ปัจจุบันบริษัทให้บริการบัญชีระดับโลกแก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กกว่า 1.6 ล้านราย และช่วยให้ธุรกิจและบุคคลที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินกว่า 30 ล้านรายสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้
• ด้วยการนำหลัก “การเข้าถึงอย่างทั่วถึง” (Inclusion) มาผสานอยู่ในโครงการนวัตกรรมหลักต่าง ๆ ปัจจุบัน แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เชื่อมต่อบัญชีผู้ใช้กว่า 2 พันล้านบัญชีกับร้านค้ากว่า 150 ล้านแห่งผ่านเครือข่ายพันธมิตรหลายระดับ พร้อมให้บริการบัญชีระดับโลกแก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กกว่า 1.6 ล้านราย และช่วยให้ธุรกิจและบุคคลที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินกว่า 30 ล้านรายเข้าถึงสินเชื่อคุณภาพได้
• ในขณะที่บริการชำระเงินระดับโลก บริการบัญชีระดับโลก และบริการการเงินแบบฝังตัว ของบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทก็เดินหน้าลงทุนด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
• ตั้งแต่สนามบาสเกตบอลในนครนิวยอร์ก ไปจนถึงโครงการอนุรักษ์ทางทะเลบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย บริษัทได้สร้างความร่วมมือในวงกว้างเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น
แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินดิจิทัล เทคโนโลยีดิจิทัล และฟินเทคระดับโลก เผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2025 ซึ่งนับเป็นฉบับที่ 2 นับตั้งแต่บริษัทเริ่มดำเนินงานอย่างอิสระ
ปีนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล นำตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการประเมินผลการดำเนินงานของผู้บริหาร โดยเอริค จิง ประธานของแอนท์ กรุ๊ป และแอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ความรับผิดชอบต้องอยู่ในโครงสร้างการดำเนินงานขององค์กร ไม่ใช่เป็นเพียงเป้าหมายในอุดมคติ เมื่อผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนมีความสำคัญเทียบเท่ากับการเติบโตของรายได้หรือประสิทธิภาพในการดำเนินงาน องค์กรก็จะสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันได้ เช่นเดียวกับระบบเศรษฐกิจโดยรวม”
ภายใต้กรอบความยั่งยืน 6Ts ของบริษัท ได้แก่ การเดินทาง (Travel) การค้า (Trade) ความมุ่งมั่น (Thrive) เทคโนโลยี (Tech) บุคลากร(Talent) และ ความไว้วางใจ (Trust) การเข้าถึงอย่างทั่วถึง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ โดย เผิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และดักลาส ฟินนิแกน ประธานบริษัท กล่าวในงานเปิดตัวรายงานว่า “ความสำเร็จของเราขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและตลาดเกิดใหม่สามารถเติบโตได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี การสร้างคุณค่าทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคม คือจุดแตกต่างเชิงกลยุทธ์ของเรา”
• Alipay+ และ Antom ซึ่งเป็นธุรกิจหลักด้านการชำระเงินระดับโลกของบริษัท ปัจจุบันเชื่อมต่อบัญชีผู้ใช้กว่า 2 พันล้านบัญชีกับร้านค้ากว่า 150 ล้านแห่งทั่วโลก ระบบนิเวศด้านการชำระเงินดังกล่าวเชื่อมต่อระบบ QR ระดับชาติกว่า 10 ระบบ และรองรับวิธีการชำระเงินมากกว่า 300 รูปแบบในกว่า 220 ตลาด ครอบคลุมทั้งเครือข่ายบัตรชำระเงินทุกประเภท กระเป๋าเงินดิจิทัล แอปธนาคาร และแอป BNPL กว่า 50 รายการ
• นอกเหนือจากบริการชำระเงินแล้ว WorldFirst และ Bettr ซึ่งเป็นบริการบัญชีระดับโลกและบริการการเงินแบบฝังตัวของบริษัท ยังสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กกว่า 1.6 ล้านราย และช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ใช้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินกว่า 30 ล้านรายเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยผสานเทคโนโลยี AI และบล็อกเชนเข้ามาใช้งาน
• ตัวชี้วัดด้านการเข้าถึงอย่างทั่วถึงยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนวัตกรรมสำคัญต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เช่น เครื่องมือ AI Commerce และระบบชำระเงินอัจฉริยะที่ออกแบบให้เหมาะกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กมากขึ้น แพลตฟอร์ม AI-as-a-Service สำหรับตลาดเกิดใหม่ และโซลูชัน EPOS SME AI สำหรับผู้ประกอบการ
“เราจะเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบและสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้าง มั่งคั่ง และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น” เผิง กล่าว
ในปี 2025 การดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล มุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญภายใต้กรอบ 6T ได้แก่
1.ทำให้เทคโนโลยี AI ด้านการเงินเข้าถึงได้สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กและตลาดเกิดใหม่
แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวเครื่องมือ AI หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ตลาดเกิดใหม่และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและเล็กสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือบุคลากร
Payment AI & Agentic Commerce
