วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ซอสภูเขาทอง และซอสศรีราชาพานิช เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดซอสปรุงรสในปัจจุบันมีมูลค่าราว 5,000 ล้านบาท เติบโต 1% โดยไทยเทพรสยังคงครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) สูงถึง 60%
ปี 69 เทรนด์ Home Cooking มาแรง
อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาสงครามในปัจจุบัน กดดันกำลังซื้อ ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน สะท้อนจากยอดขายใน 2 กลุ่มหลักของบริษัทฯ
1.กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร (B2B)
มีแนวโน้มหดตัวลงเนื่องจากคนลดการรับประทานอาหารนอกบ้าน จากภาวะเศรษฐกิจ
2.กลุ่มครัวเรือน (B2C)
มีแนวโน้มเติบโต จากเทรนด์ Home Cooking และกระแสการมิกซ์เมนูอาหารตามอินฟลูเอนเซอร์ในโลกโซเชียล โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่แม้ไม่มีทักษะในการทำอาหาร (No-Skill Cooks) แต่หันมาทำอาหารกินเองมากขึ้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
ลุยซอสสำเร็จรูป 16 เมนู
จากอินไซต์ดังกล่าว บริษัทจึงได้เปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานครั้งใหญ่ จากเดิมที่เคยเปิดตัวสินค้าใหม่เพียงปีละ 1-2 รายการ มาเป็นการเปิดตัวซอสสำเร็จรูป (Ready to Cook) พร้อมกันถึง 16 รายการ
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ใครๆ ก็ทำอาหารได้” เจาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายแบบขวดเดียวจบ (ใส่แล้วเสร็จเลย)
โดยหากสินค้าตัวใดวางจำหน่ายแล้วผลตอบรับไม่ดี ก็พร้อมที่จะตัดทิ้งจากพอร์ตทันทีตามกลยุทธ์การตลาดที่เน้นความคล่องตัว
สำหรับการบุกตลาดในครั้งนี้ บริษัทได้แบ่งพอร์ตสินค้าออกเป็น 2 แบรนด์หลักเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครอบคลุม ได้แก่
1.แบรนด์ภูเขาทอง (ราคา 45 บาท) เน้นซอสสไตล์ไทยสตรีทฟู้ด 8 รสชาติ ได้แก่
-ซอสผัดกะเพรา
-ซอสสามเกลอ
-ซอสกะปิสำเร็จรูป
-ซอสผัดผงกะหรี่
-ซอสก๋วยเตี๋ยว
-ซอสพะโล้
-ซอสต้มยำ
-ซอสปลานึ่งซีอิ๊วสำเร็จรูป (เจ้าแรกในตลาด)
2.แบรนด์ซอสศรีราชาพานิช (ราคา 79 บาท) เน้นซอสสไตล์ไทยฟิวชั่นนานาชาติ 8 รสชาติ รองรับเทรนด์ Fusion Food ได้แก่
-ซอสหม่าล่า
-ซอสพริกศรีราชา (สูตรเกาหลี)
-ซอสยากินิคุ สูตรเผ็ด
-ซอสบาร์บีคิว
-ซอสบูโกกิ
-ซอสเทริยากิ
-ซอสผัดไทย
-ซอสเซซามิ
โดยสินค้าทั้งหมดพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนตุลาคม 2569 และคาดว่าจะลอนช์สินค้าได้ทั้งหมดภายในต้นปี 2570
เจาะคนรุ่นใหม่ เตรียมทำไลฟ์สไตล์ช็อปทรงวาด
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งขับเคลื่อนแบรนด์ผ่านแนวคิด Culture Food Experience และ Collaboration Marketing เพื่อก้าวข้ามฐานลูกค้าเดิมที่เป็นกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป ไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่
โดยเตรียมงบลงทุนสร้างไลฟ์สไตล์ช็อป 4 ชั้นในย่าน "ทรงวาด" ย่านเก่าแก่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
รวมถึงการจัดบูธในงาน THAIFEX ปีนี้ที่จำลองบรรยากาศถนนทรงวาดผสานสีสันยุค 1980s ควบคู่ไปกับการจัดโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ซื้อ 1 แถม 1 และสินค้านาทีทองเริ่มต้น 10 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคในปัจจุบัน
ลุยขยายตลาดตะวันออกกลาง ตั้งเป้าปี 69 รายได้ 3.6 พันล้านบาท
บัญชา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% แม้ว่าตลาดชายแดนอย่างกัมพูชาจะชะลอตัวจนต้องปรับมาเน้นอัดโปรโมชั่นฝั่งชายแดนแทน
แต่บริษัทมองเห็นโอกาสใหม่ในตลาด "ตะวันออกกลาง" โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการผลักดันซอสปรุงรสของไทยให้เป็นหัวใจหลักของ Soft Power อาหารไทยในเวทีสากล
สำหรับผลประกอบการในปี 2568 ที่ผ่านมา ไทยเทพรสมีรายได้อยู่ที่ 3,500 ล้านบาท เติบโต 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จากช่วง 5 ปีก่อนเคยเติบโตราว ๆ 20%
ส่วนในปี 2569 ท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบด้าน บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตที่ 1% สอดคล้องไปกับการเติบโตของภาพรวมตลาด หรือคิดเป็นยอดขายเกือบ 3,600 ล้านบาท
โดยเชื่อมั่นว่าการรุกตลาดซอสสำเร็จรูป (Ready to Cook) และการขยายพอร์ตโฟลิโอในครั้งนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคในระยะยาวและกระตุ้นยอดขายให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย