Strategic Move

'เนื้อแท้' แจงทุกดราม่า ยืนยันตอนนี้ ‘จ่ายเงินเดือนครบแล้ว’ ไม่เคยคิดเบี้ยว พร้อมประกาศแผนฟื้นธุรกิจ

จากกระแสข่าวที่แบรนด์ร้านอาหารฮาลาลและจำหน่ายเนื้อวัว "เนื้อแท้" ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีพนักงานร้องเรียนเรื่องการได้รับเงินเดือนล่าช้า บังโต-วีรชน ศรัทธายิ่ง ผู้ก่อตั้งแบรนด์ พร้อมด้วย "บังตาล-นภศูล รามบุตร" ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ออกมาแถลงชี้แจงถึงสาเหตุของปัญหา พร้อมขอโทษพนักงาน ลูกค้า และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันว่าบริษัทไม่ได้มีเจตนาเบี้ยวเงินเดือนหรือใช้เงินบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นผลจากปัญหาสภาพคล่องที่สะสมมาหลายปี

NUATAEDRAMA-01_0.jpg

จุดเริ่มต้นของปัญหา ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงโควิด

บังโตเล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงการระบาดของ COVID-19 ซึ่งขณะนั้นเนื้อแท้มีพนักงานกว่า 500 คน และร้านอาหารต้องปิดให้บริการตามมาตรการของรัฐ

แม้ธุรกิจจะหยุดชะงัก แต่ผู้บริหารตัดสินใจว่าจะไม่ปล่อยให้พนักงานตกงาน จึงขายหุ้นบางส่วนให้กับนักลงทุน เพื่อนำเงินประมาณ 60 ล้านบาทมาจ่ายเงินเดือนพนักงานทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การรับเงินลงทุนครั้งนั้นมาพร้อมเงื่อนไขสำคัญ คือบริษัทต้องเร่งขยายธุรกิจและผลักดันยอดขายให้เติบโต จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในอนาคต

ขยายสาขาเร็วเกินไป จนต้นทุนแฝงเริ่มปรากฏ

บังโตยอมรับว่า การเร่งเปิดสาขาจำนวนมากเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา เพราะเป็นการเติบโตที่เร็วกว่าความพร้อมของระบบบริหาร (ซึ่งขัดกับอุดมการณ์เดิมของคุณโตที่อยากทำเพียงไม่เกิน 5 สาขาเพื่อควบคุมคุณภาพ)

แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่กลับพบต้นทุนแฝง (Hidden Cost) ใหม่ ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทไม่สามารถสร้างกำไรได้จริง และต้องกู้หรือหาเงินทุนเพิ่มเติมมาอุดช่องว่างของกระแสเงินสดอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเวลาผ่านไป บริษัทเริ่มขาดสภาพคล่อง จนในช่วงประมาณ 6-7 เดือนที่ผ่านมา ผู้บริหารระบุว่าไม่สามารถแบกรับภาระดังกล่าวได้อีกต่อไป จึงดึง CEO คนใหม่ (พี่โส) เข้ามาช่วยตรวจสอบระบบและค้นหาต้นตอของปัญหา

ผู้บริหารงดรับเงินเดือน ก่อนปัญหาจะลามถึงพนักงาน

บังโตระบุว่า เมื่อสถานการณ์เริ่มวิกฤต ผู้บริหารทั้งหมด ทั้งตัวเขา คุณตาล และ CEO ได้งดรับเงินเดือนก่อนเป็นเวลาราว 7-8 เดือน เพื่อพยายามรักษาสภาพคล่องของบริษัท

แต่สุดท้าย กระแสเงินสดก็ไม่เพียงพอ จนทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานหน้าร้านล่าช้า โดยยอมรับว่ามีการจ่ายช้าประมาณ 2 เดือน พร้อมย้ำว่า "ไม่เคยคิดจะไม่จ่าย" แต่เป็นเพราะไม่มีเงินสดหมุนเวียนเพียงพอในขณะนั้น

ขอโทษพนักงาน ยืนยันวันนี้จ่ายครบแล้ว

ทั้งคู่ กล่าวขอโทษพนักงานหลายครั้ง พร้อมยอมรับว่าการจ่ายเงินเดือนล่าช้า ขัดกับอุดมการณ์ของบริษัทที่ยึดถือมาตลอด

อย่างไรก็ตาม บริษัทประกาศว่า ปัจจุบันได้จ่ายเงินเดือนพนักงานครบ 100% แล้ว หลังได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (iBank)