• Antom Copilot 2.0 ช่วยให้กระบวนการเชื่อมต่อระบบชำระเงิน การสมัครใช้งาน การบริหารความเสี่ยง และการจัดการกรณีเรียกคืนเงินเป็นไปอย่างอัตโนมัติและปลอดภัย
• Antom Agentic Payment Solution ช่วยให้ AI Agent สามารถเริ่มต้นและดำเนินธุรกรรมผ่านบัตรและช่องทางการชำระเงินทางเลือก (APM) ได้อย่างปลอดภัย ภายใต้โมเดลการมอบอำนาจการชำระเงินรูปแบบใหม่
การพัฒนาศักยภาพเทคโนโลยี AI ด้านการเงิน
• แพลตฟอร์ม FinAI-as-a-Service อย่าง GenAI Cockpit มอบชุดเครื่องมือให้แก่ฟินเทค เช่น TNG eWallet ของมาเลเซีย และ easypaisa ธนาคารดิจิทัลแห่งแรกของปากีสถาน เพื่อพัฒนาโซลูชัน AI Commerce ที่ยืดหยุ่นและทำงานได้อย่างอัตโนมัติ ตั้งแต่ผู้ช่วยบริการลูกค้าไปจนถึงการขาย
• ผู้ช่วย AI แบบ Agentic ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะทาง เช่น Alipay+ Voyager ผู้ช่วยด้านการเดินทางอัจฉริยะที่ฝังอยู่ในซูเปอร์แอป
• โซลูชัน AI สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนแบบโอเพนซอร์ส สามารถคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนได้แม่นยำสูงสุดถึง 93% ในตลาดค่าเงินที่ซับซ้อนและผันผวน
• EPOS360 แพลตฟอร์มบริหารจัดการธุรกิจและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เริ่มเปิดให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
2.เสริมสร้างรากฐานด้าน Compliance และเทคโนโลยีเพื่อความไว้วางใจ
ในปี 2025 บริษัทได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านเทคโนโลยีและความร่วมมือเพื่อป้องกันการฟอกเงิน (AML) และยกระดับความปลอดภัย
• โมเดล SHIELD 3-in-1 Transformer ซึ่งรองรับพารามิเตอร์กว่า 7 พันล้านรายการ สามารถตรวจจับธุรกรรมความเสี่ยงสูงได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า 95% พร้อมช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จของการชำระเงินได้สูงสุด 13.5%
• Digital Wallet Guardian Partnership เปิดให้พันธมิตรกระเป๋าเงินดิจิทัลสามารถแบ่งปันเทคโนโลยีด้านการบริหารความเสี่ยง ระบบป้องกันการฉ้อโกง และโซลูชันคุ้มครองเงินทุน เพื่อปกป้องทั้งผู้บริโภคและร้านค้า
• โครงการ Privacy Enhancing Technology (PET) ของ Alipay+ ได้รับการอ้างอิงจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสิงคโปร์ ในแนวทางปฏิบัติด้านการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม
ในขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้จำเป็นต้องควบคู่ไปกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่เข้มงวด โดยในปี 2025 บริษัทได้ขยายการดำเนินงานเพิ่มเติมในด้านต่อไปนี้
• กลไกคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งใช้กรอบการกำกับดูแลความเสี่ยงแบบครบวงจร ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงระดับปฏิบัติการ
• โครงการป้องกันการฟอกเงินแบบ 3 ชั้น ที่ยึดมาตรฐานควบคุมระดับโลก เพื่อสร้างความสอดคล้องและความโปร่งใสในทุกตลาด พร้อมใช้เครื่องมือ AI ในการตรวจจับความเสี่ยงและทบทวนความปลอดภัย เพื่อเพิ่มทั้งความแม่นยำและประสิทธิภาพ
บริษัทมีแผนเร่งลงทุนด้านศักยภาพการปฏิบัติตามกฎระเบียบทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบและความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
3.ขับเคลื่อนผลกระทบทางสังคมผ่านการมีส่วนร่วมในรูปแบบดิจิทัล
ในปี 2025 ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรตั้งแต่ที่นครนิวยอร์กไปจนถึงชวาตะวันตก บุคลากรของบริษัทได้ริเริ่มโครงการระดับชุมชนใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนเยาวชน สิ่งแวดล้อม และชุมชน ผ่านความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล
•ในฐานะพันธมิตรด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของ New York Liberty Alipay+ ได้เริ่มสนับสนุน New York Liberty ทีมแชมป์ WNBA ในโครงการต่าง ๆ ได้แก่ การบริจาครองเท้าผ้าใบ Liberty Sneaker Drives เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส โครงการ Math Hoops เพื่อพัฒนาทักษะเยาวชน และโครงการ Threes for Trees ในนครนิวยอร์กและบรูคลิน
• AlipayHK เปิดตัวช่องทางดิจิทัลหลักสำหรับการระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ที่ไทโป โดยสามารถระดมทุนได้ 200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงจากผู้ใช้ซูเปอร์แอปกว่า 450,000 รายภายใน 3 วันแรก
• Ocean Buddy มินิโปรแกรมภายในแอปเพื่อการอนุรักษ์ฉลามวาฬในอินโดนีเซีย เปิดตัวร่วมกับ DANA และ Konservasi Indonesia โดยใช้แนวคิดเกมส์เชื่อมโยงกิจกรรมดิจิทัลในชีวิตประจำวันของผู้ใช้เข้ากับการอนุรักษ์ทะเล
• 10x1000 Tech for Inclusion ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือกับ International Finance Corporation (IFC) และพันธมิตรกว่า 50 องค์กรทั่วโลก ได้มอบใบรับรองให้ผู้เข้าร่วมแล้ว 9,504 คนตั้งแต่ปี 2018 โดย 55% เป็นผู้หญิง
เล่ยหมิง เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ความยั่งยืนกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะร่วมมือกันเพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อธุรกิจของเราขยายตัวในระดับโลก ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นจะยังคงเปิดกว้าง วัดผลได้ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนที่เราให้บริการ”
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ www.ant-intl.com