PR News

กรุงไทย-มหิดล ผนึกกำลังสานต่อลมหายใจให้ผู้ป่วย ผ่าน “กองทุนวิจัยและรักษาโรคมะเร็ง”

1.jpg

ในแต่ละปี มีคนไทยกลายเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่กว่า 1.4 แสนรายทั่วประเทศ และยังเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตคนไทยต่อเนื่องมาหลายสิบปี ด้วยอัตราผู้เสียชีวิตกว่า 8 หมื่นรายต่อปี และเบื้องหลังของตัวเลขเหล่านี้ คือ ความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจของหลายครอบครัว ที่ต้องทนเห็นคนที่รักต้องเจ็บป่วย อีกทั้งยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึงได้ เนื่องด้วยการขาดแคลนทุนทรัพย์และเวลา ที่อาจหมายถึงโอกาสการรอดชีวิตที่ลดน้อยลงไปทุกวัน

ธนาคารกรุงไทย เติบโตเคียงข้างคนไทยมากว่า 6 ทศวรรษ เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านสุขภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ไม่เป็นแต่เพียงปัญหาด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาที่ฉุดรั้งศักยภาพของประเทศในระยะยาว เพราะทุกครอบครัวต้องทุ่มเวลาและทรัพยากรไปกับการรักษา คือ กำลังคนที่ประเทศต้องสูญเสียโอกาสไปด้วย ธนาคารจึงเชื่อว่า "สุขภาพที่ดี" คือ รากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไม่แพ้เรื่องใด จึงได้สนับสนุนมหาวิทยาลัยมหิดลและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่าน “กองทุนวิจัยและรักษาโรคมะเร็ง” ภายใต้มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิบำบัดมะเร็งด้วยโปรตอนและนวัตกรรม เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐานสำหรับผู้ป่วยยากไร้ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมและงานวิจัยที่จะสร้างความหวังและทางรอดใหม่ ๆ ให้ผู้ป่วยในอนาคต

สำหรับมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยความตั้งใจในการเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” โดยเฉพาะด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งการสนับสนุนจากภาคเอกชนคือ ฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ความมุ่งมั่นทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยเดินหน้าได้เร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเงินสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่คือ การต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดแคลน และต่อยอดทุนทางปัญญาให้นักวิจัยและแพทย์สามารถพัฒนากระบวนการรักษา เทคโนโลยี และตัวยาใหม่ ๆ ที่จะสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อระบบสาธารณสุขไทยได้ในระยะยาว โดยกองทุนนี้ ได้กำหนดกรอบการใช้เงินไว้อย่างโปร่งใสใน 3 ด้าน คือ

1. การดูแลรักษาผู้ป่วยตรงหน้า (Patient Care) เป็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ค่ายา และค่าอุปกรณ์ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ ให้ได้รับโอกาสรักษาอย่างเท่าเทียมและทันเวลา เพราะสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ความล่าช้าแม้เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็อาจเปลี่ยนผลการรักษาไปอย่างสิ้นเชิง

2. การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ (Medical Research & Innovation) ทั้งการค้นคว้าวิธีรักษารูปแบบใหม่ การศึกษาด้านพันธุศาสตร์ และการพัฒนายาแบบพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยรุ่นต่อไปมีทางเลือกในการรักษาที่ดีกว่าเดิม

3. การจัดหาเครื่องมือแพทย์ (Medical Equipment) เทคโนโลยีทันสมัยที่ช่วยให้แพทย์ตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาโรคมะเร็งได้แม่นยำขึ้น เพราะเครื่องมือที่ดี คือ ด่านแรกที่จะช่วยให้พบมะเร็งได้เร็วขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสรอดชีวิตที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะศูนย์โปรตอนบำบัด (Proton Therapy Center) เทคโนโลยีการฉายรังสีขั้นสูงที่มีความแม่นยำสูง ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้าง ปัจจุบันครอบคลุมผู้ป่วยจากสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ร้อยละ 40 สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร้อยละ 30 และผู้ป่วยชาวต่างชาติ ร้อยละ 30 สะท้อนให้เห็นว่าการรักษาระดับมาตรฐานสากลนี้ เข้าถึงได้จริงในวงกว้าง ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ความร่วมมือในครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงการสนับสนุนด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะสานต่อ “ลมหายใจ” ให้ผู้ป่วยมะเร็งอีกหลายชีวิตได้มีโอกาสเดินหน้าต่อไป ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการมุ่งขับเคลื่อน 5 Ecosystems ของธนาคารกรุงไทย ที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินมาส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีของคนไทย ในทิศทางเดียวกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามแนวทาง Reinvent Thailand ที่ให้ความสำคัญกับ 7 กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เกษตรและแปรรูปอาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการดิจิทัล การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยว การค้าปลีกและการค้า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งตรงตามคำแนะนำของธนาคารโลกใน Flagship Report ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศและมีศักยภาพเติบโตสูง เพื่อยกระดับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ทั้งหมดนี้ คือ พันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม  ของธนาคารกรุงไทย ที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคม เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน และแปรเปลี่ยนเป็นพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าได้อย่างทัดเทียมในระดับสากล ภายใต้วิสัยทัศน์ “60 ปี กรุงไทย ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต”