ทำไมอินโดนีเซียต้องเร่งจัดระเบียบ?
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตตลาดทุนอินโดนีเซีย โดยปีนี้ดัชนีหุ้นอ้างอิงร่วงลงไปแล้วถึง 32% กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ผลงานแย่ที่สุดในโลก จนทำให้ผู้จัดทำดัชนีระดับโลกอย่าง MSCI ขู่จะลดอันดับความน่าลงทุนเนื่องจากกังวลด้านความโปร่งใส
นอกจากนี้ ข้อมูลจากรัฐบาลอินโดนีเซียยังพบว่า นักลงทุนรายย่อยในประเทศกว่าครึ่งมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เชื่อถือคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์เป็นหลัก และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา OJK เพิ่งสั่งปรับ Finfluencer ฟินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งสูงถึง 5.4 พันล้านรูเปียห์ (ราว 10 ล้านบาท) จากพฤติกรรมปั่นราคาหุ้น
OJK ได้แบ่งกิจกรรมการให้ข้อมูลทางการเงินออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อการกำกับดูแลที่ตรงจุด ได้แก่
1. การให้ความรู้ (Education): ต้องเน้นสร้างความเข้าใจทางการเงินในภาพรวม ห้ามแฝงการโปรโมตผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งโดยเฉพาะ
2. การทำการตลาด (Marketing): ทำได้เฉพาะกรณีที่มีข้อตกลงร่วมกับสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น และต้องเปิดเผยผลประโยชน์ (ค่าจ้าง, ค่าคอมมิชชัน, ค่าแนะนำ) ให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย
3. การให้คำแนะนำการลงทุน (Advice): อินฟลูเอนเซอร์ต้องมีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด หากเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีที่ยังไม่มีระบบใบอนุญาตรองรับ อย่างน้อยต้องมี ‘ใบรับรองความสามารถเฉพาะด้าน’
กรณีของผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงสูง เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล, หุ้น, ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ซับซ้อน, บริการสินเชื่อแบบ Peer-to-Peer (ฝั่งผู้ให้กู้) และบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) อินฟลูเอนเซอร์จะต้องระบุความเสี่ยงอย่างชัดเจน และเตือนให้ผู้ฟังวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
สำหรับบริษัทหรือสถาบันการเงินที่จ้างอินฟลูเอนเซอร์และฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้ จะต้องร่วมรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เผยแพร่ โดยมีโทษตั้งแต่การตักเตือน, เพิกถอนใบอนุญาตธุรกิจ ไปจนถึงโทษปรับสูงสุด 1.5 หมื่นล้านรูเปียห์ (ประมาณ 27.9 ล้านบาท)
ใครรอดจากกฎนี้บ้าง?
นักข่าว ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักวารสารศาสตร์
ครูอาจารย์ ที่สอนวิชาการเงินในสถานศึกษาภายใต้จรรยาบรรณวิชาชีพ
ทั้งนี้ สถาบันการเงินและอินฟลูเอนเซอร์ที่มีสัญญาผูกพันกันอยู่ก่อนหน้านี้ มีเวลาปรับตัวและแก้ไขการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ภายในเวลา 6 เดือน
นอกจากอินโดนีเซียแล้ว ธนาคารกลางสิงคโปร์เพิ่งร่อนจดหมายเตือนกลุ่ม Finfluencer ที่เข้าข่ายให้คำแนะนำการลงทุนโดยไม่มีใบอนุญาตไปเมื่อปลายปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่าภูมิภาคอาเซียนกำลังยกระดับการคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยทางออนไลน์อย่างจริงจัง
ที่มา
.