Strategic Move

6 Must-have ผู้นำยุคใหม่ หากอยากดึงคนเก่งเข้าหา ทีมงานอยู่ยาว โดย 'โจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ'

จะดึงดูดคนเก่ง ๆ มาร่วมงานยังไง แล้วจะรักษาพวกเขาไว้ด้วยวิธีไหน? และทำอย่างไรให้การทำงานยังสนุกและเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์? ฟังดูเหมือนเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดของการเป็นหัวหน้าในยุคนี้ แต่ โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ มี 6 ข้อ ให้ไปปรับใช้

โจ้ ธนา

1. พูดคนสุดท้าย (ฟังดูง่าย...แต่ทำยากที่สุด)

ถ้าเราเป็นเบอร์ 1 ในห้อง สัญชาตญาณคือจะรีบพูดก่อน ตัดสินก่อน สรุปก่อน แต่ผู้นำระดับโลกอย่าง เนลสัน แมนเดลา เรียนรู้วิธีนำคนมาจากพ่อที่เป็นหัวหน้าเผ่า ด้วยกฎ 2 ข้อในห้องประชุมคือ: ให้ทุกคนนั่งเป็นวงกลมเพื่อให้เท่าเทียม และ "ผู้นำจะพูดคนสุดท้ายเสมอ"

• เหตุผล: ถ้าเราพูดก่อน คนอื่นจะเออออตาม ไม่ใช่เพราะเห็นด้วย แต่เพราะไม่กล้าค้าน

• ผลลัพธ์: บางทีฟังจบเราอาจจะเปลี่ยนใจเพราะเจอไอเดียที่ดีกว่า หรือต่อให้สุดท้ายต้องใช้ไอเดียเรา ทีมก็ยอมรับได้ง่ายขึ้น เพราะเขารู้สึกว่า “เสียงของเขาถูกได้ยินแล้ว ไม่ใช่แค่โดนสั่ง”

.

2. ข้อมูลชนะตำแหน่ง

ในหลายองค์กร คนที่ตัดสินใจมักไม่ใช่คนที่มีข้อมูลที่ถูกที่สุด แต่เป็นคนที่มีตำแหน่งสูงที่สุด ซึ่งนั่นคือกับดัก เพราะยิ่งตำแหน่งสูง เรายิ่งอยู่ห่างจากลูกค้ามากที่สุด

• Case Study: เซเว่นฯ ญี่ปุ่น เคยถกกันว่าควรวางอะไรไว้ข้างๆ "ถุงน่องผู้หญิง" ที่เป็นสินค้าขายดี ทุกคนเสนอด้านความงามอย่างลิปสติกหรือครีม แต่ CEO ที่เชื่อในดาต้าสั่งให้เช็คตัวเลขก่อน ผลคือช่วง 5 โมงเย็นถึงสองทุ่ม คนที่ซื้อถุงน่องมากที่สุดคือ "ผู้ชายวัยกลางคน" ที่ภรรยาโทรสั่งให้ซื้อก่อนขึ้นรถไฟกลับบ้าน สิ่งที่ควรวางข้างถุงน่องจึงกลายเป็น "ถังเบียร์แช่น้ำแข็ง" และมันก็ขายดีขึ้นจริง ๆ

ดังนั้น บางทีก็ไม่ต้องรอ Big Data แค่ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เก็บสม่ำเสมอ ก็เปลี่ยนผลลัพธ์ได้ และยิ่งเป็นใหญ่ ยิ่งต้องพึ่งข้อมูล ไม่ใช่อารมณ์หรือตำแหน่ง

.

3. แรงกดดันทำให้ช้าลง ไม่ใช่เร็วขึ้น

องค์กรส่วนใหญ่คิดว่าถ้าอยากได้งานเร็ว ต้องบีบเดดไลน์ให้แน่น ตั้ง KPI ให้โหด แต่สำหรับงานสร้างสรรค์ ยิ่งกดดัน งานยิ่งพัง

• ความจริงจากคนทำงาน: Google เคยสำรวจพบว่า ไม่มีพนักงานคนไหนคิดไอเดียดี ๆ ออกในห้องประชุมเลย แต่คิดออกตอนอาบน้ำ ขับรถ หรือตอนกำลังจะหลับ เช่นเดียวกับพี่จิก-ประภาส ชลศรานนท์ แห่ง Workpoint ที่บอกว่าไอเดียรายการดัง ๆ เกิดขึ้นที่ "ร้านสุกี้" ไม่ใช่ห้องประชุมใหญ่

ดังนั้น ถ้าอยากได้ความคิดสร้างสรรค์จากคนเก่ง ผู้นำต้องสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ปลอดภัย จนพวกเขากล้าคิดกล้าพูด เหมือนตอนที่พี่โจ้ได้ไอเดียดี ๆ เยอะที่สุดบนรถตู้ตอนกลับจากต่างจังหวัดนั่นเอง

.

