บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสุดยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตประจำปี 2569 หรือ Delta Future Industry Summit 2026 ภายใต้ธีม “ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย เพื่อรองรับวิวัฒนาการของ AI และการใช้พลังงานไฟฟ้า (Advancing Thailand’s Infrastructure for AI and Electrification Evolution)” ณ โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ โดยภายในงานครั้งนี้มีทั้งผู้นำภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารระดับสูงในภาคอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกว่า 200 คน เข้าร่วมเสวนาเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และนวัตกรรมด้านพลังงานขั้นสูงในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย
งานสัมมนาในครั้งนี้ เดลต้าได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงานในหัวข้อ “เร่งขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยผ่านวิวัฒนาการด้าน AI และการใช้พลังงานไฟฟ้า” โดยนายวราวุธกล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยเข้าสู่ยุค AI พลังงานไฟฟ้า และอุตสาหกรรมอัจฉริยะอย่างสมบูรณ์แบบนั้น ไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว และไม่อาจเกิดขึ้นได้จากภาคเอกชนที่ดำเนินงานอย่างเป็นเอกเทศ แต่การปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยภาครัฐต้องเป็นผู้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ภาคอุตสาหกรรมเป็นฝ่ายนำเสนอนวัตกรรม สถาบันการศึกษาเป็นฝ่ายร่วมพัฒนาองค์ความรู้ และผู้ประกอบการกล้าที่จะก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ขณะเดียวกันต้องเร่งยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อให้พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่เรากำลังร่วมกันสร้างขึ้น”

ด้านนายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานว่า "เราขอขอบคุณท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตลอดจนวิทยากร ผู้ร่วมเสวนา และผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงานและแบ่งปันมุมมองอันทรงคุณค่าในงานประชุมสุดยอดปีนี้"
“ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบพลังงานไฟฟ้าที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงหนุนจากระบบนิเวศการผลิตที่แข็งแกร่ง นโยบายที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และแรงงานทักษะสูงที่กำลังเติบโต ในขณะเดียวกัน ความต้องการด้านระบบประมวลผลข้อมูลและระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ก็กำลังสร้างแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยมากยิ่งขึ้น งาน Delta Future Industry Summit ของเราจึงเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในการร่วมกันรับมือกับความท้าทาย และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว” นายวิคเตอร์ กล่าวเสริม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษอีกสองช่วงจากผู้นำในภาคอุตสาหกรรมระดับโลก
สำหรับช่วงแรกเป็นการบรรยายของ ดร. เอททิกัน คันดาซามี คารุปเปียห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ บริษัท NVIDIA Corporation ในหัวข้อ “ขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในประเทศไทย (Powering the Next Era of AI Infrastructure in Thailand)” โดยชี้ให้เห็นว่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI จำเป็นต้องอาศัยการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการพัฒนานวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคแห่ง AI ต่อไป
ช่วงต่อมาคือการบรรยายของนายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ที่ขึ้นบรรยายพิเศษในหัวข้อ “วันแห่งการเริ่มต้นยุคปฏิวัติ AI (Day Zero of the AI Revolution)” โดยได้กล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก (AI-first enterprises) ตั้งแต่การนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Task Augmentation) การจัดการกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ (Workflow Optimization) ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจในภาพรวม นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีการประมวลผลควอนตัม (Quantum Computing) ที่เพิ่มขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรมท่ามกลางอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ในช่วงครึ่งหลังของงาน มีการเสวนาเชิงกลยุทธ์อีกสองหัวข้อด้วยกัน
การเสวนาในช่วงแรกภายใต้หัวข้อ “ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อรองรับการเติบโตก้าวกระโดดของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย (Energy Infrastructure Readiness in the Advancement of Data Centers in Thailand)” ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากจากบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนในศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกำลังส่งผลต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างผู้ให้บริการด้านพลังงาน สถาบันการเงิน บริษัทเทคโนโลยี และผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูล
การเสวนาในช่วงที่สองภายใต้หัวข้อ “ระบบอัตโนมัติสำหรับโรงงานและอาคาร จะช่วยขับเคลื่อนการผลิตที่ยั่งยืนในประเทศไทยได้อย่างไร (How Will Industrial and Building Automation Shape Sustainable Manufacturing in Thailand?)” ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท ลูเมนตั้ม อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อัลลี่ โลจิสติกส์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เชิงปฏิบัติเกี่ยวกับระบบอัตโนมัติที่เชื่อมต่อถึงกัน การใช้ข้อมูลจากการดำเนินงาน เทคโนโลยีดิจิทัลทวิน (Digital Twins) และเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ พร้อมชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเหล่านี้ ในการเพิ่มผลิตภาพ เสริมสร้างการบริหารจัดการพลังงาน และสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น ทั้งในภาคการผลิต อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์

นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวทีสัมมนาแล้ว เดลต้ายังได้นำเสนอโซลูชันแบบบูรณาการทั้ง 4 กลุ่ม ที่สะท้อนให้เห็นถึงการนำหัวข้อเสวนาภายในงานไปประยุกต์ใช้จริง ได้แก่
- โซลูชันศูนย์ข้อมูลแบบโมดูลาร์เพื่อความยั่งยืนแบบครบวงจร (All-in-One Sustainable Modular Data Center Solutions)
- โซลูชันไมโครกริดอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน สำหรับภาคพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม (Sustainable Smart Microgrid Solutions for C&I Applications)
- โซลูชันการผลิตอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลทวินที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-Driven Smart Manufacturing & Digital Twin Solution)
- โซลูชันอาคารอัจฉริยะบนระบบ IoT และระบบรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI (IoT-Based Smart Building and AI-Powered Security Solutions)

การจัดแสดงโซลูชันในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีดิจิทัลของเดลต้า เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับการดำเนินงานภาคอุตสาหกรรมให้ชาญฉลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร
งานประชุมสุดยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคตประจำปีนี้ ถือเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของโครงการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเดลต้า ประเทศไทย จากการดำเนินธุรกิจในประเทศตลอด 38 ปีที่ผ่านมา งาน Delta Future Industry Summit ยังคงสานต่อบทบาทในการเป็นเวทีที่รวบรวมผู้มีอำนาจตัดสินใจและผู้นำในภาคอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้ม โอกาส และความท้าทายจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทุกภาคส่วนต้องเผชิญร่วมกัน สำหรับปีนี้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น AI การใช้พลังงานไฟฟ้า ความพร้อมด้านพลังงาน และระบบอัตโนมัติ ได้มอบมุมมองเชิงลึกที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับประสิทธิภาพภาคอุตสาหกรรม และร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป