผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มคนไข้หลักของสถาบันประสาทวิทยาและบางส่วนเป็นผู้ป่วยทุพพลภาพที่มีความยากลำบากต่อการเข้ามารับการรักษาในแต่ละครั้งจึงต้องมีญาติมาด้วย โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยมารักษาประมาณ 400-600 รายต่อวัน หรือกว่า 9,900-12,000 รายต่อเดือนโดยในวันที่มีคลินิกเฉพาะโรคจะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอีก 250-350 รายต่อวัน ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างหนาแน่นทำให้ผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการต้องรอคอยเป็นเวลานาน ดังนั้นการจะนำเทคโนโลยีใดมาใช้จึงต้องทำให้ขั้นตอนการเข้ารับบริการง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้นแต่หากผู้รับบริการท่านใดไม่ถนัดก็ยังเปิดช่องทางให้บริการแบบปกติซึ่งจะได้รับการบริการที่สะดวกสบายไม่แตกต่างจากการใช้แอปพลิเคชันเนื่องจากเมื่อมีผู้รับบริการส่วนหนึ่งหันไปใช้แอปพลิเคชันก็จะทำให้ผู้ขอรับบริการตามช่องทางปกติมีจำนวนลดลงจึงเพิ่มความคล่องตัวและความสะดวกสบายแก่ผู้ที่ไม่ถนัดใช้แอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่ใช้ PNI PLUS ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือ การลดระยะเวลาการใช้บริการในแต่ละขั้นตอนซึ่งช่วยให้ผู้ป่วย หรือญาติผู้ป่วยจัดสรรเวลาพบแพทย์ในแต่ละครั้งได้ดียิ่งขึ้น
นายทวี...
ท็อปฟอร์มอีกแล้วสำหรับเสียวหมี่ (Xiaomi) ที่เพิ่งมีอายุครบ 10 ขวบ เพื่อฉลอง 1 ทศวรรษของบริษัทดาวรุ่งผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีจีน จุดพลุเปิดตัวโทรทัศน์ OLED ที่แหวกแนวไม่เหมือนใคร โดยตัวเครื่องนั้นโปร่งใสจนมองเหมือนตู้กระจกที่เลี้ยงปลาดิจิทัลไว้ด้านใน