4. "เราทำมาแบบนี้" คือคำหยาบที่สุดในองค์กร

สำหรับพี่โจ้ ประโยคนี้คือคำที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันปิดประตูทุกความเห็นทันที และมักจะหลุดมาจากปากของคนที่อยู่มานานและมีอำนาจมากที่สุด

• Case Study: อดีต CEO การบินไทยเคยเล่าว่า ช่วงที่องค์กรวิกฤตที่สุด คำที่ได้ยินซ้ำ ๆ คือ "สายการบินอื่นก็ทำแบบนี้" หรือ "เราทำแบบนี้มาตลอด ถ้าไม่ดีจะอยู่รอดมาถึงตอนนี้เหรอ" มันคือกับดักที่อ้างอิงอดีตที่ไม่มีอยู่จริงจนกลายเป็นเคสที่โลกลืม

ที่คนรุ่นใหม่ชนะองค์กรใหญ่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาเก่งกว่า แต่เพราะเขาไม่มีความคุ้นชินแบบเดิม ๆ เขาจึงกล้าทำในสิ่งที่คนเก่าไม่กล้าแตะ

.

5. ตั้งคำถามต่อกฎเกณฑ์เก่า ๆ

กฎหลายอย่างถูกสร้างขึ้นเพราะมีเหตุผลในอดีต แต่พอเวลาผ่านไป เหตุผลนั้นหายไปแล้ว แต่กฎยังอยู่ แถมไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามีไว้ทำไม เช่น สมุดบัญชีหายต้องไปแจ้งความทั้งที่ยืนยันตัวตนผ่านแอปได้ หรือเปลี่ยนที่อยู่ต้องกลับไปสาขาต้นกำเนิด

ผู้นำยุคใหม่ต้องเปิดช่องทางให้คนหน้างานส่งเสียงขึ้นมา เพื่อหยิบกฎเก่า ๆ เหล่านี้ขึ้นมาทุบและแก้ไขใหม่ เพราะคนที่อยู่หัวโต๊ะไม่มีทางรู้ดีไปกว่าคนที่เจอหน้าลูกค้าทุกวัน

.

6. "ลองดูก่อนไหม" แทนคำว่า "มันไม่ได้หรอก"

องค์กรที่คนทำงานอยู่แล้วสนุก ไม่ใช่องค์กรที่ไม่เคยเจ๊ง แต่เป็นองค์กรที่กล้าให้ลอง และถ้าเจ๊งแล้วลุกไว

อย่างจุดเปลี่ยนของ SCB X เริ่มจากวันที่ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ฟังเรื่อง Fintech จบแล้วพูดคำว่า "ผมไม่รู้" แล้วตามด้วย "ไปทำเลย เจ๊งยังไง ดียังไง กลับมาบอกผม" หรืออย่างค่ายหนัง GDH ที่สร้างหนัง 10 เรื่องแรก เจ๊งไปซะ 8 เรื่อง แต่ อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ไม่เคยสั่งให้หยุด เพราะรู้ว่าประสบการณ์จากการเจ๊ง 8 เรื่องนั้น ซื้อด้วยเงินไม่ได้

หรืออย่าง ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ หรือ หมู-อุ๊คบี (Ookbee) เคยบอกว่า แทนที่จะส่งน้องไปเรียนคอร์สยิงโฆษณา 30,000 บาท ลองให้งบ 3,000 บาทต่อวัน แล้วให้เขายิงจริง 10 วัน เงินเท่ากัน แต่สิ่งที่ได้กลับมาต่างกันคนละโลก เพราะเขาได้เจอปัญหาจริง ผิดพลาดจริง และแก้ปัญหาจริง

.

สุดท้าย พี่โจ้ฝากไว้ว่า

ผู้นำที่จะได้ใจคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ ไม่ใช่คนที่รู้ไปหมดทุกเรื่อง แต่คือคนที่มี Ability to Learn (ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่) เป็นคนที่ Stable but Curious คือมีความมั่นคงในตัวเอง แต่ยังกระหายที่จะเรียนรู้ และที่สำคัญที่สุดคือ... กล้ายอมรับคำว่า "ไม่รู้" เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเติบโตที่แท้จริงของทั้งผู้นำและทีมงาน