หลังจากที่ร้าน ‘เนื้อแท้’ เกิดดราม่าเกี่ยวกับประเด็นการ “ไม่จ่ายเงินพนักงาน” อยู่นานนับสัปดาห์ จนเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา 'บังโต-วีรชน ศรัทธายิ่ง' และ บังตาล-นภศูล รามบุตร" ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ออกมาแถลงชี้แจงถึงดราม่า แม้ว่าเรื่องดราม่าจะจบลง แต่จู่ ๆ เพจ 'คำโตๆ' ที่เป็นบริษัทสื่อของบังโต ก็ได้โพสต์ว่าเตรียม ‘ทัวร์ลง’ หลายคนก็มีการเดาไปต่าง ๆ นา ๆ จนสุดท้ายก็ได้เฉลยแล้วว่า ทัวร์ลงที่ว่าเป็นเปิดตัวธุรกิจ 'ทัวร์ฮาลาล' เต็มรูปแบบ ภายใต้ แบรนด์ “คำโตๆ Fintrip โดย Positioning จะสรุปรายละเอียดมาให้อ่านกัน
คำโต ๆ Fintrip เป็นของใคร
คำโต ๆ Fintrip เป็น ทัวร์ฮาลาล ที่เกิดจากการร่วมมือระหว่าง บริษัท Fin Trip และ บริษัท คำโต ๆ บริษัทสื่อและเอเจนซี่ผลิตสื่อโฆษณาของ บังโต - วีรชน ศรัทธายิ่ง โดยทาง บังโตจะเป็นผู้ออกแบบทัวร์ ส่วนทางบริษัท Fin Trip จะเป็นผู้จัดทัวร์ เมื่อขายทัวร์ได้ ก็จะแบ่งรายได้กันตามที่ตกลงกัน
โดยจุดเริ่มต้นของ คำโต ๆ Fintrip ด้าน จิ๊ฟ-อาทิตย์ เทพไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Fin Trip เล่าให้ฟังว่า ตัวเองทำธุรกิจทัวร์มาแล้วกว่า 6 ปี โดยอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาตั้งแต่เรียนจบ มีโอกาสดูแลนักท่องเที่ยวปีละหลักหมื่นคน และจัดทริปให้ลูกค้ามาหลากหลายรูปแบบ และในแต่ละทริปก็มักจะมี ชาวมุสลิม ร่วมทริปไปด้วย และบางครั้งอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร เพราะต้องแยกรับประทานอาหาร หรือหาสถานที่ละหมาดด้วยตัวเอง

ประกอบกับมีโอกาสเดินทางไป สำรวจเส้นทาง (Survey) ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อพัฒนาโปรแกรมท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ทีมงานได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวมุสลิม และสิ่งที่รู้สึกคือ แม้ทริปจะไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะสนุกไม่ได้ ตรงกันข้าม กลับเป็นทริปที่รู้สึกสะอาด สบายใจ และปลอดภัยในอีกรูปแบบหนึ่ง
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ ทัวร์ฮาลาล และเป็นที่มาในการร่วมมือกับ บังโต ที่ถือเป็นผู้มีความรู้และความเข้าใจเรื่องวิถีฮาลาล เพื่อพัฒนาโปรดักต์ โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ด้านวิถีฮาลาลมาช่วยออกแบบมาตรฐานของแต่ละเส้นทาง
"ผมไม่ใช่มุสลิม ถึงแม้เราจะศึกษามาแล้ว แต่ก็ยังอยากให้พี่โตช่วยดูว่าทำถูกต้องไหม ทุกเส้นทางต้องให้พี่โตไปสำรวจจริง กินจริง อยู่จริง ว่าการเดินทางแบบนี้สะดวกสำหรับชาวมุสลิมหรือไม่ ก่อนที่เราจะเปิดขาย" อาทิตย์ กล่าว

บังโต “การันตี” ทริปด้วยตัวเอง
หน้าที่ของ Fintrip คือดูแลระบบการท่องเที่ยวทั้งหมด ตั้งแต่การบริหารจัดการทัวร์ โรงแรม การเดินทาง ไปจนถึงบริการลูกค้า ส่วนคำโต ๆ จะรับผิดชอบเรื่องสื่อ คอนเทนต์ และใช้ความรู้ของบังโตในการออกแบบมาตรฐานฮาลาลของแต่ละทริป โดยจะให้ความสำคัญกับ อาหาร ที่ถูกต้องตามฮาลาล และโปรแกรมที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนา ดังนั้นจะไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ไปสถานบันเทิงหรือแหล่งอโคจร พร้อมจัดตารางเดินทางให้มีเวลาสำหรับการละหมาดอย่างเหมาะสม
“เราไม่ใช่ทัวร์ฮาลาลรายแรก แต่เป็นรายแรกที่ทำอย่างจริงจัง และที่สำคัญ เรามีการจัดตารางการละหมาดอย่างเหมาะสม ซึ่งต่างจากที่อื่น ๆ ที่อาจจะเน้นแค่อาหารฮาลาล”
โดยก่อนเปิดเส้นทางใหม่ บังโตจะต้องเดินทางไปสำรวจพื้นที่จริง (Survey) ตรวจสอบอาหาร สถานที่ละหมาด โรงแรม และความเหมาะสมของโปรแกรม ก่อนจะรับรองว่าทริปดังกล่าวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ แต่ละทริปจะมี อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมทางไปด้วย เช่น บังโต, เบียร์สด (สมาชิกเฟ็ดเฟ่) เป็นต้น

