ปัจจุบันแรงกดดันด้านการเงิน ทำให้คนรุ่นจำเป็นต้องละทิ้งความฝันชั่วคราว ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Maybe Later” หรือแนวคิด “เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน” สะท้อนคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ขาดความทะเยอทะยานหรือไม่ต้องการมีอนาคตที่ดี แต่ต้องชะลอการตัดสินใจเรื่องสำคัญ เพราะยังไม่พร้อมรับภาระทางการเงินที่ตามมา
รายงาน Deloitte Global 2026 Gen Z and Millennial Survey ชี้ให้เห็นว่า แรงกดดันทางการเงินยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดวิธีคิดเกี่ยวกับการทำงาน ความมั่นคง และการวางแผนชีวิตของคนรุ่น Gen Z และ Millennials
โดย Gen Z 38% และ Millennials 42% ระบุว่า “ค่าครองชีพ” เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด (เป็นอันดับต้น ๆ ต่อเนื่อง 5 ปี) ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าความกังวลเรื่องอาชญากรรม ความปลอดภัยส่วนบุคคล และการว่างงาน
มากกว่าครึ่งยอมรับ เลื่อนแผนชีวิตเพราะเงินไม่พร้อม
ข้อมูลจากรายงานระบุว่า Gen Z จำนวน 55% และ Millennials 52% เคยเลื่อนการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เนื่องจากสถานะทางการเงิน อาทิ
-การแต่งงาน
-การเริ่มต้นสร้างครอบครัว
-การทำธุรกิจ
-การศึกษาต่อ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ปัญหาการเงินไม่ได้กระทบเพียงความสามารถในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ยังขยายไปถึงการตัดสินใจระยะยาวที่อาจกำหนดทิศทางชีวิตของคนคนหนึ่งด้วย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คนรุ่นใหม่อาจยังต้องการแต่งงาน มีบ้าน หรือเริ่มธุรกิจ แต่จำเป็นต้องรอจนกว่าจะรู้สึกว่าตนเองมีฐานะทางการเงินที่รองรับการตัดสินใจเหล่านั้นได้

เงินเดือนชนเดือน ซื้อบ้านไม่ไหว ความมั่นคงยังเป็นโจทย์ใหญ่
แม้คนรุ่นใหม่จะทำงานและมีรายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะรู้สึกมั่นคงทางการเงิน รายงานพบว่า Gen Z และ Millennials ต่างมีสัดส่วน 47% (ลดลงจากปีก่อนที่มีสัดส่วน 52%) ที่ระบุว่าตนเองใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน หรือมีรายได้เข้ามาแล้วต้องนำไปใช้จ่ายจนแทบไม่เหลือเงินสำรอง
นอกจากนี้ ทั้งสองกลุ่มยังมีสัดส่วน 34% ที่ระบุว่าประสบปัญหาในการจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นทั้งหมดในแต่ละเดือน ขณะที่ Gen Z 51% และ Millennials 40% มองว่าตนเองไม่สามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้
เรื่องที่อยู่อาศัยจึงไม่ได้เป็นเพียงความฝันที่ต้องใช้เวลาสะสมเงิน แต่ยังส่งผลต่อการเลือกเส้นทางอาชีพและสถานที่ทำงาน
โดย Gen Z 69% และ Millennials 64% ระบุว่า ความพร้อมในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยหรือความสามารถในการจ่ายค่าที่อยู่อาศัยมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเรื่องงานและสถานที่ทำงาน
"เมื่อค่าใช้จ่ายพื้นฐานกินสัดส่วนรายได้จำนวนมาก การวางแผนซื้อบ้าน แต่งงาน หรือมีลูกจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น เพราะแต่ละการตัดสินใจมาพร้อมภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ไม่สามารถมองข้ามได้"

แนะองค์กรช่วยลดแรงกดดันการเงินพนักงาน
Deloitte เสนอให้องค์กรช่วยลดแรงกดดันทางการเงิน และไม่ควรมองปัญหาการเงินเป็นเรื่องส่วนตัวที่พนักงานต้องจัดการเองทั้งหมด แต่ควรพิจารณามาตรการที่สอดคล้องกับข้อจำกัดในการใช้ชีวิต เช่น
-ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่แข่งขันได้
-ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยหรือค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นฐานเพื่อทำงาน
-ความช่วยเหลือในการชำระหนี้การศึกษา
-ความยืดหยุ่นในการจัดสรรผลตอบแทน
-รูปแบบการทำงานแบบ Hybrid และความยืดหยุ่นด้านสถานที่หรือเวลา
-การสื่อสารเรื่องแรงกดดันทางการเงินอย่างเปิดเผย
"การรักษาพนักงานในยุคนี้อาจต้องเริ่มจากการเข้าใจต้นทุนชีวิตของพวกเขา เพราะความสามารถในการจ่ายค่าที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายพื้นฐานส่งผลต่อทั้งการตัดสินใจเลือกงานและความสามารถในการทำงานระยะยาว"

“Maybe Later” ไม่ได้แปลว่าเลิกฝัน แต่ขอรอให้พร้อมกว่านี้
อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่หมดหวังกับอนาคตเสียทีเดียว เพราะ Gen Z 53% และ Millennials 45% ยังคาดหวังว่าสถานะทางการเงินของตนเองจะดีขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นจาก 49% และ 41% ตามลำดับในปี 2025
สัดส่วนคนที่ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนก็ลดลงจากปีก่อน ซึ่งทั้งสองกลุ่มเคยมีสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 52% เท่ากัน เหลือ 47% ในปี 2026
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพที่มีทั้งความหวังและข้อจำกัด แม้บางคนจะเริ่มมองเห็นโอกาสที่สถานะทางการเงินจะดีขึ้น แต่แรงกดดันด้านค่าครองชีพและความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายยังเป็นตัวแปรสำคัญในการวางแผนชีวิต