Strategic Move

สรุป ‘เมกาบางนา’ เฟส 2 จะได้เห็นอะไรบ้าง? ก่อนต่อยอดสู่ ‘เมกาซิตี้’ มูลค่า 7 หมื่นล้านบาท

หลังเปิดให้บริการมา 14 ปี ก็ถึงเวลาแล้วที่ เมกาบางนา (MEGA bangna) จะเดินหน้าเข้าสู่เฟส 2 โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ Ikano Centres ประกาศลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา พื้นที่เพิ่มอีก 170,000 ตารางเมตร ก่อนจะเข้าสู่เฟสต่อไปคือ พัฒนาพื้นที่ทั้งหมด 325 ไร่ให้กลายเป็น “เมกาซิตี้” (Mega City) เมืองมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 70,000 ล้านบาท ภายในปี 2583

CTMG-01.jpg

เมกาบางนาในวันนี้ ใหญ่ขนาดไหนกัน?

ย้อนไปในปี 2555 ที่ เมกาบางนา เปิดตัวครั้งแรก โครงการมีแม่เหล็กสำคัญอย่าง อิเกีย (IKEA) สาขาแรกของประเทศไทย ปัจจุบัน เมกาบางนามีพื้นที่รวมกว่า 630,000 ตารางเมตร รองรับร้านค้ารวมเกือบ 900 ร้าน ประกอบด้วยร้านค้าปลีก 730 ร้าน และร้านอาหาร 176 ร้าน

ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าใช้บริการสะสมมากกว่า 670 ล้านครั้ง โดยเฉพาะในปี 2568 ที่สร้างสถิติสูงสุดด้วยจำนวนผู้มาเยือนกว่า 60 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยราว 165,000 คนต่อวัน

โดยผลสำรวจ Retail Customer Research 2024 ยังจัดอันดับให้เมกาบางนาเป็นศูนย์การค้าที่ลูกค้าแนะนำต่อมากที่สุด ด้วย Brand Awareness สูงถึง 95%

OMegabangna (16).jpg

Mega Bangna เฟส 2 จะมีอะไรใหม่บ้าง?

ล่าสุด เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ Ikano Centres ประกาศลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา โครงการส่วนขยายเฟส 2 บนพื้นที่อีก 170,000 ตารางเมตร ส่งผลให้พื้นที่รวมของเมกาบางนาเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 800,000 ตารางเมตร หรือใหญ่กว่า เซ็นทรัลเวิลด์ แน่นอนว่าหลายคนน่าจะอยากรู้ว่าพื้นที่เฟส 2 จะมีอะไรใหม่ ๆ บ้าง ก่อนจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในไตรมาส 3/2571 โดยคาดว่าจะเพิ่มทราฟฟิกเป็น 65 ล้านครั้ง/ปี

โดย ภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative investments ของ CPN เล่าว่า เมกาบางนาในเฟส 2 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด A Nature-led, Experience-led Destination ที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ประสบการณ์ และการใช้ชีวิตมากกว่าการเป็นพื้นที่ค้าปลีกแบบเดิม 

เนื่องจากดูจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันพบว่า ผู้คนไม่ได้เดินทางมาศูนย์การค้าเพื่อซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพื้นที่สำหรับใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ออกกำลังกาย พบปะสังสรรค์ หรือพาสัตว์เลี้ยงมาทำกิจกรรมร่วมกัน

Megabangna (2).png

ในแง่การออกแบบ ส่วนต่อขยายได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์ Nordic ที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ความโปร่งสบาย และการออกแบบโดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง สะท้อนปรัชญา Meeting Place โดยไฮไลท์ประกอบด้วย