“ทัวร์ฮาลาล” ไม่ได้แปลว่า “ทัวร์ศาสนา”
หนึ่งในเรื่องที่ทั้ง บังโต และ จิ๊ฟ พยายามสื่อสารให้ชัด คือ ทัวร์ฮาลาลไม่ใช่ทริปที่พาไปทำกิจกรรมทางศาสนาตลอดเวลาแต่เป็นทริปท่องเที่ยวทั่วไปที่ได้รับการออกแบบให้ไม่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม โดยกิจกรรมยังคงเป็นการเที่ยวชมวัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของแต่ละประเทศเหมือนทริปทั่วไป
ดังนั้น แม้จะใช้ชื่อว่าทัวร์ฮาลาล แต่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเป็นมุสลิม ทุกศาสนาสามารถเดินทางได้ โดยเฉพาะครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือคนที่อยากได้ทริปสะอาด ปลอดภัย และไม่เร่งรีบจนเกินไป
“การทำให้ถูกต้องมันเป็นเรื่องดี แต่ไม่ได้แปลว่าความสนุกจะหายไป และไม่ใช่แค่คนมุสลิมเท่านั้น แต่กลุ่มครอบครัวที่ต้องการความปลอดภัย ความสบาย สามารถไปได้" บังโต ย้ำ

ซินเจียงเหนือ เส้นทางแรกของคำโต ๆ Fintrip
สำหรับทริปแรกของ คำโต ๆ ฟินทริป เลือกเปิดตัวที่ ซินเจียงเหนือ ประเทศจีน โดยบังโตให้เหตุผลว่า ซินเจียงเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนชาวมุสลิมจำนวนมาก ทำให้การจัดการเรื่องอาหารฮาลาลและการละหมาดทำได้สะดวก ขณะเดียวกันก็เป็นเส้นทางธรรมชาติที่คนไทยยังไปไม่มากนัก
เบื้องต้น เปิดให้เลือกทั้งหมด 3 รอบ ได้แก่
· 10 – 17 สิงหาคม 2569 - เดินทางพร้อม บังโต ราคา 79,965 บาท
· 17 – 24 สิงหาคม 2569 – เดินทางพร้อมอินฟลูเอนเซอร์ ราคา 77,065 บาท
· 24 – 31 สิงหาคม 2569 – โปรแกรมเดียวกัน ราคา 74,965 บาท
อย่างไรก็ตาม บังโต ย้ำว่า การเลือกจุดหมายไม่ได้หมายความว่า จะต้องไปเฉพาะเมืองที่มีวัฒนธรรมอิสลามเท่านั้น แต่เส้นทางที่จะเปิดนั้น ต้องเป็นจุดหมายที่คนไทยสนใจ และเป็นพื้นที่ที่ชาวมุสลิมอาจเดินทางเองได้ลำบาก เช่น หาอาหารยาก หาสถานที่ละหมาดยาก หรือไม่แน่ใจว่าโรงแรมและร้านอาหารเหมาะสมหรือไม่
ซึ่งทางบังโต วางแผนเปิดทริปทุกเดือน โดยแต่ละเดือนจะมีเส้นทางไม่ซ้ำกัน โดยประเทศที่มีศึกษา ได้แก่ ญี่ปุ่น มองโกเลีย รัสเซียฝั่งเอเชีย และโครเอเชีย
“ความท้าทายคือ นี่เป็นครั้งแรก ดังนั้น จะทำยังไงให้คนประทับใจ และจะเปิดเส้นทางใหม่ได้เร็วขนาดไหน รวมถึงโจทย์ใหญ่ที่จะทำอย่างไรให้จุดหมายอย่างญี่ปุ่น หรือประเทศที่หาอาหารฮาลาลยาก สามารถกลายเป็นทริปที่ชาวมุสลิมเดินทางได้อย่างสบายใจ”

ตลาดนี้ใหญ่แค่ไหน?
ประชากรมุสลิมทั่วโลกมีจำนวนมากกว่า 2 พันล้านคน คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 25 ของประชากรโลก โดยศาสนาอิสลามเป็นกลุ่มศาสนาที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ขณะที่ในประเทศไทย บังโต คาดว่า ประชาชนชาวมุสลิมมีมากกว่า 10 ล้านคน
อาทิตย์ เล่าว่า ที่ผ่านมา ลูกค้ามุสลิมคิดเป็นประมาณ 30% ของลูกค้าที่เดินทางแบบจอยทัวร์กับ Fintrip แต่มองว่า เพราะความกังวลเรื่องอาหารและการปฏิบัติศาสนกิจระหว่างเดินทาง ทำให้ชาวมุสลิมจำนวนหนึ่งไม่ค่อยไปต่างประเทศ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเที่ยว
ดังนั้น นี่จึงเป็นตลาดที่ทั้งสองฝ่ายมองว่ามีศักยภาพสูง และอาจกลายเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ของ Fintrip ทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ โดย อาทิตย์ เปิดเผยว่า ปีหน้ามีแผนขยายไปสู่การทำทัวร์อินบาวนด์ฮาลาล อย่างจริงจังภายในปีหน้า เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมที่เดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น
“เที่ยวบินจากประเทศในตะวันออกกลางบินตรงเข้าประเทศไทยจำนวนมาก ล้วนเป็นชาวมุสลิม ดังนั้น เป็นโอกาสแน่นอน ซึ่งปัจจุบัน Fintrip มีสัดส่วนธุรกิจอินบาวนด์เพียงประมาณ 5-10% ของธุรกิจทั้งหมด”
อย่างไรก็ตาม ทางบังโต ไม่เปิดเผยถึงเป้าหมายรายได้ โดยต้องรอดูผลตอบรับ ขณะที่ อาทิตย์ เชื่อว่า ปีหน้า รายได้จากทัวร์ฮาลาลจะคิดเป็นสัดส่วน ครึ่งหนึ่ง ของรายได้บริษัท โดยปีที่ผ่านมา Fintrip มีรายได้ทั้งหมด 800 ล้านบาท