เมื่อ “สุขภาพดี” ไม่ได้เป็นแค่เรื่องส่วนตัวของพนักงาน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร แสนสิริจึงยกระดับ SIRI CAMPUS สู่ Well-Being Workplace พร้อมเปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นพื้นที่ที่พนักงานสามารถออกกำลังกาย ฟื้นฟูร่างกาย และพักระหว่างวันได้ โดยมีแรงจูงใจที่จับต้องได้อย่าง S Point ที่นำไปแลกวันหยุดและของรางวัล
แนวคิดนี้อยู่ภายใต้ “Sansiri WELL, WELL IN EVERY DAY - ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน” ครอบคลุมพนักงานกว่า 5,000 คน โดยแสนสิริมองว่า การดูแลสุขภาวะไม่ได้จบแค่การมีฟิตเนสในออฟฟิศ แต่ต้องทำให้พนักงาน “อยากใช้” และสามารถจัดสรรเวลาเพื่อดูแลตัวเองได้จริงระหว่างวัน
ออกกำลังกายช่วง Golden Hour แลกแต้ม-แลกวันหยุด
หนึ่งในกลไกที่แสนสิรินำมาใช้ คือการเปิดให้พนักงานออกกำลังกายในช่วง Golden Hour เวลา 10.00-16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงระหว่างวัน และได้รับ S Point คะแนนพิเศษจากการเข้ามาออกกำลังกาย
"คะแนนดังกล่าวสามารถนำไปสะสมผ่านแอปพลิเคชัน KUHU เพื่อแลกเป็นรางวัลตั้งแต่เครื่องดื่ม ค่าชาร์จรถ EV ไปจนถึง Personal Trainer และ วันหยุด"
โมเดลนี้สร้างแรงจูงใจให้ลุกออกจากโต๊ะมาดูแลตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลาเลิกงาน ขณะเดียวกันพนักงานยังสามารถเลือกจัดสรรเวลาตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้

3 สเปซ เปลี่ยนออฟฟิศจากที่ทำงาน สู่พื้นที่ดูแลสุขภาพ
การยกระดับ SIRI CAMPUS ถูกออกแบบผ่าน 3 พื้นที่หลัก ได้แก่
1.MOVE เน้นการออกกำลังกาย
-Pilates Studio ที่ดูแลเรื่องแกนกลางลำตัว ความยืดหยุ่น และบุคลิกภาพ
-Fitness & Personal Trainer พร้อมอุปกรณ์จาก Technogym ครอบคลุม Cardio, Strength และ Functional Training

2.RECOVER เน้นการฟื้นฟูร่างกาย
มีทั้ง Cryotherapy, Red Light Therapy และ Physical Therapy Clinic พร้อมนักกายภาพบำบัดและเครื่องมือทางการแพทย์
3.RECHARGE เป็นพื้นที่สำหรับพักและผ่อนคลายระหว่างวัน
โดยมีตั้งแต่พื้นที่ Recharge Pod และเก้าอี้นวดไฟฟ้า เพื่อให้พนักงานได้พักจากการทำงานและกลับมาเติมพลัง

สร้างพฤติกรรมสุขภาพดีระยะยาว แถมมีผลให้งานดีขึ้น ความผูกพันองค์กรเพิ่ม
นอกจากการออกกำลังกายรายบุคคล แสนสิริยังใช้กิจกรรมแบบทีมผ่าน Fit & Fresh เพื่อสร้างพฤติกรรมดูแลสุขภาพในระยะยาว
หนึ่งในกิจกรรมคือ 21 Day Challenge Mission ที่ชวนพนักงานทำภารกิจเกี่ยวกับสุขภาพรอบด้าน ตั้งแต่การนอน 7-8 ชั่วโมง กินผักหรือผลไม้ เดินให้ได้ 7,000 ก้าวต่อวัน หรือออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที รวมถึงเช็กอินอารมณ์ เพื่อให้การดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้งกายและใจ
ขณะเดียวกันยังมีกิจกรรมแข่งขันกีฬา เช่น Hybrid Fitness, Aerobic และ Virtual Run โดยใช้ “วันหยุด” เป็นหนึ่งในแรงจูงใจของการแข่งขันระดับอาคาร ทีมที่ชนะได้รับวันหยุด 2 วัน อันดับ 2 ได้วันหยุด 1 วัน ส่วนอันดับอื่นได้รับ S Point สำหรับสะสมต่อไป

ผลจากการทำกิจกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของพนักงาน โดยมีการใช้งานฟิตเนสมากขึ้น และมีกรณีพนักงานที่เดิมไม่ได้ออกกำลังกาย หลังผ่าน 21 Day Challenge กลายเป็นคนที่มีกิจวัตรออกกำลังกายเป็นประจำ
อีกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสุขภาพ แต่กิจกรรมแบบทีมยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างพนักงาน จากการร่วมทำภารกิจเดียวกัน ทำให้พื้นที่ทำงานมีทั้งกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์มากขึ้น
สำหรับแสนสิริ การทำ Well-Being Workplace จึงขยับจากแนวคิด “สวัสดิการพนักงาน” ไปสู่การออกแบบสภาพแวดล้อมและแรงจูงใจให้คนทำงานสามารถดูแลตัวเองได้จริงระหว่างวัน

ลุยสวัสดิการเอาใจพนักงานเพิ่ม
นอกเหนือจากพื้นที่ออกกำลังกายและอุปกรณ์ทันสมัย แสนสิริยังดีไซน์สวัสดิการ “Employee Well-Being” อย่างยืดหยุ่นเพื่อซัพพอร์ตไลฟ์สไตล์ของคนทำงานทุกเจเนอเรชันได้อย่างตรงจุด
-ด้านสุขภาพกายและใจ เช่น ค่ารักษาพยาบาลด้านสุขภาพจิต
-ด้านการเงินที่ช่วยแบ่งเบาภาระจริง ทั้งเงินช่วยเหลือค่าครองชีพรายเดือน ทุนการศึกษาบุตร เงินกู้ฉุกเฉิน 0% ตลอดจนเงินกู้ค่ารักษาสัตว์เลี้ยง
-การสร้างสมดุลชีวิตที่โอบรับความหลากหลายและอินไซต์คนทำงานยุคใหม่ ผ่านสิทธิลาเปลี่ยนเพศสภาพ ลาพักใจเมื่อสูญเสียคนในครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยง
ซึ่งสะท้อนว่าการดูแล “พนักงาน” ของแสนสิริก้าวข้ามกรอบของพื้นที่ทำงาน ไปสู่การดูแลคุณภาพชีวิตจริงของพนักงาน เพราะการช่วยคลายความกังวลด้านภาระค่าใช้จ่ายและเรื่องส่วนตัว คือการสร้าง Well being เชิง Midefullness หรือ Peace of mind อย่างแท้จริง