  • Mega Skyline : พื้นที่สีเขียวและคอมมูนิตี้สเปซขนาดกว่า 7 ไร่ ที่ออกแบบให้รองรับกิจกรรมกลางแจ้ง การออกกำลังกาย และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว รวมถึงเป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง
  • Mega Loft : เดสติเนชันด้านอาหารและการพบปะสังสรรค์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร
  • แบรนด์ใหม่กว่า 250 แบรนด์ : รวมถึงกลุ่ม Accessible Luxury มากกว่า 20 แบรนด์ ส่งผลให้เมกาบางนาจะมีร้านค้ารวมมากกว่า 1,200 แบรนด์ 
  • พื้นที่จอดรถใหม่อีก 1,750 คัน 
OMegabangna (9).jpg
OMegabangna (21).jpg

เฟส 2 คือเพียงจุดเริ่มต้นของ "เมกาซิตี้"

แม้เฟส 2 จะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ แต่ในความเป็นจริง เมกาบางนายังใช้พื้นที่ไปเพียงประมาณ 180 ไร่ จากที่ดินทั้งหมด 325 ไร่ นั่นหมายความว่ายังเหลือพื้นที่อีกกว่า 145 ไร่ สำหรับการพัฒนาในอนาคต พื้นที่ดังกล่าวจะถูกต่อยอดภายใต้แผน เมกาซิตี้ มูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท (รวมงบลงทุนเฟส 2 ไว้แล้ว)

เป้าหมายคือการพัฒนาให้เป็นเมืองมิกซ์ยูสเต็มรูปแบบ มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย รวมถึงพื้นที่ด้านสุขภาพ การศึกษา กีฬา และเวลเนส ทุกองค์ประกอบจะถูกเชื่อมต่อเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่ครบวงจรในพื้นที่เดียว

สำหรับการพัฒนาในระยะต่อไป ภูมิ ระบุว่าไม่ได้ปิดกั้นโอกาสในการร่วมทุนกับพันธมิตรรายอื่น โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

Megabangna (3).png

ทำไมต้องเป็น "บางนา"

อีกเหตุผลที่ทำให้ทั้ง CPN และ Ikano Centres มั่นใจ คือศักยภาพของทำเล ปัจจุบัน บางนามีประชากรในพื้นที่ให้บริการมากกว่า 3 ล้านคน และมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนราว 91,000 บาทต่อเดือน สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ครอบครัวที่มีบุตรมีรายได้เฉลี่ยสูงถึง 300,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ครอบครัวที่ยังไม่มีบุตรมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 100,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ พื้นที่ยังรายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติกว่า 15 แห่ง โครงการที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงลักชัวรี และมีความได้เปรียบด้านการเชื่อมต่อทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่ EEC

ทั้งหมดนี้ทำให้บางนากลายเป็นหนึ่งในย่านที่มีศักยภาพสูงที่สุดของกรุงเทพฯ ในการรองรับการเติบโตระยะยาว

Megabangna (1).jpg

ทำไมยังกล้าลงทุนในวันที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

หนึ่งในคำถามสำคัญของงานเปิดตัวคือ เหตุใด Ikano Centres และ CPN จึงยังตัดสินใจเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความผันผวน

อาร์โนลด์ มาติอัสสัน ผู้บริหารจาก Ikano Centres ระบุว่า บริษัทไม่ได้มองการลงทุนในระยะสั้น แต่ตัดสินใจบนมุมมองระยะยาวเช่นเดียวกับเมื่อ 14 ปีก่อนที่เลือกลงทุนพัฒนาเมกาบางนา

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยังมั่นใจคือผลการดำเนินงานของโครงการเอง ทั้งอัตราการเช่าที่เต็ม 100% ฐานลูกค้าประจำที่กลับมาใช้บริการเฉลี่ย 3-4 ครั้งต่อเดือน รวมถึงศักยภาพของย่านบางนาที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

"เราอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี และผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาหลายรอบ เราจึงยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย พาร์ทเนอร์ และทีมงานของเรา" ภูมิ จิราธิวัฒน์ ทิ้งท้าย

OMegabangna (7).jpg