นอกจากใช้ชำระเงินเดือนแล้ว เงินทุนดังกล่าวยังจะถูกนำมาใช้ซื้อวัตถุดิบ เพื่อให้ร้านสามารถกลับมาเปิดขายสินค้าได้ตามปกติอีกครั้ง

แจงปมประกันสังคม ยืนยันพนักงานยังใช้สิทธิได้

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึง คือเรื่องการส่งเงินสมทบประกันสังคม

บริษัทชี้แจงว่า มีการส่งเงินสมทบล่าช้าบางช่วงตามระยะเวลาผ่อนผันที่กฎหมายกำหนด คือ 60 วันของประกันสังคม แต่ยืนยันว่าพนักงานยังสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ตามปกติ

ในกรณีที่มีพนักงานใช้สิทธิไม่ได้ บริษัทระบุว่าได้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนเป็นรายกรณี และยืนยันว่าไม่ได้นำเงินประกันสังคมของพนักงานไปหมุนใช้ในธุรกิจตามที่มีการกล่าวหา

ขอโทษเกษตรกร หลังทำตามสัญญารับซื้อวัวไม่ได้

นอกจากพนักงานแล้ว บังโตยังกล่าวขอโทษเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ "วัวแดง" (โครงการผลิตวัวตามสเปกเพื่อทดแทนการนำเข้า) และขอขอบคุณเกษตรกรที่ยังคงส่งกำลังใจและพร้อมสู้เคียงข้าง

แม้เดิมบริษัทให้คำมั่นว่าจะรับซื้อวัวตามจำนวนที่ตกลงไว้ แต่เมื่อเกิดปัญหาสภาพคล่อง จึงไม่สามารถทำได้ตามแผน ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า หลังได้รับเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติม จะกลับมาดำเนินโครงการดังกล่าวต่อ ยืนยันว่ามีวงเงินเพียงพอสำหรับการรับซื้อวัวอีกครั้ง และมีเห็นดีมานด์เข้ามาแล้วจาก Modern Trade

ขอโทษลูกค้า หลังหลายเมนูขาดจากร้าน

บังโตยังกล่าวขอโทษลูกค้าที่เดินทางมารับประทานอาหาร แต่พบว่าสินค้าและเมนูหลายรายการหมด โดยสาเหตุหลักมาจากการไม่มีเงินสดเพียงพอในการจัดซื้อวัตถุดิบ 

แต่หลังจากได้รับเงินทุนแล้ว บริษัทจะทยอยเติมสินค้าเข้าร้าน และกลับมาให้บริการได้เต็มรูปแบบอีกครั้ง

ยืนยันยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ พร้อมปรับแผนธุรกิจใหม่

ในช่วงท้ายของการแถลง บังโตปฏิเสธข่าวลือที่ระบุว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนด์แล้ว โดยยืนยันว่าตนเองและคุณตาลยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และยังร่วมบริหารธุรกิจเช่นเดิม

ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารและโครงการวัวแดงจะถูกแยกการบริหารให้ชัดเจน เพื่อให้แต่ละส่วนเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

โดย บังตาล และ พี่โส (CEO): แยกไปดูแลและบริหารในส่วนของ Modern Trade (เนื้อสด/ผลิตภัณฑ์ส่งห้าง) และภาพรวมธุรกิจ

ส่วนร้านเนื้อแท้ที่ปัจจุบันเหลือประมาณ 6-7 แห่ง บังโต จะกลับมาบริหารและควบคุมคุณภาพโดยตรงด้วยตัวเองทั้งหมด เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพอาหารและการบริการได้ใกล้ชิดแบบที่ต้องการ โดยจะไม่เน้นแนวคิดแบบธุรกิจ ใส่เต็มกับวัตถุดิบเกรด A และการบริการ (ผู้บริโภคอาจได้เจอคุณโตตามหน้าร้านหลังจากนี้)

สุดท้าย ทั้งคู่ย้ำว่าเนื้อแท้เติบโตมา 10 years โดยยึดหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด เลือกทางเดินที่ยากที่สุดคือการไม่กู้เงินระบบดอกเบี้ยมาพยุงธุรกิจ และถือคติว่าต้องจ่ายค่าแรงก่อนเหงื่อพนักงานจะแห้ง การติดหนี้แล้วเสียชีวิตไปถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ดังนั้นจึงตั้งใจจะเคลียร์หนี้สินและทำทุกอย่างให้ฮาลาล 100% พร้อมขอบคุณกำลังใจจากลูกค้าที่ยังรอคอยการกลับมาของเมนูต่าง ๆ ในร้าน