People / Management

รู้จัก 'Reading Rave' เทรนด์เข้าผับเพื่ออ่านหนังสือ เมื่อคนรุ่นใหม่ขอฮีลใจ วางความล้าจากโลกกว้าง

ในยุคที่ผู้คนต้องหมุนตามจังหวะชีวิตที่เร่งรีบ และการไถฟีดอยู่บนโลกออนไลน์ จนต้องเผชิญกับภาวะ Digital Burnout การพาตัวเองหลีกหนีความวุ่นวายและไปพักด้วยการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ กลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ถวิลหา

READINGRAVE-01.jpg

นั่นคือจุดเริ่มต้นของเทรนด์ ‘Reading Rave’ ที่พลิกโฉมคลับหรือบาร์ยามค่ำคืนให้กลายเป็น ‘พื้นที่อ่านหนังสือร่วมกัน’ เพื่อเติมเต็มพลังชีวิตและเยียวยาจิตใจ จนกลายเป็นไวรัลที่ผู้คนพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

กระแสที่สร้างเสียงฮือฮาบนโลกโซเชียลเริ่มต้นขึ้นเมื่อทีมผู้จัด JUCY เนรมิต SPREAD คลับใต้ดินชื่อดังในย่านสุดฮิปอย่างชิโมะคิตาซาวะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ให้กลายเป็นปาร์ตี้อ่านหนังสือยามกลางวัน ระหว่างเวลา 10.00–14.00 น.

บรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตใหม่ ด้วยการปูพรมนุ่มๆ มาปูบนพื้นคลับ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกนั่งขัดสมาธิ นอนอ่าน พิงผนังคอนกรีต หรือนั่งเก้าอี้ได้อย่างอิสระ

โดยผู้เข้าร่วมสามารถพกหนังสือมาเอง อ่านผ่าน E-Reader หรือรับหนังสือที่ทีมงานคัดสรรแนะนำพร้อมบัตรเข้างานซึ่งรวมเครื่องดื่ม 2 ดริ๊งก์ คลอไปด้วยเสียงดนตรีแนว Ambient และ Electronica บีทสบายๆ ไม่รบกวนสมาธิ

นอกจากนี้ งานยังมีกิจกรรมไฮไลต์อย่าง BOOK B2B ที่นำโดยชวนแลกเปลี่ยนมุมมองหนังสือตามความสมัครใจ รวมถึงชั้นวางหนังสือ JUCY SHARE สำหรับแบ่งปันและยืมคืน

พอถึงเวลา 13.00 น. ดนตรีจะเริ่มเพิ่มระดับความดังขึ้นอีกนิด เปิดโอกาสให้ใครอยากอ่านต่อหรือลุกขึ้นมาเต้นก็เลือกได้ตามใจ ซึ่งทีม JUCY ตั้งใจเปรียบการอ่านหนังสือในคลับเหมือนกับการชมภาพยนตร์ในโรงหนัง และเตรียมขยายพื้นที่จัดงานต่อไป

กระแส Reading Rave ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่กำลังเติบโตไปทั่วโลก เช่น การรวมตัวอ่านหนังสือบนดาดฟ้าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ NEMO ในอัมสเตอร์ดัม หรือกลุ่ม Book Doof ในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่จัดงานอ่านหนังสือตามบาร์และสเปซแปลกใหม่

โดยไอเดียของกลุ่ม Book Doof เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ซก่อตั้งอย่าง Grant Richard Krupp กำลังอยู่ในงานปาร์ตี้ แล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน จนเกิดความคิดว่า คงจะดีไม่น้อยหากสามารถชวนเพื่อนๆ มานั่งอ่านหนังสือร่วมกันตามบาร์หรือพื้นที่ต่างๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดคุยกับใคร

งานของ Book Doof มีโครงสร้างกิจกรรมที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์ โดยแบ่งเป็นช่วงเวลาอ่านหนังสือตามใจชอบ 2 ชั่วโมงครึ่ง และตามด้วยช่วงเวลาสังสรรค์อีก 30 นาที ซึ่งผู้เข้าร่วมงานไม่จำเป็นต้องอยู่สังสรรค์ต่อ หากไม่อยากทำ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ Reading Rave เติบโตและครองใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว มาจากการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของวิถีชีวิตยุคปัจจุบัน

อย่างแรก เป็นการช่วยให้ผู้คนได้ทำ Digital Detox แบบตั้งใจ พาตัวเองหลุดออกจากหน้าจอไปสัมผัสประสบการณ์จริงที่ช่วยชาร์จพลังใจและดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน

ถัดมา คือการทลายภาพจำเดิมๆ ของ Book Club ที่เคยดูเป็นทางการหรือเข้าถึงยาก โดยเปลี่ยนมาใช้พื้นที่คาดไม่ถึงอย่างคลับใต้ดินหรือบาร์ ซึ่งช่วยลดกำแพงความรู้สึกและดึงดูดคนที่ไม่ได้จับหนังสือนานๆ ให้กลับมารักการอ่านในรูปแบบที่เท่และมีสไตล์

สำคัญที่สุด Reading Rave ถือเป็นทางเลือกใหม่ของการเข้าสังคมสไตล์ Introvert-Friendly ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถออกไปใช้ชีวิต จิบเครื่องดื่ม และสัมผัสบรรยากาศภายนอกบ้านได้ โดยไม่ต้องแบกรับความกดดันในการชวนคนแปลกหน้าคุย

ท้ายที่สุดแล้ว Reading Rave อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของสถานที่แปลกใหม่ แต่เป็นกิจกรรมที่คอยเตือนสติเราว่า

ท่ามกลางโลกที่หมุนไวและเต็มไปด้วยเสียงรบกวนรอบตัว การหาพื้นที่เล็กๆ ให้ตัวเองได้เงียบลง ทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลัง แล้วหยิบหนังสือสักเล่มขึ้นมาอ่านท่ามกลางเพื่อนร่วมทางที่ต่างคนต่างดื่มด่ำอยู่ในโลกส่วนตัว อาจเป็นความสุขแสนเรียบง่ายที่ช่วยเยียวยาและเติมพลังชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์

.

ที่มา

.

https://x.com/_3emeOeil/status/2104109416672838128?s=20

https://bodyandsoul.news.com.au/houseofwellness/what-on-earth-is-a-book-doof-inside-the-social-reading-trend-sweeping-australia/image-gallery/db79ece8b9dd21c9441e35e51dfff504

https://www.instagram.com/jucy_ig/