PR News

จาก “รักษาเมื่อป่วย” สู่ “ป้องกันก่อนป่วย” BDMS Wellness Clinic จับมือ Global Wellness Institute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ผนึกกำลัง Global Wellness Institute (GWI) สะท้อนวิสัยทัศน์และศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) บนเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดสุขภาพเชิงป้องกันผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร…

1

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ผนึกกำลัง Global Wellness Institute (GWI) สะท้อนวิสัยทัศน์และศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) บนเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดสุขภาพเชิงป้องกันผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพโดย BDMS Wellness Clinic ในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของ Global Wellness Institute ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นองค์กรเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีบทบาทร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยด้านเศรษฐกิจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ระดับภูมิภาค พร้อมทั้งมีส่วนสำคัญในการรวบรวม วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกของประเทศ ซึ่ง บทบาทดังกล่าวไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพขององค์กรในระดับสากล แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพและเวลเนสบนเวทีโลก

เศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจ หากแต่เป็นภาพสะท้อน  ของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของประเทศ จากระบบที่เน้น “การรักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ระบบที่ให้ความสำคัญกับ “การป้องกันก่อนป่วย” อย่างเป็นรูปธรรมโดยรายงานล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ในปี 2024 มูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ของประเทศไทยอยู่ที่ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 คิดเป็นอัตราเติบโต 10.1% นับเป็นการเติบโตอันดับ 7 ของโลก ตัวเลขดังกล่าวกำลังยืนยันว่า “สุขภาพ” ไม่ใช่ต้นทุนของประเทศอีกต่อไป แต่เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและมีศักยภาพในการขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระดับโลก เศรษฐกิจสุขภาพมีมูลค่ารวม 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และเติบโตเฉลี่ย 7.9% ต่อปี    ในช่วงปี 2023-2024 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลก โดยมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสุขภาพยังคงขยายตัวเฉลี่ยปีละ 7.6%ส่งผลให้ภายในปี 2029 มูลค่ารวมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแนวโน้ม    ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) กำลังกลายเป็นทิศทางหลักของโลก

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในอันดับ 9 จาก 45 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และอันดับ 24 ของโลก  จาก 218 ประเทศ สะท้อนศักยภาพการแข่งขันในเวทีสากลอย่างชัดเจนโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ยังมีศักยภาพเป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจด้วยมูลค่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 36.4% สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกตอกย้ำความเชื่อมั่นในประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการดูแลสุขภาพไปพร้อมกับการพักผ่อน

3-275

คุณ Susie Ellis ประธานและ CEO ของ Global Wellness Institute กล่าวว่า “การที่ประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านสุขภาพของโลก ด้วยมูลค่าตลาด 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตราการเติบโตในระดับเลขสองหลัก สะท้อนทั้งรากฐานวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี ควบคู่กับวิสัยทัศน์ในการลง ทุนเชิงนวัตกรรมและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สปา และอสังหาริม ทรัพย์เพื่อสุขภาพ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการตอบโจทย์ความคาดหวังใหม่ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีบทบาทในการขับเคลื่อนอนาคตของเศรษฐกิจสุขภาพของโลก เราขอขอบคุณ BDMS Wellness Clinic สำหรับความร่วมมือและวิสัยทัศน์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนดังกล่าวมีส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถจัดทำข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อเสริมกำลังให้ผู้นำด้านอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และชุมชน ร่วมกันสร้างระบบนิเวศสุขภาพ (Wellness Ecosystem) ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ทั้งในประเทศและในระดับสากล”

2-386

ด้าน นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ “หมอแอมป์” ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และบีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท ในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือกับ GWI ว่า “ความร่วมมือกับ Global Wellness Institute ที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการผลักดันแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงเฉพาะในมิติของการแพทย์เท่านั้น แต่รวมถึงมิติของเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาวะของผู้คนในระยะยาว รายงานเศรษฐกิจสุขภาพของ GWI ช่วยให้เราเห็นทิศทางของโลกในอนาคตที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบที่เน้นการรักษาโรค ไปสู่การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันก่อนเกิดโรค สำหรับประเทศไทย ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศในการพัฒนา ‘Wellness Ecosystem’ ที่เชื่อมโยงหลายภาคส่วนเข้าด้วยกันทั้งการแพทย์เชิงป้องกัน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาหารและโภชนาการ การออกกำลังกาย ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี หากสามารถเชื่อมโยงองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness ของภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของโลกในอนาคต ทั้งในมิติของคุณภาพชีวิตของผู้คนและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศ”

ในช่วงปี 2023-2024 นอกจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้ว ภาคธุรกิจอื่น ๆ อาทิ อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ, สปา,อาหารเพื่อสุขภาพ โภชนาการ และการควบคุมน้ำหนัก, กิจกรรมทางกาย และสถานที่ทำงานเพื่อสุขภาพต่างเติบโตไปในทิศทางบวก เป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาการดูแลสุขภาพเพียงมิติใดมิติหนึ่ง แต่ต้องการ “ระบบนิเวศสุขภาพ” ที่ครอบคลุมตั้งแต่อาหาร ที่อยู่อาศัย การออกกำลังกาย ไปจนถึงสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ตัวเลขเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางเศรษฐกิจ หากคือโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย หากประเทศ ไทยสามารถสร้าง “พันธมิตรเชิงระบบสุขภาพ” ที่เชื่อมโยงการแพทย์ การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการเข้าด้วยกันอย่างไร้ร้อยต่อ ประเทศไทยจะไม่ได้เพียงเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ แต่จะก้าวสู่การเป็นประเทศที่มี “ระบบนิเวศด้านสุขภาพ” ที่แข็งแกร่ง สมบูรณ์ และยั่งยืนในระดับโลก

เศรษฐกิจสุขภาพจึงไม่ใช่กระแสชั่วคราว หากเป็นรากฐานใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในอนาคต เป็นระบบเศรษฐกิจที่เติบโตไปควบคู่กับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างมั่นคงบนเวทีโลก